ข่าว

ป.ป.ช.ชี้มูล'จารุวรรณ-ศุภชัย'

ป.ป.ช.ชี้มูล'จารุวรรณ-ศุภชัย'

06 ก.ย. 2554

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด "จารุวรรณ" ข้อหาเบิกงบสัมมนาพาขรก.ไปทอดกฐิน "ศุภชัย โพธิสุ" โดนด้วยฐานใช้ตำแหน่งรมช.เกษตรฯช่วยผู้สมัครส.ส.สกลนคร

           ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 6 ก.ย.2554  กรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คนร่วมกันแถลงข่าวหลังถึงภาพรวมกิจกรรมต่างๆของป.ป.ช. ผลการประชุมวินิจฉัยตัดสินคดี และความคืบหน้าในการพิจารณาคดีสำคัญๆ โดยนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขาแพง จ.สุราษฎร์ธานีว่า  ป.ป.ช.ไต่สวนคดีไปแล้วเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบสารบบการออกเอกสารสิทธิ์ที่ออกให้กับนายแทน เทือกสุบบรรณ จำนวน  9 แปลง  โดยการสอบปากคำผู้กล่าวโทษและพยานบุคคล รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลภูมิสารสนเทศในเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ฯ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ แสดงถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้ง  9 แปลง พบว่าเป็นพื้นที่มีสภาพเป็นภูเขาสูงลาดชันเกิน 35 องศา มีการทำเข้าประโยชน์ปลูกสวนมะพร้าวหรือพืชไร่เป็นบางส่วน ลักษณะบางแปลงยังเป็นป่าดิบชิ้นโดยเฉพาะแปลง 39941 ยังมีสภาพเป็นป่าดิบชื้นจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีการเข้าไปทำประโยชน์  นอกจากนี้โฉนดบางแปลงออกเกินเนื้อที่ไปจากนส.3 ก. หลังจากนี้ป.ป.ช.จะตรวจเอกสารและสอบพยานอีกประมาณ 15 คน จึงสรุปข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.ได้  ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะแข้งข้อกล่าวหาบุคคลใดบ้าง

            นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและรองผู้ว่าฯจ.น่าน ร้องเรียนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑะกา  ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติไม่ชอบ จัดอบรมโครงการสตง.ในความคิดเห็นของวุฒิสภา ที่โรงเรมซิตี้การ์ด จ.น่าน แต่ไม่มีการอบรมสัมมนาจริง โดยสตง.ได้จัดงานถวายผ้ากฐินพระราชทานประจำปี ณ วัดพญาภูและพระธาตุช้างค้ำ วัดศิรินันต้น  คณะอนุกรรมการชุดนายภักดี โพธิศิริ ได้ไต่สวนพยาน 48 ปาก ฟังข้อเท็จจริงว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวสตง.จัดงานทอดกฐิน และจัดสัมมนาข้าราชการและลูกจ้าง โดยกำหนดสัมมนาทั้งวัน เวลา 09.00 - 12.00 น. เป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรวบรวมข้อมูลและประสานงาน เวลา 13.00-16.00 น. เป็นการสัมมนาหัวข้อสตง.ในความคิดเห็นของวุฒิสภา และเวลา 18.00 - 19.00 น. เป็นการสรุปผลการสัมมนา

            นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า แต่ตลอดทั้งวันที่ 31 ต.ค. 2546  ข้าราชการสตง.ร่วมกันจัดพิธีทอดกฐินหลวง และร่วมรับประทานอาหารที่สโมสร หมู่บ้านสันติภาพ โดยไม่มีการจัดสัมนนาแต่อย่างใด ไม่มีการแจกเอกสาร หรือระดมความคิดใดๆ ดังนั้น ปปช.มีมติชี้มูลความผิดคุณหญิงจารุวรรณว่า มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนนายคัมภีร์ สนใจ ผอ.ทรัพพยากรบุคค ผิดวินัยร้ายแรงอันเป็นเหตุให้ราชการเสียหายร้ายแรง ส่วนน.ส.วิไลลักษณ์ อัญมณีรัตน์ ผอ.สำนักผู้ว่าฯสตง. และนายพิศิษฐ์ ลีลาวัชโรภาส ผอ.สำนักกฎหมายไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสัมมนา จึงไม่มีความผิดให้ข้อกล่าวหาตกไป ขั้นตอนต่อไปป.ป.ช.จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีอาญาต่อศาลตามฐานความผิด พร้อมส่งเรื่องให้สตง.ลงโทษวินัยร้ายแรงกับนายคัมภีร์

            นายกล้านรงค์ กล่าวถึงข้อกล่าวหากรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมช.เกษตร ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ โน้มน้าวให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมโครงการฝึกอบรมของกรมพัฒนาที่ดินให้เลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งป.ป.ช.ไต่สวนแล้วพบว่า นายศุภชัยได้รับมอบอำนาจหน้าที่ให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนรมว.เกษตรฯ โดยอนุญาตสั่งการอนุมัติกำกับดูแลงบประมาณ การเสนอสวัสดิการและค่าตอบแทนหมอดินอาสา ซึ่งเป็นภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน โดยนายศุภชัยได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ร่วมอบรมและขึ้นเวทีปราศรัยขอให้เลือกเบอร์ 1 และจะได้รับงบประมาณต่างๆมากมาย หากผู้สมัครของพรรคได้รับเลือกเป็นส.ส. หมอดินอาสาจะได้รับค่าตอบแทนเสมือนอสม.  ต่อมากรณีดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และได้มีคำวินิจฉัยให้ดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัยตามมาตรา 157 และ 137 ต่อมาป.ป.ช.ชี้มูลว่านายศุภชัยกระทำผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการอันเป็นคุณเป็นโทษกัลผู้สมัครรับเลือกตั้ง หลังจากนี้จะส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป 

            นายกล้าณรงค์ กล่าวถึงการฎีกาในกรณีศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในคดีภาษีของนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์กับพวกว่า  การยื่นฎีกาเป็นเรื่องของอัยการสูงสุด ทั้งนี้จากการประสานงานทราบว่า อัยการจะพิจารณากรณีดังกล่าวในวันที่  8 ก.ย. นี้ ส่วนการขยายผลไต่สวนคดีทุจริตโครงการบางกอกฟิล์มเฟสติเวล ที่ชี้มูลความผิด นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการททท. ไปก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.จะเร่งไต่สวนถึงบริษัทที่ครอบครองเงิน เพื่อพิจารณาว่าเป็นผู้ร่วมสนับสนุนให้มีการทุจริตเรียกรับเงินด้วยหรือไม่


             ด้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวนคดีสลายการชุมนุมเสื้อแดงว่า  คดีดังกกล่าวมีคำร้องเข้ามายังป.ป.ช.รวม  9 เรื่อง ป.ป.ช.สอบพยานไปแล้วกว่า 100 ปาก แต่มีการร้องเรียนเพิ่มเติมอ้างว่ามีคำสั่งฆาตกรรมประชาชน 13 ราย และมีการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้ล่าช้า ละเว้นไม่สั่งการให้ระงับเหตุเพลิงไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ ทำให้ป.ป.ช.ยังค้องเรียกพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติมและเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ รวมถึงรายงานการชันสูตรพลิกศพของกรมสอบสวนคดีพิเศษและตำรวจนครบาล

            “ผมเร่งรัดไม่เคยทำสำนวนค้างปี เหตุการณ์เกิดกลางใจเมืองกระทบแรงกับผู้คนทั้งหลาย ผมเข้าใจความเจ็บปวดของผู้คน แต่การไต่สวนต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก็ยังทำรายงานไม่เสร็จ  ถ้าผู้สื่อข่าวรู้ว่าใครเป็นสไนเปอร์หรือสั่งฆ่าประชาชนก็ควรเข้าให้ข้อมูล แต่จากการไต่สวนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์พอเชิญมาก็บอกไม่รู้ไม่เห็น ป.ป.ช.ไม่สามารถตัดตอนวินิจฉัยเป็นรายเหตุการณ์ได้ เพราะทุกเหตุการณ์เชื่อมโยงถึงกัน”นายวิชากล่าว

 

“ศุภชัย"ยันไม่ได้ช่วยภท.แต่ปฏิบัติตามหน้าที่-มั่นใจพร้อมสู้คดี

 

           นายศุภชัย กล่าวว่า ความจริงแล้วไปปฏิบัติหน้าที่ในโครงการหมอดินอาสา โดยในงานมีการกล่าวถึงค่าตอบแทนของกลุ่มอาสาสมัครหมอดินอาสา ซึ่งส่วนใหญ่ย่อมได้ค่าตอบแทน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าไม่มีการสัญญาว่าจะให้เงินหรืออะไรที่เกี่ยวของกับการซื้อเสียง ซึ่งหัวคะแนนของพรรคคู่แข่งมาเห็น จึงเอาเรื่องไปร้องเรียน อย่างไรก็ตาม ต้องขอดูในรายละเอียดที่โดนชี้มูลก่อน แต่ไม่เป็นไร พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ในขั้นต่อไป