ข่าว

เฉลิมชนแก้วไวน์'วิเชียร-เพรียวพันธ์'

เฉลิมชนแก้วไวน์'วิเชียร-เพรียวพันธ์'

05 ก.ย. 2554

"เฉลิม"ชนแก้วไวน์"วิเชียร-เพรียวพันธ์" กลางงานเลี้ยงตำรวจ คาด "ปู" นัด ถก ก.ต.ช. ตั้ง “บิ๊กอ๊อบ” เป็นผบ.ตร. 1 สัปดาห์หลัง ครม.โยก “วิเชียร” พ้นเก้าอี้

             เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 5 ก.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย โดยเน้นไปที่การให้ตำรวจมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยแจ้งว่ารัฐบาลได้ไปหารือกับธนาคารออมสิน เพื่อติดต่อเปิดโครงการให้กู้เงินในอัตราดอกเบี้ย เน้นเรื่องมาตรการปราบปรามอบายมุขอย่างเฉียบขาด และพยายามกวดขันให้หมดไป โดยร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า แม้อบามุขจะหมดไปเยอะแต่ก็มีบางที่เปิดอยู่ จึงสั่งกวดขันให้หมด

             พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการเรื่องยาเสพติด โดยเน้นมาตรการ 6 ข้อ 1.เน้นปราบปรามปิดกั้นการลักลอบขน ตามแนวตะเข็บ ชายแดน 2.หารือประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาแหล่งผลิตยา และหาอาชีพทดแทนให้ชนกลุ่มน้อย 3. เข้มงวดกวดขันในการตั้งด่านให้มาก โดยตั้งด่านแบบสลับฟันปลา 4. สั่งให้กวาดล้าง ป้องกันยาเสพติด 5 เป็นการรณรงค์ให้สังคมรู้จักโทษภัยทางกฎหมายของยาเสพติด 6 .ให้ทำการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามดุลยพินิจ โดยไม่ต้องถึงขั้นเอาผ้าขาวใส่พานทุกราย ไม่นิ่มนวล หรือ รุนแรงเกินไป ขึ้นกับเหตุการณ์

             พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กำชับให้พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท.ดูแลเรื่องเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ โดยได้กำชับ ให้ บช.ภ.3 ไปจัดการกรณีรุกที่วังน้ำเขียว และรายงานผลภายใน 7 วัน บช.ภ.4 ให้เน้นปราบปรามการโจรกรรมรถ ซึ่งมีมาก บช.ภ.6 สั่งการเน้นย้ำเรื่องการสืบสวนสอบสวน และการให้บริการประชาชน บช.ภ.5 ให้ดูแลเรื่องการปราบยาเสพติด โดยเฉพาะใน จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ส่วนบช.น. แนะนำให้เรียกผู้ประกอบการสถานบริการมาพูดคุย เพื่อหามาตรการในการป้องกันอาชญากรรมอันเกิดจากสถานบันเทอง นอกจากนั้รยังกำชับ บก.น.5 ให้ไปตรวจค้นโรงแรมที่พักบริเวณซอยนานา ซึ่งมีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เข้าพักอาศัย นำยาเสพติดไปซุกซ่อน โดยไม่พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายหรือการเปลี่ยน ผบ.ตร.แต่อย่างใด

             ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้พูดกับที่ประชุมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ฝากความคิดถึง ถึงน้องๆตำรวจทุกคน

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมอบนโยบาย ร.ต.อ.เฉลิม ได้ร่วมงานงานเลี้ยง ซึ่งตร.จัดรับรอง โดยมีการติดป้ายที่เวที ข้อความว่า “ยินดี พี่กลับมา ร่วมพัฒนา ตำรวจไทย” โดยมีภาพ ร.ต.อ.เฉลิม สมัยยังเป็นข้าราชการตำรวจ และสมัยปัจจุบันประกอบด้วย โดยในงานเป็นการจัดเลี้ยงแบบค๊อคเทล มีการเล่นดนตรี ดื่มไวน์ ร้องเพลงอย่างเป็นกันเอง

            ตอนท้าย ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชวนคณะนายตำรวจ ทั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.  พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช.หลายคน ขึ้นไปร่วมร้องเพลงมาร์ชพิทักษ์สันติราษฎร์ หรือมาร์ชตำรวจอย่างครึกครื้น โดยเมื่อจบรอบหนึ่งแล้ว พล.ต.อ.วิเชียร ได้ขอให้ร้องเพลงเดิมต่ออีกรอบ โดยมีการนำไวน์มาดื่มและชนแก้วกันบนเวทีด้วยความสนุกสนาน มีการหัวเราะกันเฮฮา เมื่อจบเพลงทั้งหมดได้ร่วมกันท่องอุดมคติตำรวจ โดย ร.ต.อ.เฉลิม แสดงความดีใจและภูมิใจที่ได้มากำกับดูแล ตร.

             ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ขอขึ้นร้องเพลง โดยระบุว่า “เพลงนี้ร้องให้ พล.ต.อ.วิเชียร น้องรักคนเดียว สมมติว่าพล.ต.อ.วิเชียร ต้องจากไป ก็ต้องไปในตำแหน่งที่ใหญ่กว่า” ก่อนร้องเพลง “นึกเสียว่าสงสาร” โดยบางท่อนได้แปลงเพลง ใส่ชื่อของ พล.ต.อ.วิเชียร และตัวเองเข้าไป “เพราะโลกนี้มีเชียร เพียงคนเดียว เหลิมจึงเสียเชียรไม่ได้ ถ้าเธออยากทำร้ายก็เชิญ แต่อย่าเดินหนีไปจากฉัน นึกเสียว่าสงสาร อย่าลงทัณฑ์ด้วยการลากจาก” โดยพล.ต.อ.วิเชียร ได้ยืนฟังตรงหน้าเวที สีหน้ายิ้มน้อยๆ

             ทั้งนี้ในงาน ร.ต.อ.เฉลิม จับวงพูดคุยกัน 3 คน กับพล.ต.อ.วิเชียร และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ หลายครั้ง และชนแก้วกับ พล.ต.อ.วิเชียร บ่อยๆ โดยก่อนกลับยังกำชับห้ามนายตำรวจคนอื่นเดินไปส่งขึ้นให้รถ ให้เพียง พล.ต.อ.วิเชียร และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มาส่งเท่านั้น โดยร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า “ต่อไปมาห้ามรับ กลับห้ามส่ง เดี๋ยวหนังสือพิมพ์จะไปเขียนว่าผมบ้าอำนาจ ต่อไปกองเกียรติยศก็ไม่ต้องจัดต้อนรับ”

 

นับวัน'ปู'นัดดัน'บิ๊กอ๊อบ'นั่งผบ.ตร.          

 

             ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) วันที่ 5 กันยายน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา(สบ10) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) กล่าวถึงขั้นตอนในการแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)คนใหม่ ว่า หากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. โอนไปเป็น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(เลขาสมช.) พร้อมระบุให้มีผลนับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว

           ในส่วนก.ต.ช.ที่มีอำนาจแต่งตั้ง ผบ.ตร.ก็สามารถดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่แทนได้ทันที ส่วนจะเมื่อไหร่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานก.ต.ช.จะเป็นผู้กำหนด และสั่งมายังตนที่เป็นฝ่ายเลขาฯเพื่อนัดประชุม ก.ต.ช. ต่อไป

           ทั้งนี้หากผลการประชุม ครม.ในวันที่ 6 กันยายน ไม่มีปัญหา และหาก พล.ต.อ.วิเชียรลาพักผ่อนในวันที่ 7 กันยายน ตามที่เป็นข่าว โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.รักษาราชการแทน (รรท.)ผบ.ตร.ก็คาดว่าจะมีการนัด ก.ต.ช.และบรรจุวาระแต่งตั้ง ผบ.ตร.เป็นวาระเพื่อพิจารณาได้ในสัปดาห์ถัดไปในช่วงระหว่างวันที่ 12-16 กันยายน ซึ่งตามระเบียบการประชุม ต้องแจ้งนัดประชุมและแจ้งวาระให้ก.ต.ช.ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

           เลขา ก.ต.ช. กล่าวว่า เมื่อชัดเจนว่าจะนัดประชุมก.ต.ช. ในวันใด ฝ่ายเลขาฯก็จะนำรายชื่อและประวัติของพล.ต.อ.ที่รับราชการอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งยังไม่เกษียณอายุราชการ ณ วันที่มีการประชุม ส่งให้ประธานก.ต.ช. เลือก เนื่องจากพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ระบุว่า ผบ.ตร.ต้องแต่งตั้ง จากนายตำรวจยศพล.ต.อ. โดยในที่นี้ หากวาระพิจารณาแต่งตั้งผบ.ตร.มีขึ้นตามห้วงเวลาดังกล่าว(12-16กันยายน) มีพล.ต.อ.ที่ดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร.และเทียบเท่า ที่ยังไม่เกษียณอายุราชการทั้งสิ้น 14 คน แม้บางท่านจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้แล้วก็ตาม เพราะไม่มีใครทราบว่าที่ประชุมก.ต.ช.จะให้การแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่มีผลเมื่อไหร่ เพราะอย่างก.ต.ช.ครั้งที่แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียรเป็นผบ.ตร.ก็ให้มีผลตั้งแต่วันที่2 กันยายน โดยรายชื่อและประวัติจะถูกส่งถึงประธานก.ต.ช.ล่วงหน้า เพื่อให้ประธานก.ต.ช.ที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเลือก ผู้เหมาะสมที่จะเสนอแต่งตั้งเป็นผบ.ตร. ทำการเลือก พล.ต.อ.เพียงคนเดียวเท่านั้น ให้ก.ต.ช พิจารณา

           “กรรมการก.ต.ช.อีก 10 คน นั้นกฎหมายให้อำนาจเพียงเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเลือกมา แต่ไม่มีสิทธิ์เสนอ หรือเลือกคนอื่นมาแข่ง ทั้งนี้ การประชุมจะเกิดขึ้นได้เมื่อองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกับการออกเสียงเลือกผบ.ตร. จะถือว่าผ่าน เมื่อได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง และหากเสียงเท่ากัน ประธานก.ต.ช.มีสิทธิ์ ออกเสียงอีกครั้ง เป็นการชี้ขาด อย่างไรก็ตามขณะนี้ฝ่ายเลขากำลังจัดเตรียมประวัติของพล.ต.อ.ทั้ง 14 คนไว้แล้ว เพื่อเตรียมนำให้ประธานก.ต.ช.เลือก” พล.ต.อ.เอก กล่าว และว่า หากการประชุมก.ต.ช. เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ที่ทำหน้าที่ รรท.ผบ.ตร.ก็ต้องเข้าร่วมประชุมก.ต.ช.ด้วย แต่ต้องออกจากห้องประชุม เมื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งผบ.ตร.เนื่องจากอยู่ในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย เพราะเป็นข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.อ. ขณะเดียวกัน สมมติว่าหากถึงวันแต่งตั้งผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิเชียร ไปเป็นเลขาสมช.โดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว พล.ต.อ.วิเชียร ก็จะต้องเข้าประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตร.ในฐานะเลขาสมช.ด้วย

           ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากจะมีการเสนอแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นผบ.ตร.ก็ไม่มีแรงต้านจากในองค์การแต่อย่างใด เนื่องจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ถือเป็นนายตำรวจที่มีเหล่าข้าราชการตำรวจยอมรับและเห็นว่าเหมาะสมจะขึ้นเป็น ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจเองเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นนับแต่การปฏิวัติเดือนกันยายน 2549 และเข้าใจความต้องการของฝ่ายการเมืองดี

            ทั้งนี้ในตอนแรกที่ฝ่ายการเมืองมีการเผยชื่อ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ขึ้นมาเป็นดิเดต ผบ.ตร.เทียบกับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์นั้น เหล่าข้าราชการตำรวจต่างก็วิจารณ์ว่า เป็นการเสนอชื่อให้พอเป็นพิธีการ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดว่าจงใจ ให้ พล.ต.อ.วิเชียร ลุกจากเก้าอี้ เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ซึ่งเป็นญาตินายกรัฐมนตรีได้ขึ้นเป็นผบ.ตร. และทันทีที่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาฝ่ายการเมืองระบุว่า ตัดสินใจเลือกจะเสนอพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น ผบ.ตร.เพียงคนเดียว เหล่าข้าราชการตำรวจก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ต่างก็บอกว่า ถูกกำหนดไว้เช่นนี้อยู่แล้ว

 

"เฉลิม"อ้างไม่ได้ย้าย"ผบ.ตร."เหมือน"ปชป."

 

            ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)  เมื่อเวลา 14.00 น.  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมามอบนโยบายและชี้แจงการปฏิบัติราชการให้แก่ข้าราชการตำรวจระดับ ผู้บังคับการ(ผบก.) ผู้บัญชาการ(ผบช.) และผู้บังคับบัญชาในระดับ ตร. โดยมี พล.ต.อ.วิเชียร พร้อมทั้งรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และที่ปรึกษา(สบ10) ทุกคน ยืนเรียงแถวตามลำดับความอาวุโส รอต้อนรับที่ห้องโถงอาคาร 1 ตร. โดยพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ยืนติดกับพล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งทั้งสองคนยืนคุยกันสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อน ร.ต.อ.เฉลิม จะเข้าพักที่ห้องรับรองโดยมี พล.ต.อ.วิเชียร และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ รองผบ.ตร.ที่ ร.ต.อ.เฉลิม สนับสนุนให้เป็น ผบ.ตร.คนต่อไป นั่งขนาบ ก่อนเข้าห้องประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 344 นาย

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนเข้าห้องประชุมว่า อย่าพูดว่าตนจะมอบนโยบาย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมทั้งรับฟัง ภารกิจ หน้าที่ ข้อเสนอแนะ ปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อที่เราจะได้ปรับเปลี่ยนการทำงาน ซึ่งจริงๆ ทำดีอยู่แล้ว เพื่อให้ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เมื่อ2 วันที่ผ่านมา ได้ไปประชุมกับสำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากกำลังจะจัดทำงบประมาณเร็วๆ นี้ เพราะนโยบายจะสำเร็จได้นั้นต้องขับเคลื่อนด้วยงบประมาณ ภารกิจของตำรวจมีมาก เขาบอกว่าสังคมกฎหมายเปลี่ยน เมื่อสังคมเปลี่ยนตำรวจก็ต้องปรับเปลี่ยน โดยพื้นฐานความพร้อม ตำรวจทำงานดีก็ต้องมีงบประมาณ

            ผู้สื่อข่าวถามว่าการสนธิกำลังพลของตำรวจไม่พอกับความต้องการของประชาชน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ประชุมหารือกันในที่ประชุมกตร.พยายามคิดค้นแล้วว่า ต้องปรับปรุงเพิ่มกำลังพลให้มากขึ้น ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานของตำรวจต้องพัฒนา คนร้ายวันนี้ยุคไฮเทค ถ้าตำรวจไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ คนร้ายนั่งเครื่องบินเจ็ท ตำรวจจะมานั่งเรือหางยาวอยู่คงไม่ได้ ต้องให้งบประมาณสนับสนุน

            ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเมื่อขอซื้อปืนการอนุมัติย้ายไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยลำบากขึ้น จะกลับมาให้ตำรวจทำเหมือนเดิมหรือไม่ รองนายกฝ่ายความมั่นคง กล่าวต่อว่า ขอศึกษารายละเอียดก่อน ตอนตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เคยได้อนุมัติในการซื้อปืนเลย เพราะปืนมีเยอะอยู่แล้ว รัฐมนตรีที่ผ่านมาอนุมัติ สมัยตนไม่มีเลย

            ผู้สื่อข่าวถามถึงการมอบนโยบายครั้งนี้ได้มอบหลักในการบริหารงานตำรวจอย่างไรบ้าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ต้องให้เพราะเขาทำไว้ดีอยู่แล้ว ก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นปรับปรุงให้ดีขึ้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาเขาทำดีแล้ว ส่วนที่

            ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีงบประมาณบางอย่างที่ทำอย่างต่อเนื่องการปรับเปลี่ยนผู้บริหารตร.จะทำต่อหรือไม่ กล่าวว่า ต้องสานต่ออะไรที่ดี ต้องทำไว้ให้ดีขึ้นเพิ่มเติม

            ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดติดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าอันนี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ทั้งงบประมาณ ทั้งบุคลากร เครื่องมือเครื่องใช้ ในการปราบปรามยาเสพติดต้องสมบูรณ์จริงๆ ทางตำรวจก็มีการสนองตอบดีมาก อย่าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยึดได้ 690,000 เม็ด ตั้งด่านสนธิกำลัง พล.ต.อ.วิเชียร ก็ออกคำสั่งกวดขัน ทุกอย่างไปได้ดีทั้งนั้น

            ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเรื่องตำแหน่งของนายถวิล มีความชัดเจนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อย

            เมื่อถามถึงความคิดเห็นทางฝ่ายค้านบอกว่าข้าราชการคนไหนคิดว่าไม่เป็นธรรมให้ทำการฟ้องร้องได้นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว อะไรที่มีกฎหมายก็ฟ้องร้องได้

            “แล้วสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทำอะไรไว้ล่ะ พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยการ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถูกย้ายเพราะว่าเป็นเพื่อนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เอานายถวิล เปลี่ยนศรีขึ้นมา ส่วนตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายสุรชัย ภู่ประสิทธิ์ ก็ย้ายเขาไป เพราะเป็นคนสนิทของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ก็ย้ายเขาไป เพราะเป็นผู้ใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร หลานของอาจารย์ ปรีดา พัฒนถาบุตร ก็ย้ายเขาไป เพราะสนิทกับอดีตนายกฯ ซึ่งอยู่สมัยคุณอภิสิทธิ์ทั้งนั้น”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว  

            ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีนายถวิลรัฐบาลกำลังเอาอย่างพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ เราทำดีกว่านั้น 

  

"อภิสิทธิ์”ให้"เฉลิม"รับอยากหาที่ลงให้"เพรียวพันธ์"


             นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อ้างไม่สามารถทำงานร่วมกับเลขาฯสมช.ได้ เพราะเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า จริงๆแล้วเลขาฯสมช.เป็นข้าราชการที่เป็นลูกหม้อของสมช.และทำงานมีความก้าวหน้ามาโดยลำดับ แต่รัฐบาลก่อนเอาคนนอกเข้ามา เอาทหารเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ รัฐบาลตนจึงพยายามแก้ปัญหาให้กลับมาสู่จุดที่ตนคิดว่าข้าราชการสมช.จะได้มีขวัญและกำลังใจ ซึ่งความจริงในแง่ข้าราชการสมช.รู้สึกว่าเขามีคนพร้อมที่จะมาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ ดังนั้นถ้าร.ต.อ.เฉลิม จะหาทางย้ายให้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มาเป็นผบ.ตร .โดยวิ่งหาตำแหน่งให้พล.ต.อ.วิเชียรมีที่ลง หมุนไปหมุนมา ก็ขอให้พูดตรงไปตรงมาไม่ต้องเบี่ยงเบนเป็นประเด็นอื่น

            เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนต้นเรื่อง แต่นายกฯกลับโยนให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ ตัดสินใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าพล.ต.อ.โกวิท คิดอย่างไร แต่ทั้งหมดไปเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน ดังนั้นเมื่อเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม. ครม.ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน