
แก๊งค้ายาเหิมยิงตำรวจ ปส.เจ็บพร้อมสาย
แก๊งค้ายาหาดใหญ่เหิม ยิงตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดสงขลาบาดเจ็บพร้อมสายล่อซื้อ ขณะบุกจับ คนร้ายเผ่นหนีลอยนวล
เมื่อเวลา 00.03 น.วันที่ 6 กันยายน พ.ต.อ.ประพัตร ศรีอนันต์ ผกก.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งเข้าตรวจสอบเหตุยิงกันที่บริเวณถนนเพชรเกษม ซอย 11 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อไปถึงพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไตรตัน สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ฐ 3199 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนน ที่บริเวณท้ายรถห่างออกไปเล็กน้อยมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู-ขาว ทะเบียน คฉพ 9 สงขลา จอดอยู่ 1 คัน
ส่วนคนเจ็บทราบว่ามี 2 คน ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง นำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือชีวิตไปก่อนแล้ว ทราบชื่อคือ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ เทพมณี ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .380 (.38 ซุปเปอร์) ที่บริเวณไหล่ด้านหลัง 1 นัด และนายสุภัทร พุ่มนก อายุ 20 ปี เป็นสายของตำรวจ อยู่บ้านเลขที่ 234/19 ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่ราวนมขวา 1 นัด อาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า นายสุภัทร ซึ่งเป็นสายให้กับชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้ร่วมกับ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ วางแผนติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยนัดแนะส่งยาเสพติดกันบริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้น ด.ต.พันธ์ศักดิ์ เห็นคนร้ายจึงขับรถกระบะคันดังกล่าวเข้ามาประกบเพื่อจับกุม แต่คนร้ายไหวตัวทัน ชักอาวุธปืนจากเอวออกมายิงใส่ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ 1 นัด ก่อนจะหันปากกระบอกปืนยิงใส่นายสุภัทร อีก 1 นัด
จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไป โดยทิ้งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้ ทั้งนี้ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บได้กัดฟันแข็งใจชักอาวุธปืนไล่ยิงใส่คนร้ายแต่กระสุนพลาดเป้า ก่อนจะมีพลเมืองดีแจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งสองคนนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนจุดเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนของคนร้ายตกอยู่ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ด.ต.พันธ์ศักดิ์ สังกัด สภ.หาดใหญ่ แต่ถูกให้ไปช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา และเพิ่งทำงานปราบปรามยาเสพติดได้เพียง 5 วัน และในคืนนี้ก็ออกปฏิบัติหน้าที่จับกุมแก๊งค้ายาเสพติด โดยร่วมกันวางแผนล่อซื้อกับนายสุภัทร แต่มาถูกยิงได้รับบาดเจ็บพร้อมกัน ส่วนคนร้ายพอจะทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร และจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รวบเอเย่นต์ส่งยาไอซ์ซุกไอครีมเนสเล่ตบตาตร.
เมื่อเวลา 04.50 น. พ.ต.ท.ชยิน แจ้งประจักษ์ สวป.สภ.เมืองนครปฐม พร้อมด้วย ร.ต.ท.เนติ รินจันทร์ รอง สวป.ฯ กับ จนท.ตร.จำนวนหนึ่ง ตั้งด่านตรวจบริเวณถนนเพชรเกษมขาออกตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย สาขาพระประโทณ อ.เมือง จ.นครปฐม พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีเทา ทะเบียนลักษณะต้องสงสัย โดยที่ป้ายทะเบียนหมวดอักษร สฉ 7742 กทม. มีการใช้สีขาวทาทับตัวเลข 2ให้กลมกลืนเป็นสีขาวพื้นเดียวกับแผ่นป้ายทะเบียน ทำให้มองเห็นเพียงตัวเลข 774 จึงเรียกให้หยุดรถ เพื่อตรวจค้น
พบมีนายอภิชาติ อินทร์รัตน์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.2 ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เป็นผู้ขับขี่มาคนเดียว และมีท่าทางพิรุธ จากการตรวจค้น พบถุงไอครีมเนสเล่ ห่อทับซองพลาสติกใสภายในบรรจุยาไอซ์จำนวน 2 ซอง น้ำหนักรวม 100 กรัม ซุกไว้ใต้เบาะนั่งข้างคนขับด้านหน้า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 250,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดไว้ในครอบครองพร้อมทำการจับกุมนำตัวมาทำการสอบสวน
นายอภิชาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุน ชื่อนายอ้อม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ว่าจ้างให้ขับรถเก๋งฮอนด้าคันดังกล่าวมาส่งยาไอซ์ที่ จ.ราชบุรี ในราคาเที่ยวละ 20,000 บาท และจะได้ค่าส่งรายทางอีกจุดละ 5 พันบาท โดยตนเองไปรับรถคันดังกล่าว จากสายส่งอีกทอดหนึ่งที่หน้า ม.มหิดล ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ก่อนจะนำยาไอซ์บางส่วน มาส่งให้ลูกค้า โดยนัดส่งของกันภายใน รพ.ศูนย์นครปฐม แต่มาถูกจับได้เสียก่อน
หลังทราบข้อมูลจากการสอบสวนขยายผลเบื้องต้น พ.ต.ท.ชยิน จึงได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบ พร้อมร่วมกันวางแผนจับกุม ผู้ที่จะมารับยาไอซ์จาก นายอภิชาต โดยแบ่งกำลังอีกชุดไปซุ่มรอภายใน รพ.ศูนย์นครปฐม
จนกระทั่งเวลา 07.35 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังซุ่มรออยู่บริเวณจุดนัดหมาย ได้มีนายสุภชัย เนรมิตตกพงษ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.2 ต.หลุมดิน อ.เมือง จ.ราชบุรี ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีแดง หมายเลขทะเบียน กฉ 4636 ราชบุรี เข้ามาเพื่อรับยาไอซ์จากนายอภิชาต เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นภายในรถ แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครปฐม
นายสุภชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าก่อนหน้านี้ และได้รับการว่าจ้างจากนายอ้อมเป็นเงิน 5,000 บาท ให้มารับของโดยนายอ้อม ได้สั่งผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งตนยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสุภชัย ไปตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง และจากการตรวจสอบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ หมายเลขทะเบียน สฉ 7742 กทม. พบว่าผู้ครอบครองและผู้ถือกรรมสิทธิ์คือ บริษัท ฮอนด้าลิสซิ่ง (ประเทศไทย) เลขที่ 2748 ซ.สุขุมวิท 66/1 ถ.สุขุมวิท บางนา กทม. ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์ เมื่อ 4 พ.ย.48 และทะเบียนสิ้นอายุ เมื่อ 4 พ.ย.52 ถึงปัจจุบันยังไม่ได้ต่อภาษี
ส่วนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด หมายเลขทะเบียน กฉ 4636 ราชบุรี ตรวจสอบแล้วเป็นของนายสุภชัย เป็นผู้ครอบครอง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ขับขี่รถยนต์เสพสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหานายอภิชาต ว่า ”มียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” นำตัวทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ตร.โก-ลกรวบเอเย่นต์ค้ายายึดของกลางมูลค่า1.8ลบ.
เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุม 2 เอเย่นต์ยาบ้า ตามหมายศาล จ.นราธิวาส คือ 1.นายมูฮัมมัดซาอุดี เจ๊ะซอ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 476 ซอย 11 ถ.ประชาวิวัฒน์ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
2.นายยูสือรี ซำซี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 ถ.ทรายทอง 1 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมของกลางยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม จำนวน 32,000 เม็ด ที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดเล็กสีน้ำเงิน จำนวน 160 ถุงๆละ 200 เม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านเช่าเลขที่ 42 ซอย 12 ถ.ทรายทอง1 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่บุคคลทั้ง 2 อาศัยอยู่
พร้อมของกลางอีกจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วย เงินสดซึ่งเป็นธนบัตรไทย และสกุลริงกิตประเทศมาเลเซีย นาฬิกาข้อมือ โทรศัพท์มือถือ อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ซุปเปอร์ จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกเกือบ 100 นัด รวมไปถึงบัตรเคดิต
ซึ่งการจับกุม 2 ผู้ต้องหาในครั้งนี้ เป็นการสั่งการของ พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบ.ศชต.ที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า 2 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ที่ลักลอบนำยาบ้าจำหน่ายให้กับผู้ค้าทั้งชาวไทย และมาเลเซียมาเป็นเวลายาวนาน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรพร นำกำลังเข้าบุกจับกุมดังกล่าว
อย่างไรก็ตามก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหามาสอบสวนขยายผลที่ สภ.สุไหงโก-ลกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จำนวนทั้งสิ้น 44 รายการ ที่สำคัญๆ อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,800,000 บาท
จับหนุ่มส่งยาบ้า-ไอซ์ใส่กล่องพัสดุฝากรถทัวร์ส่งลงใต้
เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง ผกก.สน.ตลิ่งชันและ พ.ต.ท.วิเชียร แสงพิทักษ์ รองผกก.ป.สน.ตลิ่งชัน แถลงข่าวผลการจับกุม นายวัฒนกูล กงวงษ์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย ผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติด พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,000 เม็ด ยาไอซ์ 50 กรัม และกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่กล่องระบุชื่อผู้รับ นายบรรจบ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นผลงานของฝ่ายปราบปราม สน.ตลิ่งชัน นำโดย พ.ต.ท.วิเชียร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีการลักลอบขนยาเสพติด ลักษณะคนส่งเป็นชายรูปร่างผอมสูง มีแผลเป็นจากไฟไหม้ตามใบหน้า และมือทั้งสองข้าง ซึ่งจะถือกล่องพัสดุของบริษัทไปรษณีย์มาฝากส่งที่สถานีขนส่งกรุงเทพสายใต้ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ จึงได้สั่งการให้ฝ่ายปราบปรามไปซุ่มจับกุม
พ.ต.อ.พงศ์อนันต์ กล่าวอีกว่า กระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 5 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายต้องสงสัยรูปพรรณสัณฐานตรงกับที่สายข่าวแจ้งมา โดยถือกล่องพัสดุไปรษณีย์เดินเข้ามาใกล้บริเวณที่รับฝากส่งของบริษัทขนส่งจำกัด 999 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น เมื่อเปิดกล่องพัสดุดังกล่าวพบว่า ภายในกล่องบรรจุยาบ้ากับยาไอซ์ จึงควบคุมตัวนายวัฒนกูล ผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สน.ตลิ่งชัน
นายวัฒนกูล ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานประจำเป็นพนักงานขับรถตู้ ของบริษัทจัดทัวร์แห่งหนึ่งย่านสาทร และไปรับพัสดุดังกล่าวจากเพื่อนสนิทรุ่นน้อง ที่ซอยลาดพร้าว 130 แล้วมาฝากส่งไปกับรถทัวร์ที่สายใต้ โดยรับงานทางโทรศัพท์ ได้ค่าจ้างนำพัสดุมาฝากส่งครั้งละ 500 บาท ทำมาแล้ว 2 ครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า-ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจะขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
พ่อค้ายาบ้ายิงตร.เจ็บสาหัสหนีซ่อนป่า10วันทนไม่ไหวออกมาดูมวยโดนจับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.00 น. พ.ต.อ.รณภพ หริ่มสืบ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกว่า 20 นาย ควบคุมตัว นายนริมิตร จันทจร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 ม.3 ต.โนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหายิงต่อสู้ตำรวจ และเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งได้ร่วมกับนายอนุชิต อัมพวา ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าจับกุม บริเวณสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านโคกสง่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.54 โดยหลังก่อเหตุ ได้หนีไปกบดานนานกว่า 10 วัน
พ.ต.อ.รณภพ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยิงปะทะกันได้ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด กระทั่งทราบว่านายนริมิตร กลับเข้ามาในหมู่บ้าน โดยเมื่อวันที่ 4 ส.ค.54 แอบมานั่งดู และเชียร์มวยตู้ในหมู่บ้าน จึงวางแผนเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทันพยายามวิ่งหลบหนี แต่สุดท้ายก็จนมุม เพราะวิ่งไปติดรั้วลวดหนาม
นายนริมิตร ให้การรับสารภาพว่า ค้ายาเสพติดเครือข่ายเดียวกันกับนายวชิราวุธ หรือจอน อัมพวา อายุ 22 ปี ขาใหญ่ ผู้ต้องหาค้ายาบ้าลูกชาย นายอนุชิต อัมพวา สารวัตรกำนันตำบลโนนน้ำเกลี้ยง ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.สุรสิทธิ์ ถิตย์อำไพ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดบาดเจ็บสาหัสขณะเข้าจับกุม ซึ่งถูกจับไปก่อนหน้านี้แล้ว
โดยนำยาบ้าเข้ามาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่หลายครั้ง กระทั่งวันเกิดเหตุที่นายวชิราวุธ ยิงต่อสู้ตำรวจได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่กับตน แต่พอเจ้าหน้าที่ติดตามมาจึงแบ่งอาวุธกันยิงต่อสู้ ทั้งนี้หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอาศัยหลับนอนอยู่ในป่าอ้อย และสวนยางพารา นานกว่า 10 วัน แต่วันที่ถูกจับกุมตัวได้ เป็นวันที่มีการถ่ายทอดสดมวยไทย อดใจไว้ไม่ได้ เพราะตนเป็นคนชอบดูมวยไทย และติดตามดูอยู่ตลอดไม่เคยพลาด จึงตัดสินใจเสี่ยงออกมาจากป่า เพื่อมาดูมวยกับเพื่อนบ้าน กระทั่งโดนจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ มียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย



