
ทับลานปักป้ายรื้อรีสอร์ท46แห่ง
ทับลานเดินหน้าปักป้ายสั่งรื้อถอนรีสอร์ทบ้านพักรุกอุทยานฯแล้ว 46 แห่ง เตรียมเดินหน้าสำรวจนายทุนรุกที่ทำสวนเกษตรเพิ่มอีก 60 จุด
5 ก.ย. 54 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จำนวนหนึ่ง ได้ทยอยนำหนังสือที่ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่าให้นำหลักฐานเอกสารการถือครองพื้นที่ สปก.4-01 เข้ามาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกิน ภายหลังจากที่ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้นแล้วพบว่ามีการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินเพื่อให้ใช้ทำการเกษตร หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ
ทั้งนี้ ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา และคณะทำงานจากสำนักการปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรกรรม ( ส่วนกลาง) ได้เริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เพื่อสำรวจมีการนำไปใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ที่ได้จัดสรรเอกสารสิทธิให้ไปเพื่อใช้เป็นที่ดินทำการเกษตรหรือไม่ และตรวจสอบว่ามีการซื้อขายสิทธิเปลี่ยนมือจากเกษตรกรรายเดิมที่ได้รับการจัดสรร ไปให้กับบุคคลอื่นหรือไม่ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้ฝ่าฝืน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2554 ที่ผ่านมา
เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า มีการใช้พื้นไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้มีการทำหนังสือไปยังผู้ถือครองพื้นที่ เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการสรุปผลว่ามีความผิดหรือไม่และสั่งการให้ผู้ถือครองดำเนินการต่อไป โดยในส่วนของพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 241,018 ไร่ ปัจจุบันดำเนินการปฏิรูปที่ดินและออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้กับเกษตรกรไปแล้วจำนวน 6,412 ราย รวมพื้นที่จำนวน 139,300 ไร่ โดย ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว รวมถึงการตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดินอย่างละเอียด เพื่อเตรียมดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งนอกเหนือจากการตรวจสอบการใช้พื้นที่แล้ว ยังต้องมีการตรวจสอบว่าที่ดินแปลงใดมีการซื้อขายสิทธิเปลี่ยนมือผู้ที่ถือครองที่ดิน ซึ่งหากพบเกษตรกรเจ้าของสิทธิเดิมและผู้ซื้อที่ดินต่อก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเพื่อขอข้อมูลผลการดำเนินการตรวจสอบไปยังทาง นายประเสริฐ วิศิษฎจินดา ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงความคืบหน้าในการดำเนินการต่างๆ กลับได้รับการปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากทางหัวหน้าส่วนราชการระดับสูงในจังหวัดนครราชสีมา ว่าห้ามให้ข่าว และเกรงว่าข้อมูลอาจจะผิดเพี้ยนจากหน่วยงานส่วนกลางที่จะมีการแถลงข่าวผลการทำงานทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ พร้อมกับระบุว่าหากผู้สื่อข่าวต้องการข้อมูลก็ให้ติดต่อขอข้อมูลไปยังนายสถิตพงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งจะเป็นผู้แถลงข้อมูลเอง
ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการติดประกาศบังคับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน นั้น นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการติดประกาศอุทยานเพื่อสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รีสอร์ตบ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ในเขตรอยต่อ จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา ทั้งในส่วนที่มีการดำเนินคดีไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ที่ผ่านมา และคดีใหม่ที่เพิ่งมีการดำเนินคดีในปี 2554 นี้ว่า
ล่าสุด พบว่ามีพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติทับลานรวมทั้งสิ้น 116 แห่ง แยกเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกที่มีการใช้ประโยชน์ปลูกสิ่งปลูกสร้างเป็นรีสอร์ตบ้านพัก จำนวนทั้งสิ้น 56 แห่ง ที่ขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้เร่งดำเนินการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตร 22 ติดป้ายบังคับให้เจ้าของพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2554 ที่จะถึงนี้
โดยในส่วนนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้มีการติดป้ายประกาศอุทยานให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ไปแล้วทั้งหมด 46 แห่ง ส่วนที่เหลืออยู่อีก 10 แห่งนั้นทางอุทยานแห่งชาติมีการตรวจสอบรายละเอียดแล้วพบว่ามี 1 แห่งได้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้วก่อนหน้านี้ และอีก 2 แห่งตรวจสอบพบว่าทางเจ้าของสิ่งปลูกสร้างได้คืนพื้นที่พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้เป็นราชพัสดุ จึงทำให้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานยังไม่สามารถที่จะเข้าไปบังคับใช้คำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้นๆได้ ในส่วนนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้รายงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นผู้ขึ้นทะเบียนสิ่งปลูกสร้างทั้ง 2 แห่งเป็นราชพัสดุแล้วว่าจะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร
ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการรอคำตอบของทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่วนที่เหลืออีก 7 แห่งนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกรายใหม่ที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการของทางพนักงานสอบสวนที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้แจ้งความดำเนินคดีเอาไว้แล้ว เพื่อติดตามหาตัวเจ้าของสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดมาเป็นผู้รับผิดชอบในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้จึงยังไม่มีการติดประกาศบังคับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่
นายนุวรรต กล่าวต่อว่า ในส่วน 46 รีสอร์ทบ้านพัก ที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ติดประกาศบังคับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและบังคับให้ย้ายออกจากพื้นที่นั้น ขณะนี้มีเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักจำนวน 36 แห่ง รวบรวมหลักฐานต่างๆที่ตัวเองเชื่อว่ามีสิทธิในการถือครองพื้นที่มายื่นอุทธรณ์กับทางอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งรื้อถอนแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้รับเรื่องไว้ และกำลังอยู่ในระหว่างการส่งเรื่องอุทธรณ์พร้อมหลักฐานต่างๆที่ทางผู้ครอบครองพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ยื่นมาส่งให้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้นสังกัดของอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งเห็นด้วยกับการอุทธรณ์ของผู้ครอบครองพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างหรือไม่
อีกทั้ง กระบวนการนี้จะมีการพิจารณาภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับเรื่องอุทธรณ์ ซึ่งหากทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เห็นด้วยต่อคำร้องอุทธรณ์ก็จะมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งรื้อถอนของทางอุทยานแห่งชาติทับลาน แต่หากไม่เห็นด้วยก็จะอนุญาตให้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งในส่วนนี้หากทางเจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไม่ยอมรับก็สามารถที่จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อต่อสู้ได้อีกชั้นหนึ่ง
นายนุวรรต กล่าวต่ออีกว่า นอกจากรีสอร์ทบ้านพัก และสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทั้งรายเก่าและรายใหม่จำนวน 56 แห่งแล้ว ยังมีการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานแต่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง พบเพียงมีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรทั้งในส่วนที่มีการตรวจพบเดิมตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมาและรายใหม่จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้นอีก 60 แห่ง ขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบดูว่าจุดใดบ้างที่ยังมีการใช้ประโยชน์พื้นที่อยู่ ซึ่งหากตรวจพบก็จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตราที่ 22 เพื่อบังคับให้ยุติการใช้ประโยชน์พื้นที่และสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกัน.



