
จำคุก3สายลับเขมร2ปี4เดือน
ศาลตัดสินจำคุก 3 สายลับ 2 ปี 4 เดือน ผู้ต้องหาปล่อยโฮ ทำไมประเทศไทยทำกับผมอย่างนี้
จากกรณี นายสุชาติ มูฮำหมัด อายุ 32 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม , จำเลยที่ 2 นายอึ้ง กิมไทย อายุ 43 ปี สัญชาติกัมพูชา เชื้อชาติกัมพูชา ศาสนาพุทธ และจำเลยที่ 3 นายเหวียง เติ้งยัง อายุ 37 ปี สัญชาติเวียดนาม เชื้อชาติเวียดนาม ศาสนาพุทธ 3 ผู้ต้องหาคดีจารกรรมข้อมูลที่ตั้งฐานทหารของไทย ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.54 ที่ถนนกันทรลักษ์-เขาพระวิหาร ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ขณะทั้ง 3 คน ขับรถกระบะโตโยต้า สีดำ 4 ประตู ทะเบียน ชว 1901 กรุงเทพมหานคร ลักลอบเข้ามาหาพิกัดที่ตั้งของทหารไทย และสำรวจหลุมหลบภัยของชาวบ้าน ที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ก.ย. 54 ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกันทลักษ์ ได้ขึ้นนั่งบัลลังค์ตัดสินคดี ประกอบด้วย น.ส.สุวนันท์ ไม้สูงดี พร้อมด้วย นายคำกอง คำพันธ์ ผู้พิพากษา
คดีดังกล่าวนี้ได้ตัดสินว่า จำเลยทั้ง 3 คนมีความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน โดยจำเลยที่ 1นายสุชาติ ถูกตัดสินให้มีความผิดกระทงที่ 1 คือเสพสารเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ขณะขับขี่รถยนต์ เป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติกฎหมายจราจรทางบก และกฎหมายควบคุมสารเสพติดให้โทษ มีความผิดจำคุกไม่เกิน 8 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือต้องโทษจำคุก 4 เดือน ส่วนอีกกระทงหนึ่งคือความผิดตามพระราชบัญญัติความมั่นคง ฐานจารกรรมข้อมูลทางการทหารของไทย ซึ่งความผิดนี้ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่เนื่องจากศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยที่ 1 กับพวกอีก 2 คนไม่ใช่ผู้ก่อการหลักจึงลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี รวมเป็นจำคุก 2 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 2 นายอึ้ง กิมไทย ศาลพิจารณาความผิดกระทงแรกเสพสารเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แต่เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 เดือน และความผิดตาม พระราชบัญญัติด้านความมั่นคงจำคุก 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 นายเหวียง เติ้งยัง ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม ได้รับโทษกระทงเดียวคือ ความผิดตามพระราชบัญญัติความมั่นคงของประเทศ ได้รับโทษจำคุก 2 ปี
หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้รับทราบผลการพิจารณาคดีถึงกับเข่าทรุด โดยนายเหวียง ถึงกับปล่อยโฮ ร้องไห้กับภรรยาที่มานั่งรับฟังผลการพิจารณาคดีด้วย พร้อมกับบอกกับผู้สื่อข่าวโดยมีล่ามแปลให้ฟังสรุปได้ว่า “ ผมไม่เกี่ยว ผมไม่รู้เรื่อง ทำไมประเทศไทยทำกับผมอย่างนี้ ” พร้อมกับโอบกอดภรรยาที่เดินมาส่งที่รถควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.กันทรลักษ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปควบคุมตัวต่อที่เรือนจำกันทรลักษ์ เพื่อรอการอุทธรณ์ต่อไป
นายวีระวัฒน์ ทองสุทธิ์ ทนายความคนไทยที่รับว่าความให้ผู้ต้องหา 3 ราย กล่าวว่า การพิจารณาคดีก็เป็นไปตาม ขั้นตอนทางกฎหมาย จะเชื่อหรือไม่ก็เป็นไปตามคำวิเคราะห์ของศาล ซึ่งทางผู้ต้องหาก็จะดำเนินการอุทธรณ์ตามขั้นตอนต่อไป ทางเจ้าหน้าที่กงศุลกัมพูชาและเลขาเอกอัครราชฑูตประเทศกัมพูชาประจำประเทศไทย ก็บอกว่าพอใจในคำพิพากษาระดับหนึ่ง และจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามกรอบของกฎหมายต่อไป



