
คุกปัตตานีป่วน!นักโทษก่อจลาจล
นักโทษเรือนจำปัตตานีก่อเหตุจลาจลทะเลาะวิวาทกันเอง ดับ 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ขณะนี้เหตุจลาจลยุติลงแล้ว ด้านอธิบดีราชทัณฑ์บินด่วนลงใต้ ตรวจสอบนักโทษก่อจลาจล
5 ก.ย.54 5 ก.ย.54 ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผวจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากเรือนจำกลาง จ.ปัตตานีว่าเกิดเหตุผู้ต้องขังในเรือนจำได้ก่อเหตุจราจลขึ้น โดยมีผู้ต้องขังกลุ่มหนึ่งได้พยายามไล่ทำร้ายผู้ต้องขังที่ทางเรือนจำแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เรือนจำที่เป็นชาวไทยพุทธ
เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายภาณุวัฒน์ คงอินทร์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย นายธนาทิพย์ กู้สกุลวงศ์ และนายสัก ไก่ (ต่างด้าว)
ทั้งนี้ สาเหตุการเกิดจราจลครั้งนี้เกิดจากผู้ต้องขังอ้างว่าผู้ช่วยผู้ต้องขังที่เป็นชาวไทยพุทธให้อาหารกับผู้ต้องขังที่เป็นชาวไทยมุสลิมอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ประมาณ 300 นายได้พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้วระดับหนึ่ง โดยสามารถช่วยเหลือและนำผู้ต้องขังที่ได้รับบาดเจ็บออกมาทำการรักษาได้แล้ว และอยู่ระหว่างการประสานขอนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาทำการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้ต้องขังที่ก่อจลาจลได้ออกมายื่นข้อเรียกร้องเบื้องต้น 7 ข้อ คือ 1.เจ้าหน้าที่อย่ากำหนดกฏระเบียบที่ตรึงเครียดมากเกินไป 2. ย้ายผู้รับผิดชอบห้องครัว โดยขอให้ผู้ต้องขังชาวมุสลิมเข้าไปทำงานแทน 3.ขอให้เปลี่ยนผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีหน้าที่ตรวจสิ่งของต่างๆโดยให้เป็นผู้ต้องขังชาวไทยมุสลิม 4.ขอเปลี่ยนระบบกองงาน และกองกลาง 5.ขอเปลี่ยนผู้คุมกองงาน 6.ให้ย้ายผู้ช่วยจนท.เรือนจำที่เป็นชาวไทยพุทธที่สร้างปัญหาไปอยู่เรือนจำอื่น และ7.ห้ามโยกย้ายผู้ที่ก่อเหตุชุมนุมวันนี้
"สถานการณ์ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถเจรจาต่อรองให้ทุกฝ่ายหยุดการก่อจราจลเพื่อหันหน้ามาคุยกันอย่างสันติและให้นำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาเพื่อชันสูตรก่อนที่จะเจรจาในประเด็นข้อเรียกร้องอื่นๆ โดยเฉพาะมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน" รอง ผวจ.ปัตานีกล่าว
สำหรับเรือนจำปัตตานีมีผู้ต้องขังประมาณ 2,000 คน โดยในจำนวนนี้ประมาณ 800 คนที่มีการรวมกลุ่มแสดงความไม่พอใจและก่อเหตุในครั้งนี้ โดยผู้ต้องการกลุ่มที่ก่อเหตุมีการนำผ้ามาปิดบังใบหน้า และซ่อนตัวอยู่บริเวณด้านในเรือนจำในส่วนของเรือนนอนโดยไม่ยอมออกมาเจรจา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผู้ต้องขังในจำนวนที่ก่อเหตุดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เพิ่งถูกย้ายมาจากเรือนจำนราธิวาสซึ่งมีประวัติเพิ่งก่อเหตุจราจลมาก่อนหรือไม่
อธิบดีราชทัณฑ์บินด่วนลงใต้ ตรวจสอบนักโทษก่อจลาจล
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่นักโทษเรือนจำกลางปัตตานีก่อเหตุจลาจลทำให้มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า นักโทษที่ก่อเหตุจลาจลมีเรื่องทะเลาะวิวาทจากเหตุความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ย. ตนจะเดินทางไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง พร้อมกับ นายฐานิส ศรียะพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์
อย่างไรก็ตาม ผบ.เรือนจำกลางปัตตานี ได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วในระดับหนึ่ง จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์บานปลายขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้แจ้งเตือนไปยังเรือนจำต่างๆ ให้เฝ้าระวังนักโทษไม่ให้ก่อพฤติกรรมสร้างสถานการณ์เลียนแบบ ส่วนปัญหาความแออัดในเรือนจำทำให้นักโทษไม่ได้รับความสะดวกสบายนั้น กรมราชทัณฑ์พยายามแก้ไขติดขัดที่จำนวนผู้ต้องขังเพิ่มสูงขึ้นมาก
ด้านนายฐานิส กล่าวว่า ขณะนี้เหตุจลาจลยุติลงแล้ว เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากผู้ต้องขังทะเลาะวิวาท และทำร้ายกันเอง เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีส่วนเข้าไปทำร้ายนักโทษแต่อย่างใด เพียงเข้าไประงับเหตุเท่านั้น โดยเหตุวิวาทระหว่างนักโทษ 2 กลุ่ม เกิดขึ้นในช่วงเช้าหลังเปิดเรือนนอน ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นตัวการก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือไม่ รวมถึงยังไม่ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นผู้ต้องขังคดีความมั่นคงหรือไม่ โดยยังไม่ทราบมูลเหตุที่แท้จริงที่นำไปสู่การทะเลาะวิวาท
จี้กรมราชทัณฑ์นัดถกผบ.เรือนจำ3จ.ใต้ปรับแผนจัดการนักโทษจราจลถาวร
นายอาวุธ สุวรรณโณ ผบ.เรือนจำกลางปัตตานี เปิดเผยว่า สถานการณ์ความวุ่นวายในเรือนจำเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ทุกฝ่ายได้ร่วมหารือกันและพร้อมที่จะพิจารณาเงื่อนไข 7 ข้อที่กลุ่มผู้ต้องขังเสนอมาในเบื้องต้น โดยเฉพาะเรื่องของอาหารที่อยากให้มีการพิจารณาตัวแทนผู้ต้องขังไทยมุสลิมที่มีความปรพฤติดีเข้าไปเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่มุสลิม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าเพื่อให้สถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่กาวะปกติโดยเร็ว
ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้นอาจต้องระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดมาตรการดูแลความสงบภายในเรือนจำในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาว่าด้วยเรื่องของนโยบายของกรมราชทัณฑ์ในระดับประเทศเกี่ยวกับการโอนย้ายคดี การย้ายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำอื่นๆโดยเฉพาะผู้ต้องขังคดีความมั่นคงเพื่อให้ย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆที่ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เนื่องจากการย้ายผู้ต้องหาไปมาระหว่างเรือนจำในพื้นที่ใกล้เคียงกันไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาถาวร ด้วยจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่ในแต่ละเรือนจำมีจำนวนเกินอัตราที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น
ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นจะได้นำเสนอให้กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาแทวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวต่อไป เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานักโทษก่อเหตุจราจลซ้ำซากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นเรือนจำในพื้นที่ใดก็ตามใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ด้านแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง รายหนึ่ง ระบุว่า ปัญหาการย้ายผู้ต้องขังที่เป็นหัวโจกจากเรือนจำกลางจังหวัดนราธิวาสมาฝากไว้ที่เรือนจำกลางจังหวัดปัตตานีเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายคัดค้านและแสดงความเป็นห่วงตั้งแต่ระยะแรกที่มีมติให้มีการย้ายผู้ต้องขัง เนื่องจากเกรงว่าจะมีการเข้ามาปลุกระดมให้เกิดความแตกแยกขึ้นภายในกลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งลักษณะของผู้ต้องขังในเรือนจำในจังหวัดชายแดนภาคใต้มักจะมีการแบ่งกลุ่มระหว่างไทยพุทธ-มุสลิมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งหากมีการนำประเด็นของเรื่องของความรู้สึกและความไม่เท่าเทียมกันมาขยายผลจะทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายเหมือนที่เกิดขึ้นในเรือนจำจังหวัดนราธิวาสได้ แต่เนื่องจากเป็นอำนาจและคำสั่งการของกรมราชทัณฑ์ในการย้ายผู้ต้องขังทำให้ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปก้าวก่ายแต่อย่างใด กระทั่งมาเกิดเรื่องความวุ่นวายและนำมาสู่การก่อเหตุจราจลในที่สุด
"รมว.ยุติธรรม"แจงเหตุมาจากนักโทษไทยพุทธกับไทยมุสลิม
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงเหตุจลาจลที่เรือนจำกลางปัตตานีว่า ได้รับแจ้งว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น.ช่วงเช้าของวันที่ 5 ก.ย.โดยมีผู้ต้องขัง 200-300 คน ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท จากความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ต้องขังชาวไทยพุทธกับผู้ต้องขังชาวไทยมุสลิม ส่งผลให้มีเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย พร้อมยื่นข้อเรียกร้องอีก 7 ข้อ
เบื้องต้น ได้มอบหมายให้ นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุการณ์และประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีอย่างใกล้ชิดแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้เรือนจำประสบปัญหาเรื่องความแออัดโดยเฉพาะในเรือนจำกลางปัตตานีที่เกิดเหตุจลาจลสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 500 คน แต่มีผู้ต้องขังอยู่จริงกว่า 1,000 คน ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยจะต้องเรียกผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศเข้าหารือ
โจรใต้ยิงชาวบ้านดับ1ที่รือเสาะ
ร.ต.อ.หมัดอุเซ็ง เมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายยาเราะแบเงาะ-สระบัวบากง ม.7 ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตอยู่บนถนน มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มตะแคงอยู่ข้างศพ ทราบชื่อคือ นายไซลี มะแซ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม16 ที่ศีรษะ 2 นัด ไหล่ขวา 1 นัด ท้อง 3 นัด รวม 6 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม16 ตกอยู่บนถนนจำนวน 8 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาเพียงลำพัง เพื่อเดินทางไปทำธุระที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ เมื่อแล้วเสร็จจากธุระ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก ระหว่างมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าประชิด โดยมีคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กระหน่ำยิงใส่ผู้ตายทันที 8 นัดซ้อน ทำให้ผู้ตายพลัดตกจากรถเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากถนนสายดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายมักใช้อาวุธปืนก่อเหตุดักยิงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายรายแล้ว



