
เทศกาลกินผักภูเก็ตคึกคาดเงินสะพัดกว่า500ล.
งานกินผักปีนี้คึกคัก อบจ.ภูเก็ต เปิดน้ำพุดนตรีบอกเล่าเรื่องราว ประเพณีถือศีลกินผัก ขณะที่ ททท.คาดปีนี้เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้าน
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า ทางอบจ.ภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต ศาลเจ้าต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดงานประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2554 ขึ้นในระหว่างวันที่ 27 ก.ย. - 5 ต.ค.2554 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยนำเอาวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของจังหวัดภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอ อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของจังหวัดภูเก็ต
“จากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานได้ฝากเรื่องการคัดแยกขยะในช่วงถือศีลกินผัก โดยประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าต่างๆ ช่วยกันบริหารจัดการขยะ เพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นที่ประจักษ์สู่สายตานักท่องเที่ยว พร้อมทั้งฝากให้แต่ละศาลเจ้าจัดทำประวัติศาลเจ้า เพื่อเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบ และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามไม่อยากให้งานถือศีลกินผักเป็นเพียงประเพณีเท่านั้น แต่อยากให้เป็นช่วงเวลาตัวอย่างแห่งการทำความดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
นายไพบูลย์ กล่าวและว่า ทาง อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมสนับสนุนศาลเจ้าในรูปแบบต่างๆ เช่น สนับสนุนข้าวสารและน้ำมันปาล์มสำหรับใช้ในการประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมงานถือศีลกินผัก ซึ่งได้กำหนดวันส่งมอบข้าวสารและน้ำมันปาล์มให้กับศาลเจ้าต่างๆ ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย. 2554 และในปีนี้ อบจ.ภูเก็ตก็มีกิจกรรมพิเศษในวันที่ 26 ก.ย. นี้ หลังจากการประกอบพิธียกเสาโกเต้งของศาลเจ้าต่างๆ ซึ่งจะเป็นการบอกให้ทราบว่าได้เข้าสู่ประเพณีถือศีลกินผักแล้ว จะมีการเปิดลานน้ำพุดนตรีที่บริเวณสะพานหิน โดยมีการแสดงม่านน้ำ แสง สี เสียง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลถือศีลกินผักอย่างตระการตา ตลอดทั้ง 9 วันด้วย
นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของ ททท.ภูเก็ต นอกจากจัดทำประชาสัมพันธ์ผ่านทางสำนักงาน ททท.ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ได้จัดทำคู่มือการท่องเที่ยวไหว้พระตามศาลเจ้าต่างๆ พร้อมพาสพอร์ตเพื่อใช้สะสมคะแนน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปไหว้พระจนครบ 9 ศาลเจ้า สามารถนำแต้มที่สะสมไว้มารับรางวัลกับ ททท.ได้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจ.ภูเก็ตอีกทางหนึ่ง เพราะประเพณีดังกล่าวมีการบรรจุไว้ในปฎิทินการท่องเที่ยวอยู่แล้ว มั่นใจว่าในปีนี้จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และคาดว่าจะมีรายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท



