ข่าว

อัดดันราคาข้าวโลก'ฝันกลางวัน'

อัดดันราคาข้าวโลก'ฝันกลางวัน'

06 ก.ย. 2554

ทีดีอาร์ไออัดรัฐบาลลากราคาข้าวตลาดโลกเป็น 'ฝันกลางวัน' ทำได้ยาก ก่อหนี้เพิ่มอีกเพียบ ตั้งฉายารัฐบาล 'ดีแต่โม้'แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

         นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการแถลงข่าวหัวข้อ “กลับไปสู่...จำนำข้าว” ว่า จากการศึกษาโครงการรับจำนำที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหามาก แต่รัฐบาลจะเดินหน้า เพื่อทำตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้ จึงมีคำถามถึงรัฐบาล 2 ข้อ เรื่องแรกคือ สต็อกข้าว เมื่อรัฐบาลเปิดโครงการรับจำนำข้าวในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท เชื่อว่าในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าราคาสูงขึ้นได้ แต่หากต้องการให้ราคาข้าวในต่างประเทศขึ้น รัฐก็จะต้องยังไม่ระบายข้าวออกไป เมื่อรัฐเก็บสต็อกไว้มากก็จะยิ่งกลายเป็นดินพอกหางหมู ถึงตอนนั้นรัฐจะทำอย่างไร 
         "รัฐบาลบอกว่าจะแก้ปัญหาด้วยการจัดระเบียบการส่งออก ซึ่งเป็นฝันกลางวันของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่บอกว่าจะระบายข้าวในราคาสูงได้ แต่ก็พบว่าล้มเหลวมาตลอด หรือการจะร่วมมือกับต่างประเทศ เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้เขาหลอกเรา อย่างที่เคยเกิดขึ้นที่เปิดโอกาสให้เวียดนามขายข้าวตัดราคาและเพิ่มยอดขายข้าวให้แก่ประเทศตัวเอง " นายอัมมารกล่าว

         ส่วนประเด็นที่สอง การที่รัฐบาลเชื่อว่าจะสามารถขายข้าวได้ที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท บวกต้นทุนการแปรสภาพ 500 บาท และค่าฝากเก็บที่ 55 บาท ซึ่งจะต้องสูงกว่าราคารับจำนำ จึงอยากถามว่าจะมีประเทศไหนยินดีจะซื้อข้าวในราคาดังกล่าวได้ หรือที่รัฐบาลออกมาบอกว่าหากขายข้าวได้ราคาไม่ดี ก็จะลดพื้นที่การเพาะปลูกข้าวลง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร

         อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลจะนำโครงการรับจำนำมาใช้อีก ถือเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะทำ ดังนั้น กรณีปัญหานั้น การที่จะไปบอกรัฐบาลว่าจะเยียวยาอย่างไร ถือว่าไม่ใช่วิสัยที่เราจะจะคิดออก เพราะไม่ใช่หน้าที่ที่จะคิดให้ หรือจะจ้างให้ทำก็ไม่ทำ โดยรัฐบาลชุดนี้มีแต่นโยบายที่พรั่งพรูออกมาโดยไม่คิด ซึ่งต่างจากนโยบายของรัฐบาลทักษิณในยุคแรก และเวลานี้ตนเห็นว่า นักการเมืองทั้งหลายกำลังหันซ้ายหันขวาแก้ปัญหาและโม้ไปวันต่อวัน

         "ผมจึงอยากจะตั้งชื่อรัฐบาลนี้ว่า ดีแต่โม้ โดยการที่รัฐบาลตั้งราคาจำนำที่ 1.5 หมื่นบาท เป็นการทำเพื่อสนองความต้องการเกษตรกร ส่วนโครงการรับจำนำเป็นการทำเพื่อเอาใจกลุ่มที่ได้ประโยชน์" นายอัมมารระบุ 

         นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ภาระทางการคลังที่จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลซื้อข้าวมาเท่าไร จำนวนเท่าไร เมื่อซื้อมาแล้วยังมีภาระในการแปรสภาพข้าวตันละ 500 บาท และค่าฝากเก็บอีก 55 บาท หากรัฐสามารถขายข้าวได้ราคาดีอย่างที่ตั้งใจก็ลดภาระการคลังลงได้ แต่หากขายไม่ได้ ข้าวราคาสูงจะถูกเก็บไว้ในสต็อกกลายเป็นการซุกหนี้เก็บเอาไว้อีก ทั้งยังมีภาระดอกเบี้ยที่ชำระต้องชำระให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

         "สิ่งที่ต้องการนำเสนอคือในทุกสิ้นปี ต้องการให้รัฐบาลทำตัวเลขสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งภาระเสนอต่อรัฐสภาทราบด้วย จะทำให้หนี้พอกขึ้นจากสต็อกที่จะมีปริมาณมากขึ้น โดยขณะนี้รัฐมีหนี้แล้ว 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเกิดจากโครงการจำนำและประกันรายได้ แต่เกินกว่าครึ่งมาจากโครงการจำนำ " นายนิพนธ์กล่าว