ข่าว

จี้วุฒิสภาชะลอเลือกกสทช.5ก.ย.นี้

จี้วุฒิสภาชะลอเลือกกสทช.5ก.ย.นี้

05 ก.ย. 2554

วุฒิฯเลือกกสทช.5ก.ย.นี้ "สมชาติ" กลับลำหนุนคนกทช. หลังเคยยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมให้เงินวุฒิสภา 84 ล้านจัดโครงการอิ่มบุญ “จิตติพจน์” ขู่ไม่ร่วมลงคะแนน หาก “วุฒิสภา” ไม่ชะลอ

             พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ก.ย.2554 มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กสทช. พ.ศ.2553 ภายหลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. แล้วเสร็จ โดยการประชุมดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ประชุมโดยเปิดเผย และประชุมลับ เพื่อไม่ให้ผู้ที่ถูกพาดพิงเสียหาย ส่วนจะเป็นเรื่องใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับ กมธ.ฯตรวจสอบประวัติฯ เบื้องต้นเชื่อว่าการประชุมดังกล่าวจะไม่มีปัญหา เพราะส.ว.ส่วนใหญ่ระบุว่าอยากทำหน้าที่ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ส่วนส.ว.คนใดที่อยากเสนอเรื่องให้พิจารณาทบทวนการเลือก กสทช.นั้นสามารถทำได้ หากข้อบังคับการประชุมระบุไว้

                “ส่วนการลงคะแนนเลือก กสทช. นั้นตามกฎหมายระบุไว้ว่าให้เป็นการลงคะแนนลับ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว” พล.อ.ธีรเดช กล่าว

             นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ส.ว.นครปฐม ฐานะ กมธ.ตรวจสอประวัติฯ  กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภาเลือกกสทช.วันที่ 5 ก.ย.นี้ว่า ตนไม่ติดใจในประเด็นใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือก กสทช.ทั้งสิ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ตนจะเคยไปยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาพฤติกรรมด้านจริยธรรมของ นายพนา ทองมีอาคม และพ.อ.นที ศุกลรัตน์ อดีตกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) 2ใน44คนที่มีชื่อเสนอเป็น กสทช. ในประเด็นที่ กทช. ให้งบประมาณจำนวน 84 ล้านบาทกับวุฒิสภา เพื่อดำเนินโครงการอิ่มบุญ

        "ที่ผมยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ทำในนามส่วนตัว เพราะส่วนตัวรับไม่ได้กับคำชี้แจงของคุณประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานกทช.  ที่ตอบไม่รู้ว่าระหว่างโอนงบประมาณฯ นั้นจะมีการสรรหา กสทช. ทั้งที่ในกฎหมายก็เขียนไว้ชัดเจน แต่ประธาน กทช. ถือเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่ได้ใส่ใจ ผมจึงไปยื่นเรื่อง และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่คุณพนา และคุณนที เป็น 44 ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช.” นายสมชาติ กล่าว

          ด้านนายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา กล่าวว่าตนเชื่อมั่นว่าการลงคะแนนเลือก กสทช. จะราบรื่น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีปัญหาประเด็นการฟ้องร้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ต่อศาลปกครองมาแล้วก็ตาม ซึ่งประเด็นดังกล่าวศาลได้ยกคำฟ้องไปแล้ว ส่วนกรณีที่นายสมชาติ ยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบพฤติกรรมบุคคล ซึ่งไม่มีประเด็นที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา เชื่อว่าการเลือก กสทช. จะเดินหน้า ทั้งนี้ตนมีบุคคลที่จะเลือกอยู่ในใจแล้ว แต่ยังต้องรับฟังข้อมูลเชิงลึกจากกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ อีกครั้ง

          ส่วนนายจิตตพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศีรสะเกษ กล่าวว่า ตนยังมีประเด็นที่ติดใจในส่วนของคณะกรรมการสรรหา กสทช. จำนวน 5-6 คนที่มาจากองค์กรซึ่งไมได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย จึงเตรียมนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อให้เห็นถึงข้อกังวลที่อาจนำไปสู่เกิดปัญหาได้ในอนาคต

          “ยกตัวอย่างของการเซ็นเช็ค หากผู้ที่ไม่ถูกมอบอำนาจให้ลงนาม แต่กลับไปลงนาม ถือว่าเช็คนั้นไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ ต้องนำกลับมาให้ผู้ที่มีอำนาจลงลายมือชื่อใหม่ ในทำนองเดียวกับ กรรมการสรรหา กสทช. ไม่ได้มีบทกฎหมายรับรองสถานภาพขององค์กร เมื่อมาลงคะแนนโหวตเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกสทช. เท่ากับว่าไม่มีผลทางกฎหมาย ซึ่งผมจะเสนอให้มีกระบวนการสรรหาใหม่ โดยเปลี่ยนตัวกรรมการสรรหาใหม่ และเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ เรื่องเลือก กสทช. อาจจะช้าไปประมาณ 3 เดือน ดีกว่าปล่อยเพื่อให้เกิดปัญหาของประเทศ” นายจิตติพจน์ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นขอให้ชะลอการลงคะแนนเลือก กสทช. หากที่ประชุมไม่รับฟังจะทำอย่างไร นายจิตติพจน์ กล่าวว่า ต้องขอดูสถานการณ์ก่อน ว่าจะไม่ร่วมลงคะแนนเลือก กสทช. หรือไม่ อย่างไรก็ตามวุฒิสภา ถือว่า เป็นตัวแทนของประชาชน การใช้สิทธิใดๆ ต้องระวัง ส่วนประเด็นที่ว่าธุระไม่ใช่ และปล่อยให้เป็นเรื่องของศาลปกครอง ชี้ถูกหรือผิด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และอนาคตส.ว.อาจจะหมดความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้สำหรับแนวคิดดังกล่าวมีสมาชิกวุฒิสภา ในส่วนสรรหาและเลือกตั้งเห็นด้วยกับตนมากพอสมควร