ข่าว

หัตถศิลป์ชั้นสูงเคียงคู่สังคมยุคใหม่

หัตถศิลป์ชั้นสูงเคียงคู่สังคมยุคใหม่

05 ก.ย. 2554

หัตถศิลป์ชั้นสูง เคียงคู่สังคมยุคใหม่

          เครื่องประดับทองคำอันประณีตงดงามของไทย นับเป็นมรดกทางฝีมืออันทรงค่าที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน และแม้ปัจจุบันการซื้อทองคำจะไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเป็นหลัก แต่ความละเอียดลออของช่างทองชาวไทยก็ยังถูกฝังใจไว้ว่าเป็นความงามระดับโลก ด้วยเหตุนี้บ้านช่างทอง กรุ๊ป ภายใต้แบรนด์ โกลด์เดอรี่ จึงได้จัดงานเสวนาเปิดตัวชิ้นงานทองคำผสมผสานการออกแบบสมัยใหม่และลวดลายทองคำโบราณเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสืบสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย และสามารถสวมใส่ไปได้ทุกที่ บริเวณห้องสระบัว โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เมื่อวันก่อน
 
          ทั้งนี้ ภาพในงานได้รับเกียรติจาก อ.นิพนธ์ ยอดคำปัน ช่างทองหลวงประจำสำนักพระราชวัง มาพูดคุยถึงตำนานและคุณค่าของเครื่องประดับทองของไทยว่า เพราะฝีมือของช่างทองไทยเป็นการสืบทอดมาจากต้นตระกูลสู่ลูกหลาน ไม่สามารถเอาไปให้ใครได้เนื่องจากมีการสาปแช่งไว้ จึงไม่มีเครื่องทองที่ไหนทำสวยได้เหมือนประเทศไทย ปัจจุบันข้าราชการตำแหน่งช่างทองหลวงมีอยู่ 20 คน และมีกลุ่มช่างทองมากฝีมืออยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน เช่นทางเพชรบุรีที่ใช้พลอยประดับ สุโขทัยเน้นการดัดลวดลงยา สุรินทร์จะเน้นลวดลายเขมร ล้านนาเป็นการสลักดุนแบบชาวเขา นอกจากนี้ยังมีช่างทองถมนครศรีธรรมราช และศรีสัชนาลัย อีกด้วย ทุกที่ล้วนมีเทคนิคการทำที่แตกต่าง แต่ถ้าเอามารวมกันแล้วดูฝีมือและอารมณ์ของงานก็จะรู้ว่านี่คืองานของคนไทยทุกชิ้น
 
          “การทำทองที่อลังการของบ้านเราเริ่มจากทำถวายพระมหากษัตริย์ที่เราเชื่อว่าเป็นสมมติเทพ ต้องมีเครื่องประดับที่สวยงาม ใส่แล้วมีพลังมาดูแลประชาชน ต่อมาอีกยุคสมัยก็ทำให้พระมหากษัตริย์ใส่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ เป็นการเผยแพร่ให้ประเทศอื่นๆ รู้ว่าเราไม่ธรรมดาไม่ให้ใครมาข่มแหงได้ นี่คือจุดเริ่มต้นที่ช่างทองทุกคนระลึกถึงมากกว่าเรื่องมูลค่าทุกครั้งเวลาสร้างงานเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้งานบ้านเรามีเรื่องราว อารมณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์ได้ทุกชิ้น ผมเคยทำวิจัยอันหนึ่งแล้วได้ข้อมูลมาว่าอเมริกาเป็นประเทศที่ซื้อผลงานศิลปะเราเกือบทุกอย่าง ทุกยุคสมัย ทุกวัฒนธรรม เอาของเราไปตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์บ้านเขา ต่อไปถ้าคนไทยไม่รักษามรดกของเราไว้ ทุกคนก็ต้องไปดูที่บ้านเขาแน่นอน แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่เขาไม่มีก็คือคนทำ ดังนั้นเราอย่าทำลายตัวเราเอง ต้องช่วยกัน ช่างทองและงานโบราณอื่นๆ จะอยู่ไม่ได้ ถ้าทุกคนไม่ดูแล ไม่ใส่ใจ” อ.นิพนธ์ เล่าถึงตำนานและความเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องประดับทองไทย
 
          ทางด้าน สรสิดา ชานนประภาส์ ทายาทรุ่นที่ 3 ในเครือบ้านช่างทองกรุ๊ป กล่าวถึงที่มาของคอลเลกชั่นเครื่องทองสไตล์ไทยโมเดิร์นว่า เกิดจากการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าทำไมคนในยุคปัจจุบันไม่ยอมใส่ทองเป็นแฟชั่นเหมือนเครื่องประดับอื่นๆ ซึ่งพอมองเข้าไปนอกจากการซื้อทองไว้เก็งกำไรแล้ว พบว่าทองคำในตู้ตามร้านขายทองเกือบทุกร้านมีรูปแบบที่เรียบๆ ไม่มีดีไซน์ ไม่มีเรื่องราวคุณค่าของงานศิลป์ที่สวยงาม เป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ซื้อมาแล้วขายไปเท่านั้น จึงมองเห็นช่องทางสร้างสรรค์เครื่องประดับทองคำที่มีลวดลายประยุกต์ใช้จุดเด่นของช่างทองโบราณแต่ละกลุ่มมาผสมผสานกัน จะได้งานที่มีทั้งเรื่องราว มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่เชย และเก็บเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของยุคสมัยนี้ได้อีกด้วย