ข่าว

โวยนายทุนฮุบ'ป่าชุมชน'

โวยนายทุนฮุบ'ป่าชุมชน'

06 ก.ย. 2554

ชาว ต.เกาะมะนาว อ.บำเหน็จณรงค์ ร้องสื่อนายทุนยึดที่สาธารณประโยชน์-ป่าชุมชน ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานนับร้อยปี ส่งคนตัดไม้ใหญ่พร้อมไถ่เตียนกว่า 100 ไร่ เพื่อเตรียมปลูกยางพารา ปลัดฯ อาวุธโสสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

         นายวงเดือน บทนอก ผู้ใหญ่บ้านเกาะไทรงาม หมู่ 8 นำตัวแทนชาวบ้าน ต.เกาะมะนาว อ.บำเหน็จณรงค์ เข้าร้องสื่อมวลชนประจำจ.ชัยภูมิ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อให้ตรวจสอบการบุกรุกทำลายป่าสาธารณประโยชน์และป่าช้าชุมชนเกาะไทรงาม ซึ่งมีเนื้อที่ถูกบุกรุกตัดโค่นป่าไม้ขนาดใหญ่เสียหายจากนายทุนภาคใต้กว่า 30 ไร่ เดิมพื้นที่บริเวณนี้ชาวบ้าน ต.เกาะมะนาวได้ใช้ประโยชน์เป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกันมาช้านาน โดยนายวงเดือน กล่าวว่า แปลกใจอยู่ดีๆ ก็มีนายทุนต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่และอ้างว่ามีใบเอกสารสิทธิการซื้อขายให้ครอบครองพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ของชุมชนบ้านเกาะไทรงาม ทั้งๆ ที่บริเวณนี้เป็นป่าชุมชนที่อดีตใช้เป็นป่าช้าของชุมชน และใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งเก็บของป่าและเป็นที่เลี้ยงสัตว์มาช้านานนับร้อยปี  

         ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงออกมาปกป้องพื้นที่สาธารณะและร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้มีการเร่งตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวโดยร้องไปที่อบต.เกาะมะนาว และนายอำเภอบำเหน็จณรงค์ มานานกว่า 2 เดือนแต่ยังไม่มีการลงมาดำเนินการใดๆ ซึ่งกลุ่มนายทุนใหญ่นำเครื่องจักรรถแบ็กโฮมาเร่งไถ่ตัดต้นไม้เหี้ยนเตียนเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องขอบเขตพื้นที่การบุกรุกป่าชุมชนของตำบล จึงอยากให้อำเภอเร่งดำเนินการตรวจสอบวัดรางเขตให้ชัดเจนใหม่ เพื่อไม่ให้พื้นที่สาธารณประโยชน์ของชุมชนถูกครอบมาออกเป็นน.ส.3 ก. ได้ และถ้ามีการออกมาครอบได้จริงจะต้องมีหน่วยงานที่ต้องออกมารับผิดชอบว่าทำได้อย่างไร น.ส.3 ก. บินมาอยู่ดีๆ จะบินไปโผล่ยึดที่ที่ตรงนั้นตรงนี้ของชาวบ้านได้ตามอำเภอใจคงไม่ได้

         โดยเรื่องดังกล่าวรัฐบาลชุดใหม่ควรจะเร่งให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสาธารณะจะปล่อยให้นายทุนเข้าครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าวแบบผิดวัตถุประสงค์ชัดเจนไม่ได้ แต่ปัจจุบันเป็นที่น่าแปลกใจว่ากลุ่มคนเหล่านี้ยังจะมีการเร่งแผ้วถาง ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่เสียหายไปต่อเนื่องและขยายวงกว้างไปอีก ทั้งๆ ที่เราร้องขอให้มีการหยุดดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดในพื้นที่ป่าสาธารณะชุมชนไว้ก่อน

         ด้านนายเสน่ห์ เบาสันเทียะ ปลัดอาวุโสอำเภอบำเหน็จณรงค์ รักษาการแทนนายอำเภอบำเหน็จณรงค์ เปิดเผยทางโทรศัพท์เนื่องจากติดราชการอยู่นอกพื้นที่ว่า กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นทางอำเภอได้สั่งตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อที่จะได้เร่งดำเนินการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อนำมาหารือร่วมกันอีกครั้งว่ามีการเข้ามายึดครองที่ดินสาธารณประโยชน์ได้อย่างไร เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้วจะให้ใครเข้าครอบครองและออกเอกสารสิทธิไม่ได้ เรื่องนี้ต้องขอรอผลการสอบสวนทั้งหมดให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิดต่อไป