ข่าว

ขู่ไม่ได้300บาทล่า5ล.ชื่อฟ้องศาลฯ

ขู่ไม่ได้300บาทล่า5ล.ชื่อฟ้องศาลฯ

05 ก.ย. 2554

องค์กรแรงงานออกแถลงการณ์ร้องรัฐบาลปรับค่าจ้าง 300 บ./วันพร้อมกันวันที่ 1 ม.ค. ทั่วประเทศ ลั่นตบเท้าขอความชัดเจนจากยิ่งลักษณ์ 7 ต.ค. หากพลิ้วจะเข้าแจ้งความ-ล่า 5 ล้านชื่อฟ้องศาลปกครองฐานทำผิดสัญญาหาเสียง "เผดิมชัย" อ้อนนำร่อง 7 จังหวัดก่อน

          กลุ่มผู้ใช้แรงงานแสดงความไม่พอใจต่อแนวทางของรัฐบาล ที่จะขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาทนำร่องใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี และภูเก็ต โดยจะเริ่มในวันที่ 1 มกราคมปีหน้านี้ ประกาศหากไม่ขึ้นเท่ากันทั่วประเทศจะแจ้งความเอาผิดพร้อมเคลื่อนไหวล่ารายชื่อส่งฟ้องศาลปกครองต่อไป

 

ขู่ร้องตร.-ล่า5ล.ชื่อฟ้องศาล

 

           นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า แรงงานทั่วประเทศมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ ที่ปัจจุบันราคาสินค้าในบางจังหวัดได้ปรับขึ้นสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว และสถานประกอบการบางจังหวัดก็มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันไปแล้วด้วย ดังนั้นกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐมนตรีแรงงานในการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทที่จะเริ่มนำร่องใน 7 จังหวัดซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 และควรจะเพิ่มค่าจ้างให้แก่จังหวัดอื่นๆ ในฐานเดียวกันทั่วประเทศในเดือนมกราคมปีหน้าพร้อมกันไปด้วย

           "องค์กรแรงงานจะร่วมกันรณรงค์ให้รัฐบาลปรับค่าจ้างเป็น 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ โดยในวันที่ 7 ตุลาคม คสรท.จะร่วมกับกลุ่มองค์การแรงงานเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความชัดเจน หากในเดือนมกราคมรัฐบาลยังไม่ดำเนินการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทให้แก่แรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศ เราจะแจ้งความว่ารัฐบาลทำผิด มาตรา 53 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 ในเรื่องทำผิดสัญญาหาเสียงโดยสัญญาว่าจะให้แล้วไม่ทำตามที่หาเสียงไว้ โดยจะมีการรวบรวมรายชื่อแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทจำนวน 5 ล้านคน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองด้วย” นายชาลี ยืนยัน

 

ค่าใช้จ่ายครัวเรือนละ561บ.

 

           ประธานคสรท. กล่าวอีกว่า อยากให้รัฐบาลปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างโดยคนที่ทำงานมาแล้ว 1 ปี ควรได้รับการปรับค่าจ้างประจำปี รวมถึงผู้ที่จบปริญญาตรี ก็ควรได้เงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือนตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ จากการที่องค์กรแรงงานได้สำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้ใช้แรงงานใน 16 จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปราจีนบุรี ฯลฯ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 3,660 คน พบว่าในจำนวนนี้ 68.1% ได้รับค่าจ้างไม่ถึงวันละ 300 บาท และอีก 19.86% ได้รับค่าจ้างเกินวันละ 300 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหารเช้า-เย็น ค่าเช่าบ้าน ค่าสาธารณูปโภค ค่าสินค้าอุปโภค เช่น สบู่ ยาสีฟัน หากคิดเป็นต่อ 1 คนอยู่ที่ 348.39 บาทต่อวัน และหากคิดเป็นต่อครอบครัว 3 คน อยู่ที่ 561.79 บาทต่อวัน ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในส่วนค่าเล่าเรียนบุตร

           นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กลุ่มแรงงานมารวมตัวกันมากที่สุด แต่การเคลื่อนไหวเรียกร้องอยากให้ทำในนามของกลุ่มแรงงานทั่วประเทศ ไม่ใช่ในนามขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เพื่อจะได้เกิดพลังในการขับเคลื่อนให้ได้ค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ

 

ไล่รัฐบาลทำไม่ได้ลาออกไป

 

           นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า ค่าจ้างเป็นประเด็นทางการเมือง เมื่อรัฐบาลหาเสียงที่จะปรับค่าจ้างซึ่งเป็นการส่งสัญญาณทำให้สินค้าปรับราคาสูงขึ้น หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าได้การปรับค่าจ้างก็จะไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จะต้องใช้บังคับกับแรงงานภาคเกษตรและแรงงานข้ามชาติด้วย หากทำไม่ได้ก็ขอให้ลาออกไป

           ทั้งนี้ นายชาลีได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งออกร่วมกัน โดย คสรท. สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย สหพันธ์แรงงานกิจการต่างๆ เรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันพร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องจากในเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้รณรงค์หาเสียงไว้ว่าหากได้จัดตั้งรัฐบาลจะปรับค่าจ้าง เนื่องจากแรงงานเลือกพรรคเพื่อไทยเพราะนโยบายนี้ แต่ขณะนี้กลับมีกระแสกดดันจากนายทุนทำให้รัฐบาลมีท่าทีเปลี่ยนไป ล่าสุดเรื่องนี้กลายเป็นการนำร่องปรับค่าจ้าง 300 บาทใน 7 จังหวัด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกล้าที่จะยืนยันตามนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและทำให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกพื้นที่

 

รัฐเท3พันล.ปั้นแรงงานฝีมือ

 

           ส่วนท่าทีของรัฐบาลนั้น นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ใช้แรงงานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ที่ใช้คำว่ารายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาทนั้น เพราะมีเจตนาต้องการให้แรงงานทุกกลุ่มทั้งในระบบและนอกระบบรวมประมาณ 38 ล้านคน เช่น แรงงานภาคเกษตร ผู้ที่รับงานไปทำที่บ้าน มีโอกาสได้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาทเช่นกันโดยไม่รวมค่าล่วงเวลา(โอที) และที่ต้องนำร่อง 7 จังหวัดก่อนเพราะมีความพร้อมและนำอัตราที่เพิ่มขึ้นไปบวกให้แก่จังหวัดอื่นๆ ก่อน เพื่อปรับฐานค่าจ้างสูงขึ้นก่อนดำเนินการให้มีอัตรา 300 บาทเท่ากัน 77 จังหวัดทั่วประเทศต่อไป

           "ผมจะเร่งทำทันทีทุกอย่างจะไม่ใช้เวลายาวถึง 2 ปี จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการไตรภาคี 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐ ลูกจ้าง และนายจ้าง หาข้อยุติร่วมกันบนพื้นฐานความยุติธรรม ความพอใจของทุกฝ่าย ไม่มีใครบอบช้ำหรือได้เปรียบเสียเปรียบ มีนโยบายพัฒนาสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด รวม 77 แห่ง พัฒนาแรงงานไร้ฝีมือไปสู่แรงงานกึ่งฝีมือและมีฝีมือในที่สุด ผมได้เสนอของบประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้ขานรับแล้ว" นายเผดิมชัยระบุ
 
             นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เชื่อมั่นว่า ภายใน 1 ปีทุกจังหวัดจะได้รับการปรับเพิ่มค่าจ้างเป็น 300 บาท ขณะนี้ได้มอบให้อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด ไปสำรวจค่าครองชีพเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ทั้งนี้ ในวันที่ 14 กันยายนนี้ คณะกรรมการค่าจ้างกลางจะมีการประชุมกัน แต่คาดว่าอาจจะยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะหลายเรื่องอยู่ในระหว่างดำเนินการ

 

พณ.กล่อม5กลุ่มลดราคา

 

           ขณะเดียวกัน มาตรการยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับลดราคาลง แต่ผู้ประกอบการยังคงไม่ยอมปรับลดราคาสินค้า เป็นเหตุให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเรียกประชุมร่วมกับผู้ผลิตสินค้ากว่า 200 ราย โดยนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จะมีสินค้า 5 กลุ่มลดราคาภายในสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1.ปูนซีเมนต์ขนาดถุงละ 50 กิโลกรัม ลดลง 5-10 บาท จากปัจจุบันราคาถุงละ 135-140 บาท 2.กระเบื้องหลังคาลดลงแผ่นละ 5 บาท จากราคา 36-40 บาท 3.ปุ๋ยเคมี ลดลงถุงละ 5-8 บาท จากราคาปัจจุบัน 905-1,010 บาท 4.เครื่องปั๊มน้ำ ลดลงเครื่องละ 100-200 บาท จากราคาปัจจุบัน 4,590 บาท และ 5.แป้งสาลีบรรจุถุง ลดลงถุงละ 10 บาท จากราคาปัจจุบันถุงละ 477-698 บาท

           "สินค้าในหมวดของใช้ประจำวัน เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน หมวดอาหารและเครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ยังไม่สามารถลดราคาลงได้ทันที เนื่องจากได้มีการทำสัญญาว่าจ้างการขนส่งกับผู้ประกอบการรับเหมาขนส่งเป็นรายปี แต่ยินดีที่จะตรึงราคาในปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปีนี้  ขณะที่น้ำมันพืช นม และน้ำตาลทราย ก็มีแนวโน้มลดราคาลงมา รวมถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ และไข่ด้วย" นายภูมิระบุ

 

รถร่วมบขส.ยังไม่ลดค่าตั๋ว

 

          นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถร่วม บขส. ลงกิโลเมตรละ 2 สตางค์ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อสมาชิกที่แสดงความจำนงที่จะปรับลดจัดส่งไปยังบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อให้ บขส.ประกาศอัตราค่าโดยสารใหม่ จากนั้นจึงจะสามารถปรับลดค่าโดยสารลงได้ อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ สมาคม ไม่ได้บังคับให้สมาชิกทุกรายต้องปรับลด เนื่องจากเป็นข้อตกลงแบบสมัครใจ

           นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการ บขส. กล่าวว่า บขส.ไม่ได้บังคับแต่เป็นการขอความร่วมมือ ล่าสุดมีรถร่วม 1 รายที่ปรับลดอัตราค่าโดยสารแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา คือ บริษัท พิบูลย์ทัวร์ จำกัด วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-ช่องเม็ก อุบลราชธานี ส่วนสมาชิกของสมาคมนั้น บขส.กำลังรอหนังสือยืนยันการปรับลดอย่างเป็นทางการ ซึ่งสมาคมรับปากว่าจะจัดส่งรายชื่อบริษัทที่ยินดีปรับลดมาให้ภายในวันที่ 5 กันยายนนี้ หากทำหนังสือยืนยันมา บขส.ก็สามารถที่จะประกาศอัตราค่าโดยสารใหม่ และสามารถปรับลดได้ทันที

 

"พิชัย"เชื่อดีเซลพุ่งไม่ถึง30บ.

 

           นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า  รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางเอทานอลในภูมิภาคนี้ จึงส่งเสริมการใช้เอทานอลอย่างชัดเจน ไม่ได้มองเพียงผลในระยะสั้น โดยในระยะยาวจะเน้นการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อให้เชื้อเพลิงทุกชนิดมีการจัดการที่ถูกวิธี ส่วนราคาน้ำมันดีเซลที่อาจจะปรับตัวสูงเกินกว่า 30 บาทนั้น ส่วนตัวมองว่าราคาน้ำมันจะวิ่งในกรอบแคบๆ จึงไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก แต่ถ้าเพิ่มขึ้นจริงก็จะต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าควรจะนำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนหรือไม่

           นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้น้ำมันแก๊สโซฮอล์มียอดการใช้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลงจากเดิมเพียง 2% เนื่องจากรัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการส่งเสริมแก๊สโซฮอลในระยะยาวรัฐบาลควรยกเลิกการขายเบนซิน 91 ลดส่วนต่างระหว่างแก๊สโซฮอล์กับเบนซิน 91 รวมทั้งยอดการใช้เอทานอลก็จะเพิ่มสูงขึ้น