ข่าว

ออกจากตำแหน่งอย่ายึดติดและโยกย้ายให้ได้ดุล

ออกจากตำแหน่งอย่ายึดติดและโยกย้ายให้ได้ดุล

05 ก.ย. 2554

ออกจากตำแหน่งอย่ายึดติดและโยกย้ายให้ได้ดุล : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น www.ruarob.blogspot.com

           ฤดูปีนี้โยกย้ายมาถึงพร้อมกับการล้างบางขั้วอำนาจเก่า แต่งตั้งคนของตน ส่งเสริมคนมีฝีมือหรือคนทำงานมานานขึ้นสู่ตำแหน่งสูงขึ้น ห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่านเช่นนี้มีทั้งคนผิดหวังและดีใจ แต่ประเทศชาติจะเป็นยังไงนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้ขึ้นกับระบบอุปถัมภ์หรือคุณธรรม แต่อยู่ที่การตัดสินใจที่ถูกต้องซึ่งเป็นเรื่องที่จะพิสูจน์กันได้ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเท่านั้น

            คนที่มาจากการเมืองย่อมต้องไปด้วยการเมืองนั้นเป็นเรื่องถูกแล้ว เพราะถึงเขาจะเก่งอย่างไร การมาด้วยวิธีพิเศษก็ทำให้เขาต้องตอบแทนคนมอบตำแหน่งนั้นเป็นความเร่งด่วนอันดับแรก บ้านเมืองจะเป็นเรื่องรองลงไป เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้วไป ข้าราชการประจำที่เล่นลัดโหนการเมืองก็ควรทำใจ การคิดว่าการโดนเปลี่ยนตำแหน่งเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรี โดนหลู่เกียรติ (ทั้งที่เมืองไทยไม่มีการลดยศ ลดเงินเดือน) นั้นไม่ใช่ความคิดที่ถูก แต่เป็นความคิดเอาแต่อัตตาตนเอง พอกพูนความไม่รู้จักพอเพียง หวังแต่จะให้ตนเองสูงขึ้นๆ ไม่สิ้นสุด เป็นความคิดที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางจิตของตนเองในอนาคตหรือทำสิ่งผิดเพื่อให้คงไว้ซึ่งผลประโยชน์ หากความต้องการของตนสะดุดลง ในประเทศที่เจริญแล้ว เมื่อคนผู้หนึ่งอยู่นอกออฟฟิศ เขาก็คือคนธรรมดา ทหารใหญ่หรือช่างประปาบ้านติดกันอาจเรียกชื่อต้นหรือตบไหล่กันได้อย่างสนิทใจ ผลประโยชน์ใดๆ ที่เคยมีเคยได้นอกจากเงินค่าตอบแทนหลวงก็ไม่เอา ถ้าผู้มีอำนาจในเมืองไทยปรับค่านิยมเป็นเช่นนี้ การควบคุมอารมณ์ การให้เกียรติคนอื่น และการไม่คอรัปชั่นในรูปแบบใดๆ ก็อาจกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของสังคมผู้บังคับบัญชาก็ได้

            การปรับย้ายคนเข้าสู่ตำแหน่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารต้องเลือกคนที่ตนไว้ใจว่าจะทำตามนโยบายของตนได้เป็นอันดับแรก แต่ในสังคมอุปถัมภ์แบบเอเชีย คนนั้นต้องมีเส้นหรืออย่างน้อยต้องไม่เคยไปทับเส้นใครด้วย ส่วนระบบคุณธรรมเบื้องต้น เช่น อาวุโสและความสามารถ ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาประกอบอยู่แล้ว

            บทความชิ้นนี้อยากเสนอแนวพิจารณาในมุมของผลกระทบต่อผู้ที่ต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของคนผู้ที่ถูกเลือกนั้นด้วย เพราะปรากฏว่ามีหลายครั้ง ผู้ที่ถูกเลือกเป็นผู้ที่ดีแต่วิ่งเต้น เล่นการเมือง มุ่งแต่การเอาใจนายที่สูงขึ้นไปมากกว่าสาระหรือความสุขของลูกน้อง ผลที่ได้อาจเป็นงานฉาบหน้าเป็นที่น่าพอใจ แต่ความขัดแย้งอึมครึมปกคลุมทั่วองค์กร ถ้าเช่นนั้นก็เท่ากับบ่อนทำลายเสถียรภาพขององค์กรในระยะยาว ดังนั้นผู้ที่มีสิทธิพิจารณาเลือกสรรก็ควรมองในมุมนี้ จัดสรรให้ได้ดุลระหว่างบุคคลที่ตนรัก ผลงานที่ตนจะได้ตามนโยบาย และผลกระทบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาชั้นล่างๆ ลงไป อย่าทำอย่างนักการเมืองบางจำพวกที่ไม่สนใจว่าประชาชนจะคิดยังไง เน้นแต่หัวคะแนนหาเสียงมาได้ก็พอ ส่วนหัวคะแนนจะดีชั่วต่อไปอย่างไรฉันไม่สน อย่างนี้รากฐานโครงสร้างก็จะอ่อนยวบ ผลประโยชน์จะเป็นเรื่องที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงมากกว่าการเสียสละ