ข่าว

งดเก็บเงินเข้ากองทุน-น้ำมันเถื่อนดิ้นสู้

งดเก็บเงินเข้ากองทุน-น้ำมันเถื่อนดิ้นสู้

05 ก.ย. 2554

งดเก็บเงิน....เข้ากองทุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อนดิ้นสู้...ลดราคาแข่ง : ตะลุยข่าว โดยสมชาย สามารถ

        หลังจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผลทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ลดลง 7-8 บาทต่อลิตร 
 
       แต่สำหรับพื้นที่จ.สงขลาและจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย ก็มีการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเถื่อน (น้ำมันเบนซิน) ก็มีการปรับตัวเช่นกัน โดยมีการปรับลดราคาเพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันในประเทศ และรักษากลุ่มลูกค้า จากเดิมน้ำมันเบนซินบรรจุขวดโค้กขนาด 1 ลิตร จำหน่ายปลีกอยู่ที่ขวดละ 35 บาท แต่หลังจากวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรับลดลงมาเหลือ 30-33 บาทต่อขวด (ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งขายและปริมาณการซื้อ)

         "ตอนนี้เรากำลังร่างหนังสือเพื่อส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เราทนกับผลกระทบที่เกิดขึ้นมานานนับปี ร้องเรียนไปที่หน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ตรงกันข้ามน้ำมันเถื่อนยิ่งแพร่หลายมากขึ้น ขายกันเหมือนเป็นสินค้าโอท็อป ตั้งโต๊ะขายกันตามถนน  ตรอก ซอก ซอย ถนน 1 สาย มีอย่างน้อย 4-5 รายที่นำน้ำมันเถื่อนมาบรรจุขวดโค้กขนาด 1 ลิตร ขายกันแบบไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม่มีใครจัดการ ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี จึงหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้ความสำคัญและเห็นใจผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องได้รับความเดือดร้อน" นางระเบียบ จิตรเกื้อ ประธานชมรมผู้ค้าน้ำมันจังหวัดสงขลา แสดงความกังวล

         นางระเบียบ สะท้อนอีกว่า หลังจากมีการชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้น้ำมันปรับลดราคาลงมาเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนใหญ่ ต้องมีส่วนต่างของกำไรสูงจึงสามารถปรับลดราคาลงมาสู้กับราคาน้ำมันในประเทศได้ 
 
        "ตอนนี้ปั๊มทุกปั๊มในจ.สงขลายอดขายลดลงประมาณ 15-30 เปอร์เซ็นต์ อย่างปั๊มของฉันช่วงที่ยังไม่มีน้ำมันเถื่อนเข้ามา ยอดขายเดือนละประมาณ 4 แสนลิตรต่อวัน แต่หลังจากที่มีน้ำมันเถื่อนเข้ามายอดขายลดลงเหลือประมาณ 2 .5 แสนลิตรต่อวัน หากรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันเถื่อนไม่ได้ ก็อยากให้มีการเปลี่ยนสีน้ำมันให้แตกต่างจากสีของน้ำมันเถื่อน" นางระเบียบ กล่าว

         ด้านนายประยุทธ มณีโชติ ผอ.ศุลกากรภาค 4 กรมศุลกากร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจในการปราบปรามและป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มขบวนการมีการปรับวิธีการลักลอบต่อเนื่อง โดยการลักลอบจะมี 2 ทาง คือ ทางบกโดยรถยนต์ กระทำกันในรูปแบบกองทัพมด มีการดัดแปลงถังเสริมเพื่อบรรทุกน้ำมันเถื่อนโดยเฉพาะ และทางทะเลใช้เรือประมงดัดแปลง

        "การลักลอบทางทะเลจะมีปริมาณมากกว่าทางบก โดยจังหวัดที่มีการลักลอบมากที่สุดคือ ด้านจ.สตูลเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ทางทะเลติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงเพิ่มกำลังเป็นพิเศษ เพื่อสกัดการลักลอบน้ำมันเถื่อน ในขณะที่จังหวัดชายแดนอื่นๆ ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง" ผอ.ศุลกากรภาค 4 กล่าว
 
      นายประยุทธ กล่าวอีกว่า น้ำมันเถื่อนที่มีการลักลอบในปัจจุบันเป็นน้ำมันเบนซิน เนื่องจากมีส่วนต่างกำไรสูงกว่าดีเซล กว่า 10 บาทต่อลิตร ทำให้ขบวนการลักลอบน้ำมันเถื่อนหันไปลักลอบนำเข้าเบนซินมากกว่าดีเซล ส่วนราคาเบนซินที่ปรับลดลงมาจากนโยบายของรัฐบาล ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีผลทำให้การลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนลดลงหรือไม่ ต้องประเมินหลังจากนี้

       ขณะที่แหล่งข่าวเจ้าของปั๊มน้ำมันในพื้นที่ระบุว่า คนในพื้นที่รู้ดีว่าขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนเป็นขบวนการที่มีอิทธิพล โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น และผู้ใกล้ชิดนักการเมืองระดับชาติ จนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการได้เด็ดขาด ฉะนั้นหากต้องการหยุดยั้งขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรัฐบาลจะต้องเอาจริง

       "อยากให้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงมาจัดการ จะหวังให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่คงยาก เรือบรรทุกน้ำมันหลายหมื่นลิตรเข้าเทียบท่าจังหวัดที่มีท่าเรือเอกชน ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ส่งมอบลูกค้า มีหรือจะรอดสายตาเจ้าหน้าที่ หากทุกหน่วยเอาจริงเอาจัง" เจ้าของปั๊มน้ำมันรายหนึ่ง กล่าว