
'ปชป.'โต้'ตู่'ปูดอำนาจนอกระบบล้มรบ.
'ชวนนท์' โต้ 'จตุพร' ปูดอำนาจนอกระบบล้มรบ. เห็นด้วยฉายารบ. 'ดีแต่โม้' ตั้งทีมจับตาขึ้นเบนซิน 2 รอบ หาไอ้โม่งเอาเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋า
5 ก.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาล์ยสุต โฆษกพรรคปชป. แถลงกรณีนายจตุพร พรมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงระบุมีกระบวนการนอกเตรียมล้มรัฐบาลในช่วงเดือนธันวาคมนี้ว่า ขอให้หยุดจินตนาการเสียที เพราะไม่มีเรื่องแบบนั้น พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานแต่วันนี้รัฐบาลไม่ทำงานเลย เอาประชาชนเป็นตัวประกัน
ซึ่งเห็นด้วยกับที่นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่บอกว่ารัฐบาลดีแต่โม้ และไม่คิดว่าประชาชนจะให้โอกาสทำงานอีกนานสักเท่าไหร่ เพราะรัฐบาลละเลย ไม่ทำตามสัญญา แต่กลับลุแก่อำนาจย้ายข้าราชการไม่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้ต่างหากที่จะทำให้รัฐบาลอายุสั้น
'ปชป.'ตั้งทีมจับตาขึ้นเบนซิน2รอบหาไอ้โม่งเอาเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋า
นายชวนนท์ อินทรโกมาล์ยสุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีการขึ้นราคาน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มส่วนต่างราคาระหว่างเบนซินและก๊าชโซฮอลเป็นรอบที่สอง ว่า ตั้งแต่ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลงครั้งใหญ่ มีการขึ้นราคากลับมาแล้ว 2 ครั้ง
แต่ทั้ง 2 ครั้งถามว่าส่วนต่างราคาเข้ากระเป๋าใคร เพราะไม่ได้เข้ากองทุนน้ำมัน เป็นการย้ายเงินจากกองทุนน้ำมันไปเข้ากระเป๋าเอกชนชัดเจน ถือเป็นเรื่องใหญ่มากและพรรคจะมีคณะทำงานติดตามในเรื่องนี้
'ปชป.'เมินคำขู่'นพดล'ถามกลับแรงจูงใจ'สุรเกียรติ'กล้าลงนามเอ็มโอยู44
นายชวนนท์ อินทรโกมาล์ยสุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงกรณีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตรมว.ต่างประเทศ ขู่ฟ้องโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหารัฐบาลในปี 2544 ได้ประโยชน์จากการลงนามความตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา(เอ็มโอยู2544) กรณีการแบ่งประโยชน์บริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลว่า นายนพดลไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ เป็นการตอบโต้โดยไร้ข้อมูลเหมือนกับที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณชัยกุล รมว.ต่างประเทศทำเพื่อตัดกระบวนการตั้งคำถามต่างๆ ขอให้นายนพดลกลับไปศึกษารายละเอียดเรื่องนี้ก่อนเพราะมีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน ถ้าไม่รู้จริงจะเสียเวลาตนไปตอบโต้
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงแถลงการณ์ของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศในปี 2544 ที่ชี้แจงการลงนามเอ็มโอยู 2544 โดยนายสุรเกียรติอ้างว่าลงนามเอ็มโอยูดังกล่าวเพื่อเป็นการแสดงกรรมสิทธิ์ในเกาะกูดนั้น ถามว่าไม่รู้จริงหรือว่าเกาะกูดเป็นของไทยมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่การมีทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ.1907 นับร้อยปีมาแล้ว และกองทัพเรือไทยก็รู้ดีว่ามีการลาดตระเวนทางทะเลในพื้นที่เกาะกูดมาตลอด
ดังนั้นจึงเป็นการอ้างที่ไร้เหตุผลสิ้นดีว่าการไปลงนามคือการแสดงความเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ที่อ้างว่าเรื่องนี้มีการเจรจามาหลายรัฐบาลกินเวลา 20 กว่าปีแต่ตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องถามว่า แล้วปี 2544 รัฐบาลเข้ามาเพียง 4 เดือนไปลงนามได้อย่างไร นายสุรเกียรติ์ต้องตอบว่ามีปัจจัยอะไรเปลี่ยนแปลงถึงสามารถลงนามได้ ทั้งที่ทุกรัฐบาลตลอด 20 ปีไม่กล้าลงนาม แต่ทั้งพ.ต.ท.ทักษิณและนายสุรเกียรติ์เห็นอะไรเหมาะสมจึงกล้าลงนามในขณะนั้น



