ข่าว

คลอดแล้ว!!11อรหันต์'กสทช.'

คลอดแล้ว!!11อรหันต์'กสทช.'

05 ก.ย. 2554

ส.ว.คัดเลือก กสทช. 11 คนเรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่ไม่พลิกโผอดีตกทช."นที"เข้าวิน "พนา"ร่วง หลังจากวุ่นช่วงเริ่มต้นประชุมวุฒิสภา

          5ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ กสทช.จำนวน 11 คนที่ได้รับการเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภาคือ

1. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กิจการโทรคมนาคม

2. สุทธิพล ทวีชัยการ ด้านนิติศาสตร์

3. พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า ด้านนิติศาสตร์

4. พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ กิจการโทรคมนาคม

5. พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ภาคกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์

6. พีระพงษ์ มานะกิจ กิจการกระจายเสียงโทรทัศน์

7. ประเสริฐ ศลีพิพัฒน์  ด้านเศรษฐศาสตร์

8. ธวัชชัย จิตรภาษนันท์ ด้านเศรษฐศาสตร์

9. สุภิญญา กลางณรงค์ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

10.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กิจการโทรคมนาคม

11.พ.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ด้านการศึกษา วัฒนธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย      

 

ประชุมวุฒิสภาเลือก'กสทช.'วุ่น

 

        ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.40 น. วุฒิสภาได้เริ่มประชุมในวาระเรื่องด่วนเลือกกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 17 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 หลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช.

          โดยพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม กล่าวว่า ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าจะให้เวลาอภิปรายจำนวน 6 ชั่วโมง เบื้องต้นได้กำหนดเวลาประชุมเพื่อลงคะแนนเลือก กสทช. ให้แล้วเสร็จ ในเวลา 19.00 น. หากเป็นเช่นนั้นต้องเริ่มกระบวนการลงคะแนนในเวลา 13.00 น. เป็นอย่างช้า ดังนั้นของผู้ที่อภิปราย ได้อภิปรายอย่างกระชับ อนึ่งหากผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อ เป็น กสทช. ได้รับคะแนนเท่ากันจำเป็นต้องมีการลงคะแนนในรอบ 2 และอาจใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าที่ได้กำหนด ดังนั้นขอให้สมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
 
          จากนั้น นางทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหา ฐานะประธาน กมธ.ฯตรวจสอบประวัติฯ กล่าวถึงการทำหน้าที่ของกมธ.ฯตรวจสอบประวัติ ว่า กมธ. ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช. ทั้ง 44 คน แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นในส่วนของประวัติ ความประพฤติ และพฤติ กรรมทางจริยธรรมอย่างละเอียดรอบคอบ โดยได้เชิญเลขาธิการวุฒิสภา ฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. มาให้ข้อมูล รวมถึงทำหนังสือถึงหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขอข้อมูล ทั้งนี้ นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ อภิปรายว่าการลงคะแนนเลือก กสทช. ครั้งนี้ตนอยากให้มีการชะลอไปก่อน 1 สัปดาห์ เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา พบสิ่งผิดปกติ และหลายประเด็นอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวุฒิสภา อาทิ สถานะขององค์กรและผู้แทนองค์กรที่เป็นกรรมการสรรหา ซึ่งไม่ได้ถูกรับรองด้วยกฎหมาย อีกทั้งขั้นตอนการสรรหานั้น อาจเข้าข่ายขัดต่อ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 ในหลายมาตรา อาทิ มาตรา 13,15 และ 16 และที่สำคัญรายชื่อผู้สมควรที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.มีลักษณะของการบล็อกโหวต เป็นต้น
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่นายจิตติพจน์ อภิปรายนั้นมีส.ว.หลายคนได้ลุกขึ้นประท้วง อาทิ พล.อ.อ.วีรวิทย์ คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา เพื่อขอให้การประชุมเพื่อเลือกกรรมการ กสทช. เดินหน้าต่อ แต่พล.อ.ธีรเดช ได้เปิดโอกาสให้นายจิตติพจน์ อภิปรายต่อในเวลาไม่เกิน 3 นาที ทำให้นายจิตติพจน์ อภิปรายต่อว่า สำหรับองค์กรที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ ตนได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจง 6 องค์กร แต่มีเพียง 2 หน่วยงานที่มาชี้แจง ทั้งนี้ก็ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพบความผิดปกติในส่วนขององค์กรสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จากนั้นนายมณเฑียร ลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้นายจิตติพจน์ยุติการอภิปราย เพราะเป็นข้อมูลที่ซ้ำซาก และเป็นความเท็จ
 
          ด้านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. สรรหา ฐานะ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ อภิปรายชี้แจงว่า ตนขอทำความเข้าใจกระบวนการคัดเลือกและสรรหาให้ได้รายชื่อผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อกระบวนการทั้งหมด แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1.คัดเลือกมาจากบุคคลจากองค์กรต่างๆ 22 คน  2.ผ่านการสรรหา จำนวน 22 คน  และ 3.ให้ส.ว.ลงคะแนนเลือก กสทช. จาก 44 คนให้เหลือ 11 คน หากพิจารณาตามประเด็นที่นายจิตติพจน์อภิปราย พบว่าเป็นการทำหน้าที่คนละขั้นตอน
 
          "ที่ผ่านมานายจิตติพจน์ได้ทำหนังสือสรุปประเด็นที่อภิปรายมายังกมธ.ตรวจสอบประวัติ ถ้าลงในรายละเอียด ประเด็น สมาคมคนพิการ เป็น 1 ใน 9 ประเด็นเท่านั้น ซึ่งกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ไม่ใช่องค์กรหรือวินิจฉัยว่าข้ออ้างของนายจิตติพจน์ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ดีประเด็นที่นายจิตติพจน์อภิปราย ได้ถูกนำไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองแล้ว ประมาณ 5 คดี และระหว่างนี้อยู่ระหว่างการวินิจฉัยชี้ ทั้งที่ผมไม่ได้ปฏิเสธข้อมูลของนายจิตติพจน์ เพียงแต่การนำเสนอครั้งนี้ ผิดสถานที่ เพราะควรให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ส่วนหน้าที่ของวุฒิสภา คือ เลือกบุคคลจากบัญชีที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานำเสนอ จาก 44 คน ให้เหลือ 11 คน" นายสุรชัย กล่าว
 
          ด้านนายตวง อภิปรายว่า ในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมายบ้านนอก เห็นว่าการประชุมควรต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนประเด็นที่นายจิตติพจน์อภิปราย ได้เลยขั้นตอนการพิจารณามาแล้ว ทั้งนี้อำนาจของวุฒิสภา คือ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนอำนาจทางปกครองนั้น เป็นอำนาจของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าวมาแล้วก็ไม่สามารถกลับไปใช้อำนาจทางปกครองได้อีก ดังนั้นหากใครเห็นว่าไม่ถูกต้อง ต้องไปฟ้องศาล
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ ส.ว. อภิปรายประท้วงนายจิตติพจน์นั้น นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี ได้ใช้สิทธิ์ประท้วงกลุ่ม ส.ว.ที่ประท้วงนายจิตติพจน์ และพยายามพูดให้นายจิตติพจน์สามารถอภิปรายในข้อมูลที่เตรียมมา อย่างไรก็ดี หลังจากที่ส.ว.ได้อภิปรายและประท้วงกันไปมา เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง พล.อ.ธีรเดช ได้สั่งให้เปิดประชุมลับ ในเวลา 11.35 น.

 

          สว.นัดถกนอกรอบเลือก กสทช. ให้เวลาอภิปราย 6 ชม. พร้อมตรวจสอบงบฯ 84 ล้าน โครงการอิ่มบุญ

          นายชรินทร์ หาญสืบสาย สว.ตาก ในฐานกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จำนวน 44 คน ให้สัมภาษณ์วิทยุรัฐสภาคลื่น เอฟเอ็ม 87.5 โดยยอมรับว่าก่อนการประชุมวุฒิสภาเพื่อลงคะแนนเลือก กสทช.ได้มีสว.จำนวนหนึ่งได้นัดหารือนอกรอบเพื่อทำความเข้าใจ รวมถึงลดอุปสรรคของการเลือกกรรมการ กสทช. โดยส่วนตัวเชื่อว่าการประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือก กสทช.ครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น
 
          นายชรินทร์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้ให้เวลาจำนวน 6 ชั่วโมงเพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายและให้ กมธ.ตรวจสอบประวัตินำเสนอรายงานต่อที่ประชุม ในเบื้องต้นอาจจะมีการสอบถามถึงงบประมาณจำนวน 84 ล้านบาท ที่ใช้ในโครงการอิ่มบุญและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กิจกรรมโบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหาเงินเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลังจากเสร็จกิจการรมแล้วได้มีการทูลเกล้าฯถวายจริงหรือไม่ ส่วนประเด็นข้อร้องเรียนอื่นๆ นั้น ทางกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ จะดูเฉพาะประวัติ ซึ่งไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกสทช.

 

ผลนับคะแนนเลือก11อรหันต์'กสทช.'

 

           ทั้งนี้การลงคะแนนเลือกกสทช.ได้เสร็จสิ้นลง โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยใช้วิธีลับ ส.ว. จากนั้นกรรมการทั้ง 2 ชุดได้เริ่มนับคะแนน  โดยมีผลของการนับคะแนนดังนี้ สำหรับบุคคลที่วุฒิสภาลงคะแนนเลือกเป็น กสทช. 11 คน ประกอบด้วย ด้านกิจการกระจายเสียง พล.อ.อ.ธเรศ ปุณณศรี ได้ 73 คะแนน เป็นนายทหารรุ่น ตท.6 รุ่นเดียวกับพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี และพล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง ส.ว.สรรหา ในอดีตเคยเป็น เสธ.ทอ. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร สังกัดสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน) ด้านกิจการโทรคมนาคม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ได้ 112 คะแนน อดีตกทช. ปัจจุบันเป็นรักษาการ กสทช. อดีตรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และพ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ได้ 118 คะแนน นายทหารฝ่ายกิจการโทรคมนาคม สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กระทรวงกลาโหม ด้านกฎหมาย 2 คน คือ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ 109 คะแนน และพ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า อดีตผกก.สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ได้ 67 คะแนน

           ด้านกิจการโทรทัศน์ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ 62 คะแนน ด้านเศรษฐศาสตร์ 2 คน คือ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า อดีตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน(เศรษศาสตร์ ประจำกทช.) ได้ 110 คะแนน และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ผอ.ศูนย์คอมพิวเตอร์ และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ 58 คะแนน สำหรับกลุ่มตัวแทนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในส่วนของด้านกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ คือ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ ได้ 95 คะแนน ส่วนด้านกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม คือ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผอ.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. ได้ 78 คะแนน และกลุ่มผู้มีผลงาน มีความเชี่ยวชาญประสบการณ์ด้านการศึกษา วัฒนธรรม หรือการพัฒนาสังคม คือ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย ได้ 72  คะแนน  

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงมติของส.ว.ในการเลือกกสทช. ถือเกือบจะทั้งหมดเป็นไปตามโพยรายชื่อบล็อกโหวตที่มีการคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายในการวิ่งหาคะแนน ปรากฏว่ามีการแลกเปลี่ยนโพยชื่อระหว่างส.ว.กลุ่มต่างๆ ที่พยายามผลักดันคนที่ตัวเองสนับสนุน ซึ่งถือว่าแต่ละกลุ่มทำยอดเข้าเป้ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่ากสทช.ชุดนี้เกินครึ่งเป็นเครือข่ายคนในกองทัพ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ประธานวุฒิสภาจะส่งรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกสทช. ให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป โดยกสทช.จะมีวาระการดำรงตำแหน่งทั้งสิ้น 6 ปี หรือผู้มีอายุครบ 70 ปี ต้องพ้นวาระ

           จากนั้นพล.อ.ธีรเดช กล่าวว่า หลังจากนี้จะแจ้งไปยังผู้ที่ได้รับเลือกได้รับทราบและจะแจ้งไปยัง สำนักงานกสทช.เพื่อให้มีการแต่งตั้ง ประธานจำนวน 1 คน และรองประธานจำนวน 2 คน ก่อนที่จะนำชื่อเสนอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำทูลเกล้าฯต่อไป