
สหรัฐประเมินความเสียหายจากไพายุไอรีน4.5ล.
ทำเนียบขาวประเมินความเสียหายจากพายุไอรีนที่ 45,000 ล้านบาท
ทำเนียบขาวของสหรัฐ ได้ประเมินความเสียหายที่เกิดจากพายุเฮอร์ริเคนไอรีน จะทำให้ต้องใช้เงินภาษีจำนวน 1,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 45,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งจะทำให้งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลพองตัวมากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ กำลังเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า และสภาคองเกรสส์ กำลังงัดข้อกันอยู่
จากการประเมินในเบื้องต้นของนายจาค็อบ ลิว ผู้อำนวยการด้านกำกับดูแลงบประมาณของทำเนียบขาว ได้ประเมินว่า ต้องใช้เงินถึง 5,200 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 156,000 ล้านบาท ในการบรรเทาภัยพิบัติและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติเมื่อไม่นานนี้ โดยเฉพาะเมืองโจพลิน รัฐมิสซูรี่ ที่ประสบภัยพายุติดต่อกันหลายลูก ซึ่งนายลิว กล่าวว่า ในเบื้องต้นต้องใช้เงินจำนวน1,500 ล้านดอลล่าร์ ในการฟื้นฟูไปจนถึงปีหน้า
ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบาม่า ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า ข้อตกลงเรื่องเพิ่มเพดานหนี้กับสภาคองเกรสส์ ได้ยอมให้รัฐบาลกู้เงินไปใช้จ่ายในเรื่องการบรรเทาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ที่ทำให้ตัวเลขขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งการของบช่วยเหลือฉุกเฉินนี้ จะกลายเป็นข้อปฏิบัติที่ต้องทำกันเป็นระยะยาว ซึ่งนายอีริค แคนเตอร์ ผู้นำเสียงข้างมากอันดับที่สองของพรรครีพับลีกัน ในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า งบประมาณเพื่อบรรเทาภัยพิบัติควรจะชดเชยด้วยการตัดงบประมาณรายจ่ายในส่วนอื่น
การประเมินเรื่องค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ได้มีขึ้นในขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสส์ เสร็จสิ้นการพักร้อนและเริ่มกลับมาทำงาน ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณ ภายใต้การนำของฝ่ายเดโมแครต ได้มีกำหนดจะประชุมร่วมกันในวันนี้ เพื่อพิจารณาร่างงบกฎหมายที่รวมถึงงบประมาณฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้วย
สำนักงานการจัดการภัยพิบัติฉุกเฉินแห่งสหพันธ์ มีงบประมาณไม่ถึง 800 ล้านดอลล่าร์หรือราว 24,000 ล้านบาท สำหรับใช้บรรเทาภัยพิบัติในส่วนที่จำเป็นจริง ๆ ก่อนวันที่1 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปีงบประมาณใหม่เริ่มต้นขึ้น และเพราะแคลนงบประมาณนี้เอง ทำให้โครงการฟื้นฟูในบางส่วนต้องล่าช้าออกไป เพื่อเจียดเงินบางส่วนไปช่วยเหลือพายุไอรีน เช่นเรื่องอาหาร น้ำดื่มและที่พักอาศัย
พายุไอรีน ได้พัดเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออกของสหรัฐ ตั้งแต่รัฐคาโรไลน่า ไปจนถึงรัฐเมนตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน สร้างความเสียหายให้บ้านเรือน ถนนและชุมชนที่อยู่ใกล้ชายทะเล ทั้งยังทำให้เมืองต่าง ๆ ในรัฐเวอร์มอนต์ และนิวยอร์ค อยู่ในสภาพถูกนำท่วมขัง ซึ่งคาดว่าตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงจะอยู่ที่หลายล้านดอลล่าร์ และเงินประกันของบริษัทเอกชน แต่ค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลต้องเสียไปนี้ ไม่ได้ครอบคลุมวงเงินประกันของบริษัทเอกชนแต่อย่างใด



