ข่าว

เผยสิ้นก.ย.รู้ผลสอบสมาชิกภาพ'ตู่'

เผยสิ้นก.ย.รู้ผลสอบสมาชิกภาพ'ตู่'

04 ก.ย. 2554

ปธ.กกต.เผยกรณีสอบสมาชิกภาพ"จตุพร" รู้ผลสิ้นเดือนนี้ "กกต." ไม่หวั่นเปลี่ยนขั้วการเมือง “สดศรี” ลั่นหากถอดถอนกกต.ต้องชี้ทำผิดอะไร วงสัมมนากกต.จว.ชงปัญหาการทำงานให้กกต.กลางแก้เพียบ

          ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จ.ชลบุรี วันที่ 4 ก.ย.2554 นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ภายหลังสัมมนาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ประจำปี 2554 ถึงกรณีการตรวจสอบความเป็นสมาชิกภาพพรรคเพื่อไทยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า กกต. ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.  พิจารณาเรื่องคุณสมบัติ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ กกต. ได้มีตั้งคณะกรรมการ

           ขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงาน กกต. ดำเนินการตรวจสอบหาข้อมูลข้อเท็จจริง และยังไม่มีการส่งสำนวนมายังนายทะเบียนพรรคการเมือง  ทั้งนี้ หากสำนวนแล้วเสร็จจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. เพื่อพิจารณาและอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการให้ไตร่สวนพิจารณาอีกชุดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการยื้อเวลา โดยคาดว่าน่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนนี้

            “เรื่องนี้ต้องให้เวลาเรา ตรวจข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเราใช้เวลาในการตรวจสอบตั้งแต่เริ่ม ก็ 2 เดือน ซึ่งไม่ถือว่าช้า อีกทั้งที่ผ่านมามีตนวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของนายจตุพร แต่ชี้ในฐานะกกต. คนหนึ่งที่เป็นเสียงข้างน้อย แต่ กกต. คนอื่นยังไม่ได้ชี้ แต่ถึงในที่สุด กกต. ทั้งหมดก็จะต้องวินิจฉัยในเรื่องนี้ โดยที่ผลออกมาอย่างไรก็ต้องคอยดู” นายอภิชาต

 

"กกต."ไม่หวั่นเปลี่ยนขั้วการเมือง

 

           นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงอนาคตกกต.หลังมีรัฐบาลใหม่ว่า หากการเมืองประสงค์ให้กกต.ชุดนี้ทำงานต่อไป เราก็ทำงานต่อ เว้นแต่ว่าจะมีการถอดถอนกกต. แม้ว่าการถอดถอนจะเป็นอำนาจสภาผู้แทนราษฎร แต่กกต.ก็มีสิทธิที่จะโต้แย้ง ซึ่งการถอดถอนกกต.ไม่ใช่อยู่ดีๆเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแล้วจะมาถอดถอนกกต.ว่าจะต้องมีเหตุผลว่ากกต.ทำอะไรผิดพลาดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กกต.ก็ทบทวนบทบาทของตนเองว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง  อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากมีการเสนอให้มีการถอดถอนกกต.นั้นต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่ใช่ว่าจะรวมหัวถอดถอนกกต. ทั้งนี้กกต.พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง อะไรเปลี่ยนแปลงเราก็รับได้ทุกอย่าช

           “อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง ประวัติศาสตร์อาจจะย้อนรอยหรือไม่ก็ได้ กกต.ต้องดูว่าวิกฤตการเมืองครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นจากส่วนอื่น หรือองคาพยพอื่นไม่ใช่มาจากกต. เราต้องพยายามรักษาสถาบันกกต.ไว้  ถ้าจะมีเหตุการณ์วิกฤตทางการเมืองอยากให้พรรคการเมืองต่างๆและรัฐบาลใหม่ช่วยดูความถูกต้องในการทำงานของกกต. การที่กกต.ยืนอยู่ตรงกลาง ไม่สามารถดึงไปอยู่ในส่วนไหนของพรรคการเมืองได้ กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่ได้อยู่ในการครอบงำของพรรคการเมืองใดจึงอยากให้พิจารณาการทำงานของกกต.ในภาวะที่อาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยกกต.จะทำงานอย่างเป็นกลางที่สุด” นางสดศรีกล่าว
          
           เมื่อถามว่ามีสัญญาณพิเศษจากพรรคการเมืองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงเดือนธ.ค.นี้ นางสดศรี กล่าวว่า สัญญาณพิเศษที่จะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.หรือไม่ต้องไปถามนักการเมืองคนที่พูด สำหรับกกต.จะพิจารณางานไปตามครรลองของกฎหมายทุกประการ การที่จะใช้อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากกกต. จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
        
           ส่วนกรณีที่มีการพูดว่าจะมีการเช็คบิลกกต.นั้น นางสดศรี กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่พูดว่าจะมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่การแก้แค้น ถือว่าเป็นสัญญาประชาคม เมื่อพรรคใดเป็นรัฐบาลได้ว่าหลักเกณฑ์จะไม่มีการแก้แค้น แต่จะมีการแก้ไข ขณะนี้ประชาชนกำลังรอดูการทำงานของรัฐบาลว่าทำตามสัญญาประชาคมเหล่านี้หรือไม่ ในส่วนกกต.ยอมรับว่าการทำงานของเราในขณะนี้ยากมาก และเป็นเรื่องที่เราจะต้องไม่ทำตามกระแสของการเมือง โดยยึดกฎหมายเป็นหลักในการทำงาน ขอยืนยันว่ากกต.ทำงานด้วยความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม หากจะมีการยื่นถอดถอนหรือไม่ ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับเรา เพราะสามารถพิสูจน์การทำงานของกกต.ได้
        
           เมื่อถามว่าอาจจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของกกต. นางสดศรี กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรที่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนแก้ไขรับธรรมนูญแล้วให้บ้านเมืองดีขึ้นก็ถือว่าเป็นอานิสงส์ แต่หากแก้ไขแล้วทำให้บ้านเมืองเกิดความรุนแรงก็จะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยุบกกต.และองค์กรอิสระอื่นนั้นทำแล้วได้อะไรขึ้นมา เนื่องจากประเทศสากลก็มีองค์กรอิสระ

 

วงสัมมนากกต.จว.ชงปัญหาการทำงานให้กกต.กลางแก้เพียบ 


  

      ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดโครงการสัมมนา กกต. ประจำจังหวัด ประจำปี 2554 เนื่องในโอกาสที่ กกต.จังหวัด 62 จังหวัดพ้นวาระ  โดยมีนายอภิชาติ นายประพันธ์  นัยโกวิท กกต. นายวิสุทธิ โพธิแท่น กกต. และนางสดศรี เข้าร่วม 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ประชุมได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อสะท้อนความเห็นการทำงาน และได้นำเสนอและให้แต่กลุ่มแนวทางการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่นอกจากจะเสนอเรื่องของการบริหารจัดการภายในองค์กรทั้งเรื่องบุคคลกรและองค์กรให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับงานด้านต่างๆ เช่น กลุ่มงานพรรคการเมืองเห็นว่าปัจจุบันสาขาพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมอย่างแท้จริง บางแห่งอยู่ในสถานที่ตั้งไม่เหมาะสม เช่น บางพรรคสาขาเป็นร้านซ่อมจักรยาน หรือเป็นบ้านคนธรรมดาที่โดนหลอกให้เปิดสาขาพรรค จึงอยากเสนอให้มีการออกระเบียบโดยจัดให้มีกิจกรรมที่เข้มงวดมากขึ้น การเลือกตั้งไม่ชอบธรรม เช่น นักการเมืองที่ลาออกโดยไม่จำเป็นขณะที่ได้เปรียบทางการเมือง ควรจะมีกฎหมายเอาผิดนักการเมืองที่ลาออกก่อนครบวาระ ส่วนใหญ่พบว่านักการเมืองลาออกที่ได้เปรียบทางการเมือง โดยไม่จำเป็นเพื่อออกไปและกลับมาสมัครใหม่ ทำให้เป็นภาระในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จึงเสนอให้ผู้ที่ลาออกก่อนวาะห้ามมาสมัครภายใน 1 ปี และเลื่อนผู้ที่ได้ลำดับคะแนนที่ 2 ขึ้นมา

           ส่วนการจัดการเลือกตั้งทั้ง ส.ส. ส.ว. และท้องถิ่นที่ผ่านมา กกต.จังหวัดเห็นว่าการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยการกำหนดประชากรเลือกตั้ง โดยใช้วิธีประชาคมนั้น เป็นการเปิดช่องให้นักการเมืองแทรกแซงการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงของตัวเอง ทำให้การแบ่งเขตการเลือกตั้งไม่เหมาะสม ขณะที่งานด้านสืบสวนสอบสวน เห็นการทำหน้าที่ด้านสืบสวนสอบสวนมีปัญหาจนบางครั้งนำไปสู่การทำสำนวนที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่คอยป้องปรามหาข่าว โดยขอความร่วมมือจากตำรวจลงพื้นที่ โดยการใช้โทรศัพท์ ซึ่งไม่ได้ออกไปลงพื้นที่จริง จึงทำให้ไม่ทันเหตุการณ์และเสียงบประมาณ อีกทั้งการสื่บสวนสอบสวนหาข่าวที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดแคลนงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถรู้ฐานข้อมูลผู้ที่กระทำผิดที่เกี่ยวกับนักการเมืองหรือผู้ที่กระทำผิดอย่างไร การทำสำนวนสืบสวนสอบสวนขาดประสิทธิภาพ ทำให้สำนวนบางสำนวนไม่ครบ และเรื่องของพยานในสำนวนเสนอให้มีการแก้ไขบทรับโทษพยานที่ให้ข้อมูล เพราะทำให้พยานเหล่านี้ไม่กล้าให้ข้อมูล ทำให้สำนวนอ่อนลงไป เรื่องสืบสวนสอบสวนไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องไปอาศัยบุคคลากรนอกองค์กร ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับบุคคลเหล่านั้น หลายคนคิดว่างานฝาก จึงทำให้งานด้านสืบสวนสอบสวนไม่ดีพอ

           ขณะที่ข้อเสนอจากด้านการมีส่วนร่วม เห็นว่า ควรจะเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะองค์กรเอกชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยให้การทำงานได้ผลยิ่งขึ้น ส่วนการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ที่ให้ผู้สมัครแต่ละคนดื่นน้ำสาบานเห็นว่าไม่ได้ผล เพราะผู้สมัคาบางรายไม่ได้ให้ความสำคัญ และรูปในการจัดโครงการก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงเสนอให้องค์กรส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา และผู้นำศาสนา พระสงฆ์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

            สำหรับความคืบหน้าการสรรหา และแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 62 จังหวัด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาเสนอให้ กกต.พิจารณา คาดว่า กระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.นี้

           นางสดศรี กล่าวกับกกต.จว.ตอนหนึ่งว่า  ตลอดระยะ 4 ปีที่กกต.จว.มาทำงานร่วมกับสำนักงาน กกต. ถือว่า โชคดีแล้ว แต่สำหรับความรู้สึกของกกต.กลาง รู้สึกว่าเป็นเวลาที่ผ่านไปแต่ละวันช้าและรู้สึกว่าเมื่อไรจะครบ 7 ปี ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เบื่องานกกต. แต่งานกกต.เป็นงานที่ต้องเผชิญต่อสิ่งที่ถูกกดดันต่างๆมากมาย อย่างบ้านเมืองแบ่งแยกแบ่งขั้วแบ่งค่ายชัดเจน การทำงานกกต.ยิ่งลำบากยิ่งขึ้น จะทำงานให้พอใจฝ่ายใด อีกฝ่ายก็ไม่พอใจ ดังนั้นการทำงานของกกต.ไม่ว่ากกต.กลาง หรือกกต.จว.เป็นงานที่ยากยิ่ง ที่ท่านได้ผ่านพ้นวาระ 4 ปีโดยไม่ให้เกิดเหตุอะไรขึ้นมาเลย  และเป็นงานที่เราทำให้ประเทศชาติมีเกียรติ

           " กกต.นั่งบนหลังเสือ ลงไม่ได้ลงเมื่อไรเสือกัด ดังนั้นเราต้องอดทนและต้องทำงานต่อไป กกต.มีอายุการทำงาน  7 ปีก็พอสมควรแล้ว แม้ในอนาคตข้างหน้าอาจจะไม่ถึง 7 ปี เพราะทุกวันนี้กกต.ถูกข่มขู่จะยุบบ้าง และถอดถอนบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งก็ดีจะได้กลับไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน  การถอดถอนก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ถ้าการเมืองสอดแทรกและเกี่ยวข้องกับการทำงานของกกต.แล้ว ถ้าหากพิจารณาองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องการทำงานกกต.เป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติแล้วก็ควรพิจารณาโดยความเป็นธรรม ไม่ได้หวังอยู่ครบเทอมและไม่คิดว่าเราจะสามารถยืนหยัดได้ในองค์กรนี้ตลอดไป ดังนั้นท่านที่ผ่านพ้น 4 ปีแล้วท่านพ้นวาระถือว่าโชคดีแล้ว ที่จะต้องไม่เผชิญต่อปัญหาต่างๆ สำหรับกกต.กลางต้องทำหน้าที่ต่อไปเหลือเวลาอีก 2 ปีเศษต้องพ้นวาระ และวาระที่เรายืนอยู่จะยืนได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามการเมืองจะเป็นอย่างไร ในส่วนตัวคิดว่าวิกฤตการเมืองจะต้องไม่เกิดจากกกต. จะทำอะไรก็ไม่ใช่มาจากกกต. ดังนั้นสิ่งที่จะดำรงอยู่ต่อไปข้างหน้าเราหวังว่าองค์กรกกต.จะสามารถอยู่ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านทั้งหลายที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกกต. ท่านคงเป็นกำลังใจให้กกต.รุ่นต่อไปได้ทำด้วยความสำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังว่าท่านทั้งหลายที่ได้ประสบภาวะการทำงานในการเลือกตั้งใหญ่2ครั้งนับว่าโชคดี เพราะท่านได้ดูแลเลือกตั้ง 2 ครั้งก็โชคดี ดิฉันขอขอบคุณเสียสละที่จะต้องดูแลสำนักงานกกต." นางสดศรี กล่าว