
จ้างสื่อนอกโปรโมท"เที่ยวไทย"ททท.รื้อแผนทำตลาดรับมือทัวร์ต่างชาติหนี
ททท.เร่งเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยว จ้างสื่อนอกฟื้นตลาดต่างประเทศ บอร์ดรื้อแผนโปรโมทใหม่ รับทัวร์ต่างชาติเบนเข็มหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ พร้อมรุกตลาดในประเทศเต็มสูบ ต่อยอดโครงการเที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจคึกคัก
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดครั้งที่ 4/ 2552 ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในหลายประเทศ มองหาตลาดประเทศอื่นแทนประเทศไทยแล้ว ดังนั้น เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวจากตลาดต่างประเทศ ททท.จะต้องเร่งนำแผนต่างๆ มาใช้ในการกระตุ้นอย่างจริงจัง โดยว่าจ้างสื่อต่างชาติ และทำการโฆษณาผ่าน 2 มิติหลัก คือ การให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยช่วงเกิดสถานการณ์ มาพูดเรื่องประเทศไทยและนำเสนอผ่านสื่อ และการนำโฆษณาของ ททท.ที่ได้รับรางวัลมานำเสนอผ่านสื่อ
"ในที่ประชุมยังมีมติปรับปรุงแผนการตลาดต่างประเทศ ในเชิงภาพลักษณ์ของททท.ใหม่ทั้งหมด ซึ่งโครงการนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะทำเอง เพราะการทำตลาดต่างประเทศใช้งบจำนวนสูงกว่าพันล้าน หลังจากนี้แนวทางการทำตลาดต่างประเทศ จะเป็นเรื่องที่บอร์ดจะมาพิจารณาร่วมกัน โดยจะได้ประโยชน์ในแง่การให้ความสำคัญที่มากขึ้นด้วย” นายวีระศักดิ์ กล่าว
ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองในประเทศ จนมีการประกาศยกเลิกใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ขณะนี้ประเทศที่ประกาศเตือนการเข้ามาไทยทั้ง 29 ประเทศ ยังไม่ยกเลิกการเตือน แต่บางประเทศได้ปรับลดระดับการเตือน คือ ลดระดับจากระดับ 4 ลงมาเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ จำนวน 2 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส และอิตาลี ขณะเดียวกันมีการปรับลดจากระดับ 2 ลงมาเป็นระดับ 1 คือฮ่องกง
ที่ประชุมบอร์ดททท. ยังมีมติให้เร่งดำเนินแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้อนุมัติงบพิเศษ 40 ล้านบาท จัดทำโครงการ “12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน” อันเป็นการต่อยอดโครงการ “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก”เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นตลาดคนไทย โดยนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้ง 12 เดือน ประกอบด้วย กิมมิคการท่องเที่ยวทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน เช่น แสงตะวันส่องที่สระมรกตเดือนกันยายน หรือ ดูเขาใหญ่ ชมฝูงกวางป่าในเดือนพฤษภาคม ฯลฯ
ทั้งนี้ ททท.จะเข้าไปจับมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวร่วมกัน รวมถึงร่วมมือภาคเอกชน ในการออกโปรแกรมการท่องเที่ยวในเส้นทางเหล่านี้ เพื่อประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังในช่วงเดือนมิถุนายน -กันยายน 2552 ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 5% โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน)



