ข่าว

เตรียมโหมโรง'พระนเรศ'ให้ก้องหล้า

เตรียมโหมโรง'พระนเรศ'ให้ก้องหล้า

06 ก.ย. 2554

เตรียมโหมโรง 'พระนเรศ' ให้ก้องหล้า

          "เอกราช" ของชาติไทยที่เราครองมาจนถึงทุกวันนี้ เกิดขึ้นจากความรักและการเสียสละเพื่อแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ไทยมาโดยตลอด จึงเป็นสิ่งที่ชาวไทยควรเพียรศึกษา เพื่อจะได้ซาบซึ้งถึงพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต ที่ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินผืนนี้เอาไว้ โดยเฉพาะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เสียสละเพื่อแผ่นดินจนเป็นที่ลือเลื่อง

          ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ในฐานะที่ปรึกษาการจัดแสดงละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" เผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยมีพระราชเสาวนีย์ว่า ไม่ว่าชาติไหนต้องรู้จักประวัติศาสตร์ของชาติตัวเองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งประเทศไทยมีประวัติมายาวนานถึง 800 ปี จึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รับรู้

          "ครั้งนี้ละครเวทีถูกนำมาแสดงในลักษณะของละครเวทีแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน เพราะนักแสดงจะต้องทั้งร้อง พูด และรำ ไปพร้อมๆ กัน เป็นเรื่องยากมากสำหรับนักแสดง แต่เมื่อทุกคนทราบถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ก็อาสาที่จะมาแสดงกันอย่างเต็มใจ จริงๆ ละครเวทีแบบดั้งเดิมนี้เคยแสดงครั้งแรกเมื่อปี 2515 ในโอกาสสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนธันวาคม

          ซึ่ง สุประวัติ ปัทมสูต ที่ทำหน้าที่ผู้กำกับละครเวทีครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงคราวนั้นด้วย คงจะทราบดีถึงความยากในการแสดงพอสมควร และการแสดงครั้งนี้ถือเป็นการนำสมบัติล้ำค่าของไทยในอดีตกลับมาแสดงอีกครั้งพร้อมๆ กัน เพื่อสอนให้คนรุ่นใหม่เห็นถึงคุณค่าความเป็นชาติไทย ให้พวกเขารู้จักรักและหวงแหนมรดกของชาติเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป" ที่ปรึกษาการจัดแสดงละครอิงประวัติศาสตร์กล่าว

          ด้าน สุประวัติ ปัทมสูต ผู้กำกับการแสดง เล่าว่า ละครเวทีครั้งนี้ได้นำบทประพันธ์ของ อ.สมภพ จันทรประภา มาดัดแปลง ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์อยากจะให้เด็กๆ ได้ดู จึงใช้นักแสดงมืออาชีพทั้งหมดมาแสดง บทประพันธ์ถูกเขียนในลักษณะของละครดึกดำบรรพ์ ลีลาการเขียนจึงสนุกและชวนติดตาม 

          "ละครเวทีครั้งนี้เราใช้สโลแกนว่า ความรัก ศรัทธา แผ่นดิน เพราะในเรื่องนี้ได้รวบรวมเรื่องราวความรักที่ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างพ่อแม่ แม่กับลูก ความรักระหว่างคนรัก และรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักแผ่นดิน ซึ่งละครเรื่องนี้สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่างออกมา และครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย โดยจุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่ อ.สมภพ เป็นคนทันสมัยจึงเขียนบทกลอนได้อย่างกระชับและลึกซึ้งทั้ง 6 ฉากที่จัดแสดง

          โดยละครเวทีเรื่องนี้รวมเวลาแสดงทั้งหมด 2 ชั่วโมง 45 นาที และจะแสดง 11 รอบด้วยกัน ซึ่งตอนนี้นักแสดงซ้อมกันไปได้ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์แล้ว และรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย" ผู้กำกับแจง

          นับเป็นละครเวทีอิงประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นให้ได้ชมกันอีกครั้ง โดยจะแสดงระหว่างวันที่ 17-27 พฤศจิกายน 2554 ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย