
น้ำจ่อกรุงคันกั้นวัดโพธิ์เลื่อนปทุมพัง
เขตเมืองปทุมธานีอ่วมน้ำล้นจากคันกั้นทะเลักเข้าท่วมวัดโพธิ์เลื่อน ส่วนอยุธยาแขวงการทางการเร่งฟื้นถนนสายเสนา - ผักไห่ หลังเจอน้ำท่วมเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร รมว.สาธารณสุขสรุปยอดผู้ป่วยน้ำท่วมสะสมรวม 7.6 หมื่นราย ศรีสะเกษเตือนน้ำป่าไหลหลากห้ามลงเล่นน้ำตกห
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 ก.ย.54 น้ำได้ล้นคันกั้นน้ำรอบวัดโพธิ์เลื่อน ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ที่นายบวร จับศรทิพย นายก อบต. บ้านกระแชง นำงบประมาณมาสนับสนุนการจัดทำคันกั้นน้ำ ทำให้พื้นที่ลานวัดและโรงเรียนถูกน้ำท่วมทั้งหมด
ส่วนที่ อบต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายสายัณ นพขำ นายก อบต.บ้านกลาง ได้ระดมเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำรอบวัดโบสถ์ เพราะหากน้ำเข้าท่วมก็จะทำให้ท่วมโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงและวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีด้วย โดยได้ประสานให้รถแบคโฮเร่งจัดทำคั้นกั้นน้ำ ที่ถนนปทุมธานีสายเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา
แขวงการทางอยุธยาฯขนเครื่องมือหนักกู้ถนนสายผักไห่
ตั้งแต่เช้าวันที่ 4 ก.ย. แขวงการทางพระนครศรีอยุธยา ได้จัดหารถแบ๊คโฮ รถเกรดดิน รถบรรทุกดิน และรถขนท่อระบายน้ำ มาสนับสนุนการกู้ถนนสายเสนา - ผักไห่ ช่วง หมู่ที่ 6 - หมู่ที่ 8 ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากน้ำจากแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน และทะลักเข้าท่วมถนนสายเสนา - ผักไห่ เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร
ในการทำแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมถนนสายเสนา - ผักไห่ ในครั้งนี้ ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง เนื่องจากการลำเลียงดินค่อนข้างลำบาก เพราะกระแสน้ำแรง และบนผิวถนนน้ำท่วมสูงกว่า 40 ซม. อีกทั้งยังมีรถวิ่งสวนทางตลอดเวลา
เผยยอดผู้ป่วยน้ำท่วมกว่า7หมื่นราย
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อฟังบรรยาสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม จากนั้นได้ลงเรือตรวจดูสภาพน้ำท่วมตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย
นายวิทยา เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดภาวะน้ำท่วม พบว่ามีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์น้ำท่วมร่วม 76,585 ราย ซึ่งพบว่าเป็นโรคน้ำกัดเท้าอันดับหนึ่ง รองลงมาคืออาการปวดเมื่อย ไข้หวัด ที่สำคัญยังมีเรื่องของสุขภาพจิต ได้สั่งการให้กรมสุขภาพจิตร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตรวจคัดกรองผู้ป่วยทางใจ ซึ่งถึงปัจจุบันมีผู้ตรวจไปแล้ว 12,036 ราย พบว่าเป็นอาการซึมเศร้า 1,192 ราย เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 173 ราย ต้องมีการติดตามดูแลเป็นพิเศษ 225 ราย มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมไปแล้ว 59 ราย เป็นชาย 54 รายและหญิง 5 ราย ส่วนใหญ่กว่า 80 เปอร์เซ็น เกิดจากจมน้ำ และในจำนวนนี้เป็นเด็ก 11 ราย ขณะเดียวกันได้ให้องค์การเภสัชกรรมผลิตยาสำรอง 2 00,000 ชุด และยังโรงพยาบาลอีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ร่วมสนับสนุนการผลิตอีก 300,000 ชุด แจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย
ศรีสะเกษเตือนน้ำป่าไหลหลากห้ามลงเล่นน้ำตกห้วยจันทร์
นายรุจน์ เมฆทอง หน.อุทยานสวนรุกชาติ 100 ปี น้ำตกห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า อุทยานสวนรุกชาติ 100 ปี น้ำตกห้วยจันทร์ ซึ่งปกติมีนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวชมความงามของน้ำตกในฤดูน้ำหลาก พาลูกหลานเพื่อนๆ มาเที่ยว มารับประทานอาหารเที่ยงกันเป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์
นายรุจน์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักบนเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย - กัมพูชา จึงเกิดน้ำป่าไหลหลากมาเป็นจำนวนมาก ตนจึงประชุมเจ้าหน้าที่และประกาศห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตกเป็นอันขาด เพราะหวั่นจะเกิดอันตราย เพราะน้ำตกไหลแรงมาก เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ จึงประกาศเตือนให้งดเล่นน้ำตกในระยะนี้โดยเด็ดขาด และส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าสถานที่ตลอดทั้งวัน และที่สำคัญห้ามนักท่องเที่ยวนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์มาดื่มกินในบริเวณเขตพื้นที่อุทยานด้วย เพราะเป็นสถานที่ราชการ ซึ่งเดิมเคยมีนักท่องเที่ยวมาดื่มกินแล้วเมา ลงเล่นน้ำจนเกิดอันตรายพลัดตกน้ำไหลหลากจมน้ำเสียชีวิต บางครั้งก็ทิ้งเศษแก้วเศษขวดทำให้เกิดอันตรายได้ การดื่มสุรายังทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกัน จึงห้ามนำเครื่องดื่มของมึนเมาเข้ามาในเขตอุทยานฯ พร้อมกับการจัดเวรยามของเจ้าหน้าที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวตลอดทุกวันตั้งเปิดจนปิดอุทยาน
หน.อุทยานสวนรุกชาติ 100 ปี น้ำตกห้วยจันทร์ กล่าวว่าน้ำตกห้วยจันทร์ แห่งนี้ในปีหนึ่งๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมมากกว่า 1 ล้านคน โดยจะมากในช่วงฤดูน้ำหลาก และฤดูหนาว ช่วงปลายฝนต้นหนาว ทั้งมานอนพักค้างแรมมาเช้าเย็นกลับ มาจัดเข้าค่ายอบรมต่างๆ โดยขณะนี้ทางอุทยานได้เปิดให้เข้าเที่ยวฟรี ส่วนการพักค้างคืนก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเช่าบ้านพักเล็กน้อย
ฝนตกหนักติดต่อกันเขื่อนลำปาวเพิ่มระดับการปล่อยน้ำ
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ตลอด 2 วันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ปริมาณฝนที่ตกหนักเฉลี่ยสูงสุดที่ 100 มิลลิเมตรในพื้นที่ อ.เมือง ส่วนพื้นที่รอบนอกในหลายอำเภอมีปริมาณฝนตกมากกว่า 70 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเพิ่มขึ้น ขณะนี้ทางเขื่อนลำปาวต้องเพิ่มระดับการระบายน้ำอีกครั้งหลัก จากที่ลดการระบายน้ำตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้สังเกตจากเส้นทางน้ำไหลใกล้เชิงภูเขาไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในรอยต่อเขตเทือกเขาภูพาน และบริเวณภูเขา หากพบผิดปกติให้แจ้งมายังศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยจังหวัด



