
กกต.ไม่หวั่นเปลี่ยนขั้วการเมือง
กกต. ไม่หวั่น เปลี่ยนขั้วการเมือง สดศรีลั่น หากถอดถอนกกต.ต้องชี้ทำผิดอะไร กร้าว กกต.มีสิทธิโต้แย้ง ชี้อนาคต หากเกิดวิกฤตการเมืองกกต.ไม่ใช่ต้นเหตุ เหน็บรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ต้องทำตามสัญญาประชาคม "แก้ไข ไม่แก้แค้น"
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงอนาคตกกต.หลังมีรัฐบาลใหม่ว่า หากการเมืองประสงค์ให้กกต.ชุดนี้ทำงานต่อไป เราก็ทำงานต่อ เว้นแต่ว่าจะมีการถอดถอนกกต. แม้ว่าการถอดถอนจะเป็นอำนาจสภาผู้แทนราษฎร แต่กกต.ก็มีสิทธิที่จะโต้แย้ง ซึ่งการถอดถอนกกต.ไม่ใช่อยู่ดีๆเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแล้วจะมาถอดถอนกกต.ว่าจะต้องมีเหตุผลว่ากกต.ทำอะไรผิดพลาดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กกต.ก็ทบทวนบทบาทของตนเองว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากมีการเสนอให้มีการถอดถอนกกต.นั้นต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่ใช่ว่าจะรวมหัวถอดถอนกกต. ทั้งนี้กกต.พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง อะไรเปลี่ยนแปลงเราก็รับได้ทุกอย่าช
“ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง ประวัติศาสตร์อาจจะย้อนรอยหรือไม่ก็ได้ กกต.ต้องดูว่าวิกฤตการเมืองครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นจากส่วนอื่น หรือองคาพยพอื่นไม่ใช่มาจากกต. เราต้องพยายามรักษาสถาบันกกต.ไว้ ถ้าจะมีเหตุการณ์วิกฤตทางการเมืองอยากให้พรรคการเมืองต่างๆและรัฐบาลใหม่ช่วยดูความถูกต้องในการทำงานของกกต. การที่กกต.ยืนอยู่ตรงกลาง ไม่สามารถดึงไปอยู่ในส่วนไหนของพรรคการเมืองได้ กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่ได้อยู่ในการครอบงำของพรรคการเมืองใดจึงอยากให้พิจารณาการทำงานของกกต.ในภาวะที่อาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยกกต.จะทำงานอย่างเป็นกลางที่สุด” นางสดศรีกล่าว
เมื่อถามว่ามีสัญญาณพิเศษจากพรรคการเมืองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงเดือนธ.ค.นี้ นางสดศรี กล่าวว่า สัญญาณพิเศษที่จะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.หรือไม่ต้องไปถามนักการเมืองคนที่พูด สำหรับกกต.จะพิจารณางานไปตามครรลองของกฎหมายทุกประการ การที่จะใช้อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากกกต. จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนกรณีที่มีการพูดว่าจะมีการเช็คบิลกกต.นั้น นางสดศรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่พูดว่าจะมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่การแก้แค้น ถือว่าเป็นสัญญาประชาคม เมื่อพรรคใดเป็นรัฐบาลได้ว่าหลักเกณฑ์จะไม่มีการแก้แค้น แต่จะมีการแก้ไข ขณะนี้ประชาชนกำลังรอดูการทำงานของรัฐบาลว่าทำตามสัญญาประชาคมเหล่านี้หรือไม่ ในส่วนกกต.ยอมรับว่าการทำงานของเราในขณะนี้ยากมาก และเป็นเรื่องที่เราจะต้องไม่ทำตามกระแสของการเมือง โดยยึดกฎหมายเป็นหลักในการทำงาน ขอยืนยันว่ากกต.ทำงานด้วยความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม หากจะมีการยื่นถอดถอนหรือไม่ ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับเรา เพราะสามารถพิสูจน์การทำงานของกกต.ได้
เมื่อถามว่าอาจจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของกกต. นางสดศรี กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรที่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนแก้ไขรับธรรมนูญแล้วให้บ้านเมืองดีขึ้นก็ถือว่าเป็นอานิสงส์ แต่หากแก้ไขแล้วทำให้บ้านเมืองเกิดความรุนแรงก็จะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยุบกกต.และองค์กรอิสระอื่นนั้นทำแล้วได้อะไรขึ้นมา เนื่องจากประเทศสากลก็มีองค์กรอิสระ



