มโนราห์ชื่อดังผูกคอตายหนีโรครุมเร้า
มโนราห์ชื่อดังเมืองตรัง และนักจัดรายการมโนราห์ทางสถานีวิทยุ คิดสั้นผูกคอตาย หนีปัญหาสารพัดโรครุมเร้า
6 ก.ย.54 พ.ต.ท.สุวิทย์ ยุทธนาการ สารวัตรเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 194/1 ม.10 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์ รพ.ตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหลังบ้าน ซึ่งเป็นซอกแคบๆไว้สำหรับเก็บของ พบร่างของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายวิโรจน์ รักราวี อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน ในสภาพไม่สวมเสื้อ และนุ่งโสร่งตัวเดียว ได้ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตายกับขื่อหลังคาบ้าน ยืนห้อยโตงเตงเป็นที่สลดใจแก่ผู้พบเห็น โดยจากการชันสูตรของแพทย์ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการฆาตรกรรม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชม.
จากการสอบถาม นางบุญศรี รักราวี อายุ 54 ปี ภรรยา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านไปซื้อแกงแพะและเครื่องเซ่นไหว้ ที่ตลาดเพื่อมาทำพิธีให้กับสามี เนื่องจากหมอดูได้นั่งทางในและบอกว่าผู้ตายถูกคุณไสย แต่เมื่อกลับมาถึงนางปราณี น้าสะใภ้ได้บอกว่า ผู้ตายผูกคอตายเสียชีวิตที่หลังบ้านแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ผู้ตายคิดสั้นผูกคอตายครั้งนี้ เพราะต้องการหนีจากโรคร้ายที่รุมเร้าในตัวหลายโรคที่รักษาไม่หายขาด ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และล่าสุดเป็นเนื้องอกในหลอดเสียง ซึ่งหมอ รพ.ตรัง ได้รักษาโดยการผ่าชิ้นเนื้อออกแล้ว ทำให้ผู้ตายสามารถพูดได้ตามปกติ กระทั่งก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนออกจากบ้านไปไม่นาน น้าสะใภ้ก็เห็นผู้ตายนอนอยู่หลังบ้าน และพยายามโบกมือไล่ให้น้าสะใภ้ออกไป และฉวยโอกาสแอบผูกคอตายดังกล่าว
สำหรับนายวิโรจน์ นั้น เป็นที่รู้จักกันในนาม "มโนราห์จุก" เป็นลูกของมโนราห์แป้นเครื่องงาม ซึ่งเป็นมโนราห์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนตรัง และนอกจากจะเป็นศิลปินพื้นบ้านมโนราห์แล้ว ยังใช้เวลาว่างเปิดศูนย์ฝึกสอนรำมโนราห์เองที่บ้านอีกด้วย และยังเป็นนักจัดรายการมโนราห์ชื่อดังทางสถานีวิทยุชุมชน Fm 87.70 MHZ เพื่อเผยแพร่ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีกด้วย กระทั่งมาเกิดอาการเครียดในช่วงหลัง จึงคิดสั้นผูกคอตายหนีโรคร้ายดังกล่าว
เบื้องต้นทางตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายเกิดอาการเครียดที่มีโรคร้ายในตัวรุมเร้าหลายโรค และรักษาไม่หาย จึงฉวยโอกาสช่วงที่มีคนอยู่ในบ้านไม่กี่คน แอบนำเชือกไนล่อนผูกคอตายเพื่อหนีโรคร้ายดังกล่าว
ทั้งนี้ทางตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและมอบศพให้ญาติกลับไปดำเนินการตามศาสนาต่อไป



