ข่าว

ควันหลงเรื่องโยกย้ายตำรวจ

ควันหลงเรื่องโยกย้ายตำรวจ

06 ก.ย. 2554

ควันหลงเรื่องโยกย้ายตำรวจ : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

           สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องราวของการโยกย้ายตำรวจนั้นกลายเป็นเรื่องสร้างแรงสะเทือนไปทั่ว

            ทั้งในวงการตำรวจเอง และวงการข้าราชการอื่นๆ ที่เกิดการประทบชิงกันไปว่านายของใครจะโดนย้ายไปย้ายมากันบ้าง

            ไม่นับวงการอาชญากรรมทั้งหลายด้วยนั่นแหละครับ

            ประการแรก เรื่องที่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ชัดเจนขึ้น (หรือน่าแปลกใจอยู่มาก) ก็คือบทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งในช่วงแรกมองกันไม่ออกว่าคุณเฉลิมจะมีภารกิจอะไร

            ยิ่งในเรื่องของตำรวจด้วยแล้ว ยิ่งมองไม่ออกไปกันใหญ่ เพราะว่า ถ้าดูตามตำแหน่งแล้ว พล.ต.อ.โกวิท อดีต ผบ.ตร.น่าจะถูกพิจารณาก่อน

            ในแง่นี้ก็น่าสนใจว่า อดีตร้อยตำรวจเอกนั้นกลายมาเป็นคนที่คุมตำรวจและย้าย ผบ.ตร .นั่นแหละครับ ซึ่งมีแต่ประชาธิปไตยที่ทำเรื่องนี้ได้ครับ

            ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ก็ต้องว่ากันต่อไป เพราะโดยภาพจริงนั้น การโยกย้ายตำรวจนั้น มีเรื่องราวที่พัฒนากันมานาน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการให้ความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร. และโครงสร้างของกรรมการแต่งตั้งที่ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ แค่ว่าใครรังแกใคร เพราะมีกรรมการจากหลายฝ่าย

            นั่นจึงโยงมาที่ประการที่สอง นั่นก็คือ ถ้าภาพรวมของการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับสูงมีโครงสร้างการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม ทำไมคราวนี้คุณวิเชียรจึงเหมือนไม่มีพรรคพวกเลย ไม่ว่าจะทั้งการสัมภาษณ์ของอดีต ผบ.ตร.เก่าๆ หรือแม้กระทั่งสื่อต่างๆ (เว้นแต่บางฉบับและบางคอลัมน์ที่พยายามจะเล่นข่าวว่าชูวิทย์รับงานเฉลิม ขณะที่สื่อเหลืองแท้ๆ ยังไม่กล้าขนาดนั้น แค่มองว่า "บังเอิญอย่างร้ายกาจ" เท่านั้น)

            ทั้งที่เรื่องที่น่าสนใจอาจจะมีหลายมิติ อาทิ คุณวิเชียรส่วนหนึ่งที่จะต้องไปก็เพราะบ่อน แต่ไหงเอาข้ออ้างตั้งรายใหม่ด้วยผลงานปราบยา? มิหนำซ้ำข้ออ้างของคุณเฉลิมที่ว่าต้องเอาคนมาทำงานให้เหมาะกับงาน แต่คุณเฉลิมก็ไม่ตอบ และไม่ถูกบี้ให้ตอบเลยว่า แล้วคุณวิเชียรไปเหมาะกับเลขาฯ สมช. และแทบจะไม่มีการเล่นข่าวเรื่องของความไม่เป็นธรรมในการโยกย้าย

            ย้ำว่ามีข่าวว่ามีการรับงานตามประสาข่าว "ความน่าจะจริง" แต่ไม่ได้มีข่าวการออกมาการันตีว่าคุณวิเชียรนั้นย้ายไม่ได้ ไม่มีแม้กระทั่งข่าวการออกมารวมตัวกันปกป้องนาย

             มีแต่ข่าวคุณวิเชียรไปอวยพรย้อนหลังให้ป๋า แล้วให้สัมภาษณ์โดยอ้างคำพูดป๋าว่า ป๋าดีใจที่คุณวิเชียรเป็น ผบ.ตร. แต่กระแสนี้ก็จุดไม่ติดในแง่ของสังคมก็ดีใจที่คุณวิเชียรเป็น ผบ.ตร. แต่ข่าวออกมาว่าคุณวิเชียรพยายามดิ้นและพยายามสู้มากกว่าการรายงานข่าวว่าคุณวิเชียรพยายามอธิบายเรื่องความผิดพลาดหรือผลงานของตน

            ประการสุดท้าย เรื่องที่ยังค้างใจอยู่ก็คือ ตกลงเมื่อมีการย้ายคุณวิเชียรไปแล้ว รายใหม่ที่จะขึ้นมานั้นจะมีวิสัยทัศน์ในการปราบบ่อนอย่างไร? หรือว่าบ่อนนั้นใครๆ ก็รู้ว่ามี แต่เพียงว่าใครจะโดนลากมาอ้างเพื่อถูกโยกย้ายเท่านั้น (ผมยังจำได้ว่าในภาพยนตร์เรื่องก็อดฟาเธอร์นั้น มาเฟียเขาเปิดบ่อน แต่เขาไม่ยอมค้ายา เหมือนกับว่าเขามีเส้นแบ่งบางอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้)

            และเรื่องปราบยานั้น จะมีภาพอย่างไร ที่จะไม่เป็นภาพแบบของการฆ่าตัดตอนในนามของความเข้มงวด นั่นหมายความว่าเราจะต้องพิจารณาว่าในการปราบยานั้นจะมีภาพรวมอย่างไร ตำรวจทำงานตรงไหน และภาคส่วนอื่นๆ จะทำงานร่วมและตรวจสอบร่วมกันอย่างไร

            ย้ำว่าประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงเรื่องของเสียงข้างมากหรือเสียงจากประชาชนเท่านั้น แต่ต้องหมายถึงการตรวจสอบของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทุกคนด้วยครับ