
'ปู'เมิน'มาร์ค'อาสาเป็นกุนซือแก้น้ำท่วม
"ยิ่งลักษณ์" เรียก 37 หน่วยงานถกแก้น้ำท่วม ย้ำนโยบาย2P2R เมิน "อภิสิทธิ์" อาสาตัวเป็นกุนซือ เย้ยต้องดึงโครงการเก่ามาอนุติให้ โยนหน่วยงานศึกษาวิธีจ่ายเงิน 5.5พัน ถึงมือปชช.โดยเร็ว ลั่นงบฯเหลือจำกัดไม่ใช่ปัญหา
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 ก.ย.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมอบนโยบายในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด ประกอบด้วยสุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร อ่างทอง ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา อุดรธานี สิงห์บุรี ร่วมกับ 37 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนนกเตน พร้อมมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เป็นไปตามนโยบายที่ตนได้มอบหมายไว้ให้คือ 2P 2R ซึ่งไม่ใช่มาตรการป้องกัน แต่เป็นมาตรการดำเนินการในช่วงก่อนภัยเกิด ช่วงที่ภัยเกิด และหลังจากเกิดภัยขึ้นแล้ว การบูรณาการร่วมกันก็จะทำให้มาตรการ 2P 2R สัมฤทธิ์ผล ซึ่งความสำเร็จก็จะตกอยู่กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องการที่จะทำให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะมาตรการเร่งด่วน และมาตรการระยะยาว เพื่อช่วยดูแลความเดือดร้อนความเดือดร้อน และความเสียหายของประชาชน ซึ่งเวลานี้น้ำท่วมใน 44 จังหวัด แต่การที่เรียกผู้ว่าฯ 9 จังหวัดมาหารือในขณะที่น้ำยังไม่ลด เป็นการหารือเพื่อให้เห็นสภาพปัญหาว่า การช่วยเหลือควรจะเป็นไปอย่างไร และผู้ว่าฯได้ใช้กลไกของแต่ละกระทรวงแล้วหรือยัง
“แม้ว่าดิฉันจะให้นโยบายโมเดลบางระกำแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถนั่งอยู่ได้ เพราะเห็นความเดือดร้อนของประชาชนใน 9 จังหวัด ดิฉันเป็นห่วง ก็จะต้องลงมาเรียกทุกหน่วยงานหารือบูรณาการร่วมกัน หามาตรการลงไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ดิฉันต้องลงมาอีกทางหนึ่งเพื่อที่จะให้ความร่วมมือกับผู้ว่าฯทั้ง 9 จังหวัดเป็นไปอย่างรวดเร็ว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันที่ 4 ก.ย.นี้ให้กรมชลประทานมองในภาพรวม ถ้าเรามองแต่ละจังหวัดก็จะมีปัญหาเรื่องน้ำจากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ดังนั้นทุกหน่วยงานต้องหารือร่วมกับส่วนกลางเพื่อดูผลกระทบร่วมกับจังหวัดอื่นด้วย ซึ่งแต่ละจังหวัดได้นำเสนอแนวทาง และผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้พิจารณาผลกระทบร่วมกัน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยภาพรวมของการแก้ปัญหาที่พื้นที่นั้นผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้าไปดูแลแล้ว ทั้งเรื่องของบ้านเรือนที่เสียหายก็มีการย้ายให้ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย แต่ก็ยังขาดเหลือในเรื่องของการผลิตน้ำ สุขา และการขยายงบประมาณ ซึ่งทั้งหมดก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ต้องมีการบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ที่ต้องนำโครงการมาหารือในระยะยาวต่อไป
ส่วนปัญหาในเรื่องของงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีการบริหารจัดการ เพราะบางส่วนสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละกระทรวงได้ อย่างไรก็ตาม แม้งบฯจะมีอยู่จำกัดแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ที่สำคัญในเรื่องของการตัดจ่ายที่ประชาชนต้องการให้มีการตัดจ่ายโดยเร็ว ก็มีกระบวนการทำงานที่เราให้ทุกหน่วยงานบูรณาการเร่งรัด รวมถึงการชดเชยพืชสินค้าเกษตรด้วย
“การเพิ่มงบฯฉุกเฉินนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรค เพียงท่านผู้ว่าฯทำเรื่องขึ้นมา เราก็สามารถอนุมัติได้เลย คงไม่เป็นอุปสรรค ส่วนจังหวัดที่มีปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าต้องสำรวจในเรื่องของการหาสถานที่อ่างเก็บน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามน้ำแล้งด้วย อันนี้ต่างหากที่เราต้องเร่งรัด ซึ่งต้องใช้เวลาในการสำรวจ ดังนั้นเราต้องทำในช่วงสั้นก่อน เช่น การลอกคูต่างๆ”นายกฯ กล่าว
สำหรับกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหานั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนมีผู้ที่หารือร่วมกันทั้ง 37 หน่วยงาน เราแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องอาศัยทำงานแบบบูรณาการ และโครงการเก่าๆที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ รัฐบาลชุดนี้ก็มีการดึงเรื่องมาอนุมัติให้ประชาชน ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา เราจะไม่สามารถเห็นน้ำลดได้ทันที เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมยังไม่ลด ซึ่งการสูบน้ำก็ต้องรอให้ปริมาณน้ำลดลงก่อน โดยในรายละเอียดจะมอบให้กรมชลประมาณดำเนิการ เมื่อปริมาณน้ำลดลง เราจะเข้าไปในพื้นที่เพื่อทำงานทันที
เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์ชดเชยเยียวยาจำนวน 5,500 บาทจะถึงมือประชาชนหลังจากครม.มีมติแล้วกี่วัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องอยู่ในขั้นตอน ซึ่งตนได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปศึกษา เพราะปกติของเดิมก็ใช้เวลาอยู่แล้ว ก็ต้องไปดูว่าจะทำยังไงให้เร็วที่สุด
ด้านนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกว่า น้ำอยู่ในระดับสูงสุดของวันนี้ ซึ่งมีเกณฑ์ระดับน้ำที่ไหลผ่านอยู่ที่ 2400-2500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงได้ขอร้องกรมชลประทานว่า อย่าปล่อยน้ำมามากกว่านี้ มิเช่นนั้นจ.อยุธยาฯล่มหมดแน่ ตอนนี้ก็พยายามทำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำ ตามอำเภอต่างๆไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร เพราะมีพื้นที่นา 2-3 แสนไร่
"ผมได้ขู่ไปว่า หากองค์การบริหารส่วนตำบลไหนทุกตำบลในจ.อยุธยา ปล่อยให้น้ำท่วมนา จะไม่ขึ้นเงินเดือนให้ แม้ว่ารัฐบาลจะปรับให้ 15,000 บาทก็จะไม่ขึ้นให้ ต้องเฝ้าระวังทุกประตูน้ำให้ได้ โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 5-10 ก.ย.นี้ เพื่อจะให้ชาวนาได้เกี่ยวข้าวก่อน"นายวิทยากล่าว
โฆษกฯรัฐบาลย้อน“มาร์ค”ใช้งบ4หมื่นล้านแก้น้ำท่วมไม่ได้
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมมอบนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีการพูดคุยเตรียมการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งบางโครงการจะต้องใช้เวลาศึกษาถึง 5 ปี และอาจจะไม่ได้ใช้งบประมาณในปีนี้ ส่วนในจ.สุโขทัยที่มีปัญหาเรื่องไร่อ้อย ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อรับเงินเยียวยา
นางฐิติมา กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาระบุว่ารัฐบาลปชป.ใช้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า ไม่เป็นความจริง และอยากย้อนถามกลับไปว่า วันนี้สับสนอะไรกับตัวเลขหรือเปล่า เพราะเมื่อพิจารณาข้อมูลพบว่างบฯกลางจำนวน 67,300 ล้านบาทนั้น ท่านใช้เรื่องน้ำท่วมไป 36,660 ล้านบาท และท่านทำงบฯเพิ่มเติมปี 2554 อีกจำนวน 9,900 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบไทยเข้มแข็งอีก 1,000 ล้านบาท ฉะนั้นท่านใช้เงินเฉพาะเรื่องภัยพิบัติทั้งสิ้น 47,500 ล้านบาท ไม่ใช่แค่ 2 หมื่นล้านบาท
“ขอถามอีกว่าที่ท่านอภิสิทธิ์จะมาแนะนำการบริหารงานให้นั้น ตัวของท่านเองเคยบริหารราชการมาอย่างไร ขนาดใช้เงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท ในการแก้ปัญหาแต่น้ำก็ยังท่วมอยู่อย่างนี้ ทั้งๆที่เงินมากขนาดนี้สามารถทำโครงการใหญ่ๆได้เลย ดังนั้นเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถกเถียงกันเรื่องนี้ เรามาช่วยเหลือประชาชนกันดีกว่า เพราะรัฐบาลตั้งใจเข้ามาทำงาน” โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าว
ตั้งคณะทำงานศึกษาเจาะอุโมงค์แก้ปัญหาดินโคลนถล่มแม่ฮ่องสอน
ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจ.แม่ฮ่องสอน นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.แม่ฮ่องสอน เข้าร่วมรับฟังการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ผ่านระบบ VDO Conference ของนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มอบนโยบายในการประชุมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด คือ สุโขทัย -พิจิตร-พิษณุโลก-นครสวรรค์-พระนครศรีอยุธยา-อ่างททอง-ชัยนาท-อุบลราชธานี และสิงห์บุรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้รับฟังการมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นใน 9 จังหวัด ซึ่งในส่วนของจ.แม่ฮ่องสอนได้แต่งตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาอุทกภัย จ.แม่ฮ่องสอนขึ้น เพื่อเตรียมแผนทั้งในระยะสั้นและยาว ในส่วนแผนระยะสั้นนั้น จังหวัดได้ดำเนินการช่วยราษฎรที่ประสบภัย ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนราษฎรเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด จังหวัดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือแผนระยะสั้นได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับแผนระยะยาวจะศึกษาเส้นทางคมนาคมสายหลัก 108 และ 1095 ในลักษณะก่อสร้างสะพานข้ามลำห้วยต่างๆ ระหว่างภูเขา โดยไม่ตัดพื้นที่ภูเขาออกซึ่งให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือเจาะอุโมงค์ลอดภูเขาเป็นห่วง ๆ เพื่อป้องกันการพังทลายของพื้นดิน การจัดทำแผนระยะยาวดังกล่าว เนื่องจาก จ.แม่ฮ่องสอนพื้นที่เป็นภูเขาและป่าไม้ และมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝน ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และปริมาณน้ำดังกล่าวก็จะไหลลงสู่พื้นที่ราบ ส่งผลให้เกิดปัญหาดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนราษฎรและเส้นทางคมนาคมอย่างที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูฝน



