
6นักเตะฟ้องศาลแรงงานทีมอุดรเอฟซีเบี้ยวเงิน
นักเตะทีมอุดรเอฟซี ฟ้องศาลแรงงาน เหตุทีมเบี้ยวเงิน ทนไม่ไหวลาออกไปแล้ว1คน ส่วนอีก5นักเตะถูกเลิกจ้างโดยไม่บอกล่วงหน้า ด้านผู้ถือหุ้นอุดรเอฟซีระบุ เด็กหย่อนยานกฎของทีม ขาดซ้อม-ดื่มสุรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.54 อดีตนักฟุตบอลทีมสโมสรฟุตบอลอุดรธานี (อุดรธานี เอฟซี.) หรือ “ยักษ์แสด” 6 คน ประกอบด้วย นายเอกชัย สินนอก, นายเดชศักดา ตาวะสุข, นายศุภนิตย์ ศุภรัตรนกูล, นายวิรพงษ์ วรรณศิริ, นายมังกร น้อยชมพู และนายอุดมพร สมกอง ได้ยื่นฟ้อง “สโมสรฟุตบอลอุดรธานี” ในนาม บริษัทสโมสรฟุตบอลอุดรธานี จำกัด เลขที่ 127 ถ.โพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ต่อศาลแรงงาน ภาค 4 อุดรธานี กล่าวหา ไม่จ่ายค่าแรงตามสัญญา และเลิกจ้างไม่แจ้งล่วงหน้า ศาลนัดไกล่เกลี่ย พร้อมไต่สวนวันที่ 5 ตุลาคม 2554
นักเตะทั้งหมดระบุว่า หลายคนเล่นฟุตบอลให้ทีม “อุดรเอฟซี.” มาตั้งแต่ปีที่แล้ว บางคนมาเล่นให้ในปีนี้ โดยในปีนี้ได้เริ่มทำสัญญา กับสโมสรราวเดือนมกราคม แต่ละคนจะได้รับค่าตอบแทน เป็นเงินเดือนๆละ 7,000 - 10,000 บาท และค่าเบี้ยเลี้ยงซ้อม และแข่งขันอีกวันละ 200 บาท ทุกคนเล่นฟุตบอลกับสโมสรอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญา แม้จะมีการสอบถามแต่ก็ได้รับการผลัดผ่อน ทำให้ 1 ในนักฟุตบอลต้องลาออก และอีก 5 คน ถูกเลิกจ้างไม่ได้บอกล่วงหน้า ในวันที่ 22 สิงหาคม 2554 โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนทั้งหมดรวม 400,000 บาท
นักเตะที่ยื่นฟ้อง กล่าวว่า มีนักเตะมากกว่า 12 คน ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ไม่มีแม้แต่เงินกินข้าว แต่ที่สุดต้องออกจากทีม เพราะถูกขาย, ลาออก และเลิกจ้าง เพราะเราส่งตัวแทนมาปรึกษาศาลแรงงาน และศาลฯ แจ้งให้สโมสรฯ รับไปแก้ปัญหา แต่เรากลับถูกเลิกจ้าง ทำให้นักเตะนอกจากไม่ได้เงิน ยังเสียโอกาสเล่นฟุตบอลตลอดฤดูกาลนี้ ทั้งกรณีหมดเวลาย้ายไปเล่นให้ทีมอื่นได้ และไม่สามารถมาเล่นให้ทีมของ จ.อุดรธานี ตามกฎของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย บางคนกลับไปขายไส้กรอก บางคนกลับไปทำนา ทำสวน
กลุ่มนักเตะ กล่าวต่อว่า แม้เราไม่ได้เงินค่าตอบแทน ก็ยังคงลงสนามตลอดมา ผลงานฤดูกาลแรกดีกว่าปีก่อน การฟ้องเพราะบางคนเดือดร้อนเงิน แต่ทุกคนก็อยากเห็นความถูกต้อง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง บางคนถึงกับบอกว่า หากพอใจในการตัดสินใจของสโมสร จะไม่ขอรับเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ที่ลังเลอยู่มาแรมปี เพราะทุกคนรักการเล่นฟุตบอล และยังกลัวว่าอุดรธานีจะเสียชื่อเสียง ส่วนใหญ่ก็คือชาวอุดรธานี แต่เมื่อมาทบทวนกันแล้ว เห็นว่าต้องการให้สังคม ให้ผู้ใหญ่ในสมาคมได้รับรู้ นำบทเรียนนักเตะถูกเอาเปรียบที่อุดรธานี ไปป้องกันหรือแก้ไขในโอกาสต่อไป
นายสถาพร โคตรบุตร ประธานจัดการแข่งขันศูนย์พัฒนาฟุตบอลภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหนึ่งในผู้ถือหุ้น “อุดร เอฟซี” เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้คณะผู้บริหารสโมสรฯ ได้รับคำชี้แจงมาจากคณะผู้ฝึกสอน เรื่องของความประพฤติของเด็กกลุ่มนี้มาหลายเรื่อง อีกทั้งได้เคยเรียกมาตักเตือนแล้ว คือ ขาดระเบียบวินัย กินเหล้า นำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไปเขียนในเฟสบุ๊คตัวเอง ทำให้สโมสรเสียหาย มีปัญหาในสนามบ่อยครั้งถึงขั้นจะเกิดการชกต่อยกับคู่แข่งขัน มาซ้อมสายและขาดซ้อมโดยไม่ได้ลา คณะผู้ฝึกสอนเสนอให้ยกเลิกสัญญา ผู้บริหารจึงได้ตกลงเรียกเด็กมาแจ้งให้ปรับตัวเสียใหม่
นายสถาพร กล่าวว่า ห้วงเวลาที่มีการซื้อขายนักเตะ ได้บอกว่าใครจะย้ายไปเล่นทีมไหน ก็ให้แจ้งมายินดีให้ย้าย ซึ่งก็มีอยู่ 3 คนที่ได้มาบอก และได้ย้ายไปอยู่ทีมอื่น ส่วนเด็กกลุ่มนี้ไม่มีใครมาแจ้ง ซึ่งความจริงผู้บริหารต้องการที่จะให้โอกาสเด็ก เพื่อให้เขาได้ตั้งสติก่อน โดยตอนแรกก็ไม่ได้บอกให้ย้ายสโมสร เพียงแต่ต้องการให้ไปกลับตัวใหม่ เริ่มทำการฟิตซ้อม และหยุดเรื่องอบายมุข แล้วในเดือนพฤศจิกายนนี้ มาบอกว่าพร้อมแล้ว จะเชื่อฟังผู้ฝึกสอน ก็ให้มาสมัครใหม่ มาทำการคัดเลือกตัวใหม่ ซึ่งเราจะเปิดโอกาสให้ตลอดเวลา และจะได้ทำการคัดอย่างพิเศษ เนื่องจากเคยเป็นตัวเก่าของเรา
นายสถาพร กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้ยังมีอนาคต เพียงแต่มีปัญหาอื่นๆ จากภายนอกเข้ามารบกวน ประวัติของสโมสรฟุตบอลอุดรธานี ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ซึ่งที่เกิดขึ้นมาก็เพราะปัจจัยภายนอก ที่เข้ามาวุ่นวายกับเด็กนักฟุตบอลของเรา สำหรับเรื่องที่เด็กไปยื่นร้องทางศาลนั้น ขณะนี้ตนได้รับหนังสือแล้ว และพร้อมที่จะไปทำการไกล่เกลี่ย และพร้อมที่จะให้โอกาสเขาทุกคน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สโมสรฟุตบอลอุดรธานี หรือ อุดรเอฟซี. หรือ ยักษ์แสด ถือว่าเป็นทีมระดับแนวหน้าของภาคอีสาน เคยลงส่งนักเตะลงสนามตั้งแต่โปรลีก แต่ก็ถอนตัวออกมาในช่วงหลัง เมื่อมีลีกภูมิภาคก็กลับมาสู่สนามอีกครั้ง ผลงานก็อยู่อันดับต้นๆ และยังเป็นทีมเดียวที่ไปชนะบุรีรัมย์ถึงบ้าน และในปีนี้ในเลคแรกก็ทำได้ดี อยู่อันดับ 4 แต่เปิดเลคสองมา ยังไม่เคยชนะ ทำให้ตกมาอยู่อันดับ 11 จนวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีแฟนบอลออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ผู้บริหารรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของทีม



