
ฝ่ายกบฎพบคลังแสงของ'กัดดาฟี่'
ฝ่ายกบฎพบคลังแสงของพันเอกโมอัมาร์ กัดดาฟี่ ผู้บัญชาการกบฎเรียกร้องให้สหรัฐกับอังกฤษขออภัยที่มีส่วนให้เขาถูกทรมาน
5 ก.ย.54 กองกำลังฝ่ายกบฎ กำลังอยู่ระหว่างการเคลียร์โกดังของโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งในกรุงทริโปลี ของลิเบีย ที่ถูกกองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ แปรสภาพเป็นคลังแสง ซึ่งพวกกบฎระบุว่า โกดังแห่งนี้ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของรัฐ ในเมืองไครเมีย และถูกแปรสภาพ เป็นคลังเก็บอาวุธหนัก รวมทั้ง จรวด กระสุนปืนของรถถัง ซึ่งภาพจากวีดีโอที่บันทึกในเหตุการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นกล่องกระสุนปืนจำนวนมาก วางซ้อนกัน และเครื่องยิงจรวดอีกจำนวนมาก
ฝ่ายกบฎเชื่อว่า สิ่งที่พบเป็นระเบิดสังหารบุคคลที่มีอานุภาพร้ายแรง ส่วนใหญ่ถูกฝ่ายของพันเอกกัดดาฟี่ใช้เพื่อสังหารพลเรือนลิเบีย และเชื่อว่า โกดังแห่งนี้ ถูกแปรสภาพเป็นคลังแสง ในช่วงที่กองกำลังฝ่ายกบฎเข้าประชิดกรุงทริโปลี และถูกค้นพบโดยประชาชน ซึ่งทั้งฝ่ายกบฎและกองกำลังขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ไม่ได้ล่วงรู้แต่อย่างใด และฝ่ายกบฎได้เตรียมจะย้ายอาวุธเหล่านี้ ไปเก็บยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายอับเดล ฮาคิม เยลฮัจ หนึ่งในผู้บัญชาการของฝ่ายกบฎ ได้เรียกร้องขอคำขออภัยจากอังกฤษและสหรัฐ หลังจากยึดเอกสารสำคัญที่บ่งชี้ว่า ทั้งสองประเทศมีส่วนร่วมในแผนการที่นำไปสู่การจับกุมและทรมานเขา
โดยเอกสารด้านข่าวกรอง ของพันเอกกัดดาฟี่ ที่ถูกนำมาเปิดเผย ระบุว่า นายเบลฮัจ ที่ถูกสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ หรือ CIA จับตัวได้ที่กรุงเทพ เมื่อปี 2547 และถูกส่งตัวกลับลิเบีย ทำให้ต้องไปรับโทษจำคุกและถูกทรมาน ที่เรือนจำอาบู ซาลิม ในกรุงทริโปลี นานถึง 7 ปี และในช่วงที่ถูกคุมขัง ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของอังกฤษเข้าไปสอบสวนด้วย
นายเบลฮัจ ให้สัมภาษณ์ทั้งสำนักข่าว BBC และหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยนว่า เขาถูกฉีด
บางอย่างเข้าร่างกาย และถูกแขวนไว้กับกำแพง และถูกจับใส่ตู้คอนเทนเนอร์ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง ถูกบังคับไม่ให้นอนและเต็มไปด้วยเสียงรบกวนตลอดเวลา
เอกสารที่พบนี้ รวมอยู่ในเอกสารที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ได้มาจากหอเก็บเอกสารด้านความมั่นคงของลิเบีย ที่รวมถึงเอกสารลับเมื่อปี 2547 ที่ CIA แจ้งต่อรัฐบาลลิเบียในสมัยนั้น เกี่ยวกับการเดินทางของ " อับดุลลาห์ อัล ซาดิก " ซึ่งเป็นนามแฝงของ นายเบลฮัจ ที่เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย พร้อมกับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ มายังกรุงเทพฯ และถูก CIA จับกุมได้และส่งตัวให้ลิเบีย
นอกจากนี้ ยังพบจดหมายที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอังกฤษ แสดงความยินดีต่อหน่วยข่าวกรองลิเบีย เกี่ยวกับการจับกุมนายเบลฮัจ ก่อนจะเรียกร้องให้เขายอมรับว่า ข่าวกรองที่นำไปสู่การจับกุมนายเบลฮัจ เป็นผลงานของอังกฤษ



