
'เฉลิม'ล่าชื่อปชช.อภัยโทษ'แม้ว'
'เฉลิม' อ้าง 'ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ' ให้ 'ทักษิณ' ปชช. เข้าชื่อกว่า 3 ล้านคน ทำมาเกือบ 3 ปี สั่งสื่อห้ามถาม 'ปู' อ้างได้รับมอบหมายให้แจงแทน เมิน'ทีดีอาร์ไอ'เหน็บ'รบ.ดีแต่โม้'
5 ก.ย.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้พี่น้องประชาชนดำเนินการมาเกือบ 3 ปี เขามีรายชื่อ 3 ล้าน 6 แสนรายชื่อ ไปยื่นที่สำนักพระราชวัง จากนั้นสำนักพระราชวังได้ส่งกลับมาให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบ อธิบดีใช้เวลาตรวจสอบ 2 ปีเศษ ข่าวก็ออกมาว่ารายชื่อ 1.6 ล้านไม่ตรง ตรงแค่ 2 ล้านรายชื่อ ซึ่งเป็นเรื่องเก่า และผู้ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องกฏหมาย ถ้าอยากรู้ให้มาหาตน เดี๋ยวตนจะอบรมให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า โฆษกกระทรวงยุติธรรมระบุว่าหากเป็นผู้หนีคดีนั้น ต้องรับโทษก่อนที่จะยื่นฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นั่นเป็นแนวทางหนึ่ง ตนไม่ขออธิบาย เพราะเดี๋ยวจะเป็นประเด็น และอย่าไปถามท่านท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ เพราะท่านมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลเรื่องพระราชอภัยโทษ และเรื่องนี้ไม่ควรออกมาพูด เพราะเป็นพระราชอำนาจโดยแท้จริง ถ้านายอภิสิทธิ์ หรือพรรคฝ่ายค้านอยากรู้ขั้นตอนให้ยื่นกระทู้สดมา เดี๋ยวตนจะสวมวิญญาณอาจารย์กฎหมายอธิบายให้เข้าใจ
เมื่อถามว่า สังคมมองว่ามีการขยับเรื่องนี้เร็ว เพราะท่านเพิ่งบอกเองว่าเพิ่งทำงานได้ 7 วัน พอขยับเรื่องนี้ก็ดูเหมือนว่า ช่วยคุณทักษิณกลับประเทศ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ อย่าไปใช้คำพูดอย่างนั้น เพราะเป็นพระราชอำนาจ และทำไมกรมราชทัณฑ์ เพิ่งจะมาขยันตอนนี้ 2 ปีกว่าไปทำอะไร ต้องมีความเป็นธรรมบนพื้นฐานความถูกต้อง ตนอธิบายได้ทุกช็อต ทุกเม็ด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามากดดันหรือไม่ จึงได้เร่งดำเนินการ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใครจะไปกดดันเขา เขาพวกประชาธิปัตย์ล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าตามหลักเกณฑ์ต้องมีการรับโทษก่อนหรือไม่ ร.ต.อ.กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้เขียนอย่างนั้น พวกที่พูดคือคนรู้ไม่จริง แต่ตนไม่ขอลงรายละเอียด ไว้ให้ถึงวันเวลาก่อน เมื่อถามว่า อย่างชาวต่างชาติขอพระทานอภัยโทษก็ได้รับเลย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนไทยก็มี เมื่อเร็วๆนี้ก็คนไทย ไม่มีกฎหมายอะไรบังคับว่าต้องเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด เป็นพระราชอำนาจโดยแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักการนี้หมายถึงพ.ต.ท.ทักษิณด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแค่ท่านทักษิณ
ส่วนเมื่อขั้นตอนการตรวจรายชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถนำทูลเกล้าได้เลยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้เขาเสนอมาก่อน และตนขอย้ำว่าไม่ควรวิพากษ์ วิจารณ์ พระราชอำนาจโดยแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยมีคนที่หนีคดีแล้วได้รับพระทานอภัยโทษไหม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่พูดอย่างนั้น ตนพูดแต่เพียงว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม ต้องยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่าเอาตัวบุคคลที่พวกคุณไม่ชอบ มาเป็นข้ออ้าง ตนจะทำอะไรนอกกฏเกณฑ์กฎหมายได้อย่างไร และไม่มีใครก้าวล่วงพระราชอำนาจได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ผู้ติดตามรองนายกรัฐมนตรี ได้แจกเอกสารชี้แจงการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยอ้างอิงกฎหมายที่เกี่ยวข้องระบุว่า 1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 191“พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ”2.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259-267
“สำหรับผู้ที่ทูลเกล้าฯและถวายเรื่องราวหรือผู้ถวายฎีกา 1.ผู้ต้องโทษคำพิพากษา (ม.259) 2.ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องฯ (259) 3.คณะรัฐมนตรี(ม.261 ทวิ) สำหรับผู้ที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา และศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังให้ลงโทษจำคุก มีสิทธิ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ 1.ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใด ตัดสิทธิ์ห้ามผู้หลบหนีตามคำพิพากษาศาลจะยื่นถวายฎีกา 2.ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องถูกจำคุกจริงๆนานเท่าใดจึงจะถวายฎีกาได้
3.การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจเฉพาะพระองค์ ไม่มีกฏหมายบัญญัติกรอบอำนาจของพระมหากษัตริย์ว่าจะอภัยโทษในกรณีใดบ้าง คดีประเภทใดอภัยโทษได้ คดีประเภทใดอภัยโทษไม่ได้ หรือการอภัยโทษจะต้องมีเงื่อนไขใดบ้าง ต้องจำคุกมาแล้วนานเท่าใด 4.เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอภัยโทษมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การแปลกฏหมายว่า”ผู้หลบหนี จะต้องมามอบตัว และรับโทษจำคุกเสียก่อนจึงขออภัยโทษได้”นั้น เป็นการแปลกฏหมายตามความคิดเห็นส่วนตัว หรือเป็นการเข้าใจเอาเอง ทั้งๆที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ โดยเอกสารดังกล่าวลงนามเซ็นชื่อโดยชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี” กล่าว
มอบนโยบาย"ตำรวจระดับสูง'ยันย้าย'เลขาสมช.'ไม่มีปัญหา
ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานมอบนโยบาย และชี้แจงกรปฏิบัติราชการ ให้แก่ข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมระบุว่า เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพราะนโยบายเดิมของตำรวจดีอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าต้องมีการศึกษาด้านงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ ของตำรวจ ในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้เท่าทันคนร้าย ที่มีศักยภาพในการก่อเหตุมากขึ้น รวมถึงจัดสรรงบประมาณเพิ่มกำลังพลให้เพียงพอต่อการปฎิบัติหน้าที่
ส่วนเรื่องการโยกย้ายตำแหน่ง นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า เรียบร้อย ไม่มีปัญหา ส่วนใครที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ แต่เห็นว่า ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็เคยโยกย้ายข้าราชการหลายตำแหน่ง โดยอ้างว่า มีความสนิทสนมกับ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เช่นกัน ย้ำว่า สมัยตนเองจะทำดีกว่า
เมิน'ทีดีอาร์ไอ'เหน็บ'รบ.ดีแต่โม้'
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ออกมาโจมตีว่ารัฐบาลชุดนี้ “ดีแต่โม้” ว่า รัฐบาลเพิ่งเข้ามา 7 วัน แล้วจะไปทำอะไรได้ ตนพูดตรงๆพวกนี้ไม่ดูตัวเองบ้าง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเพิ่งจะทำงานได้ 7 วัน ไม่รู้อะไรกันนักหนา ฝ่ายค้านก็ไปกับเขาด้วย เพราะทำใจไม่ได้ก็แพ้เป็นร้อย
โอ่พวกจ้องล้ม'รบ.'ยิ่งทำพท.ยิ่งได้คะแนน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าจะมีการเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลหลังจากวันที่ 5 ธ.ค. ว่า ได้คุยกับนายจตุพรแล้ว แต่บอกไม่ได้ ก็อย่างที่เห็นกันคือบรรดาเจ้าเก่าออกมาแล้ว เช่น เขียนหนังสือ 19 ก.ย.ใกล้จะมาถึง ซึ่งคนพวกนี้ล้วนเป็นเจ้าเก่าทั้งนั้น ทีดีอาร์ไอก็เจ้าเดิม นายพลส.ว.ก็เจ้าเก่า โดยคนพวกนี้เคลื่อนไหวมาจนพรรคเพื่อไทยได้มา265 เสียง ซึ่งหมั่นทำเข้าเถอะพวกเราจะได้ 320 เสียง
เมิน'ถวิล'ขู่ฟ้อง'ศาลปกครอง'อ้างรบ.ชุดนี้จะโยกย้ายน้อยที่สุด
ร.ต.อ.เฉลิม กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีจะมีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เพื่อเปิดทางให้พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาดำรงตำแหน่งแทน ว่า นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นคนดำเนินการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) และตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ตน เนื่องจากตนเป็นประธานก.ตร.มีหน้าที่แต่งตั้งโยกย้าย ระดับผู้บังคับการขึ้นไป
ทั้งนี้ ในหลักการนั้นหากครม.อนุมัติตามที่พล.ต.อ.วิเชียรได้แสดงความจำนงก็แปลว่า มีผลตั้งแต่วันที่1 ต.ค. ทำให้ตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างลง นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานก.ตช.ก็จะเรียกประชุมแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ แต่หากครม.อนุมัติให้ผบ.ตร.คนปัจจุบันเป็นเลขาฯสมช.แล้ว และพล.ต.อ.วิเชียร ลากิจหรือลาพักร้อน รองผบ.ตร.ที่อาวุโสที่สุดก็จะมาทำหน้าที่รักษาการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการเจรจากับนายถวิลมีความเรียบร้อยแล้วหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น่าจะเรียบร้อยแล้ว เพราะพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นคนประสาน ส่วนการแต่งตั้งคนในรัฐบาลชุดนี้นั้น ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า จะพยายามทำให้น้อยที่สุด ต้องมีกฎเกณฑ์ และจะไม่ทำแบบเก่าคือย้ายผบ.ตร.แต่กลับแต่งตั้งคนใหม่ไม่ได้เป็นปี และทะเลาะกันทุกทีที่มีการประชุม
เมื่อถามว่า นายถวิลระบุว่าหากจะย้ายต้องให้ตรงกับความเหมาะสม และความสามารถของตนเอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตอน พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา ถูกย้ายไม่เห็นมีใครพูดแบบนี้บ้าง และหากนายถวิลจะฟ้องศาลปกครอง ตนก็คิดว่าดีกว่าไปเคลื่อนไหวนอกสภา เพราะเป็นสิทธิ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งสำคัญที่เป็นกลไกของรัฐบาลจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นอดีตรมว.มหาดไทยมาก่อน ไม่มียุคไหน สมัยไหนที่จะมีการแต่งตั้งโยกย้าย สะเปะสะปะเท่ากับรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งเหมือนกับแบ่งสัมปทานกันดูแล แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่ สมัยตนเป็นรมว.มหาดไทยไม่เคยไปแตะต้องใคร เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบาย “ยุคที่แล้วมันเหลือเกิน เลอะเทอะ แหม..ออกมาพูดได้ไง ทำเป็นฟูมฟายยุให้ข้าราชการต่อสู้ โถ..คุณทำอะไรไว้คุณอภิสิทธิ์”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตรมว.มหาดไทย นายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เหมาะสมจะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพระนายอาวุโสที่สุด เหมาะสมที่สุด บุคลิกประนีประนอม หากตนมีโอกาสเสนอหรือเป็นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยนะ ผั๊วะ! อันนี้พูดตรงไปตรงมาเพราะไม่มีอะไรแอบแฝง



