
มท.1เปิดเทศกาลหมูย่างตรังซื้อ1กก.จ่ายครึ่งราคา
'ยงยุทธ' เปิดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 22 ชาวตรังและนักท่องเที่ยวแห่ซื้อหมูย่าง ที่ผู้ประกอบการนำมาจำหน่าย กก.ละ 380 บาท คึกคักจนเกลี้ยงหมดทุกร้านในพริบตาเดียวแถมลุ้นคูปองซื้อหมูย่าง 1 กิโลกรัม จ่ายครึ่งราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ย.54 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 22 โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง นายสุรพล วิชัยดิษฐ รองผวจ.ตรัง นายสุรินทร์ โตทับเที่ยง รองประธานหอการค้าไทย นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้า จ.ตรัง นางรัศมี ขจรศิริสิน ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.ตรัง หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน
นายยงยุทธ ประธานในพิธีเปิด ได้สับหมูย่าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดงาน เทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ครั้งที่ 22 และเดินเยี่ยมชมร้านค้า ผู้ประกอบการหมูย่าง ซึ่งมาร่วมงานในปีนี้กว่า 20 ราย รวมจำนวนหมูย่างทั้งหมดในงานกว่า 150 ตัว ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากชาว จ.ตรังและนักท่องเที่ยวที่มาซื้อหมูย่างกันตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เนื่องจากชาวตรังมีความเชื่อว่า หากกินหมูย่างตอนเช้าจะทำให้การงานในวันนั้นสำเร็จลุล่วงลงอย่างง่ายดาย กลายเป็นเรื่องหมู หมู
สำหรับเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง จะจัดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายนของทุกปี จ.ตรัง ได้ส่งเสริม และประชาสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายถึงความอร่อย และเป็นเอกลักษณ์ของ จ.ตรัง จนกลายเป็นอาหารพื้นเมืองและของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการย่างหมูและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร
โดยในปีนี้ได้จัดให้มีกิจกรรมการจำหน่ายหมูย่างของผู้ประกอบการในราคาพิเศษต่ำกว่าท้องตลาด กก.ละ 380 บาท จากปกติจำหน่ายในท้องตลาด กก.ละ 400 บาท พร้อมลุ้นโชครับคูปองซื้อหมูย่าง 1 กก. แต่จ่ายเพียงครึ่งราคา คือ 190 บาท ขบวนพาเหรดแฟนซีที่สวยงามและสร้างสรรค์ ซึ่งในปีนี้มีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกว่า 1,700 คน จาก 11 สถานศึกษา การจำหน่ายสินค้าโอท็อป การประกวดตกแต่งจานหมูย่าง
ประมงพื้นบ้านชุมนุมเรียกร้องต่ออาชีพ4ปีหรือชดเชย1.5 แสนบ.
หลังจากที่นายยงยุทธ เปิดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรัง ปรากฎว่า นายโอฬาร ชนะสงคราม พร้อมด้วยชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพโพงพางในพื้นที่ 4 อำเภอ ซึ่งประกอบด้วย อ.กันตัง อ.ย่านตาขาว อ.หาดสำราญ และ อ.ปะเหลียน กว่า 400 คน พร้อมด้วยป้ายผ้าที่มีข้อความโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาชุมนุมประท้วง และรอยื่นหนังสือต่อนายยงยุทธ เรียกร้องให้จังหวัดและรัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ที่ยึดอาชีพการทำโพงพาง
ทั้งนี้นายโอฬาร ชนะสงคราม กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 ก.ย.54 เวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเล จ.กระบี่ หรือเรือใบไม้เขียว กว่า 20 คน ได้เข้าไปตัดฟันทำลายเชือกผูกสายสมอเสาโพงพางของชาวประมงพื้นบ้าน ในเขตท้องที่ ต.นาเกลือ ต.กันตังใต้ และ ต.วังวน ได้รับความเสียหาย ประมาณ 150 ปาก ทำให้ชาวบ้านยอมรับไม่ได้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประกอบอาชีพจากโพงพาง เป็นการส่งเสริมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ก็ยังมีเรือใบไม้เขียวเข้ามาในพื้นที่ ตัดฟันโพงพางของชาวบ้านบ่อยครั้ง ทำให้ชาวบ้านมารวมตัวกันที่ อ.กันตัง เพื่อเรียกร้องให้จังหวัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แต่ท้ายสุดผลการเจรจาร่วมกับ นายวิสิษ ตั้งปอง นายอำเภอกันตัง ล้มเหลวไม่สามารถหาข้อสรุปได้
จนเป็นเหตุให้ชาวประมงพื้นบ้านที่ยึดอาชีพการทำโพงพาง ทั้ง 4 อำเภอ ได้รับความเดือดร้อนและไม่พอใจ จึงมายื่นหนังสือถึง นายยงยุทธ พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา 2 ข้อ คือ 1.ให้อนุโลมและผ่อนผันให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถประกอบอาชีพการทำโพงพางออกไปได้อีก 4 ปี และหากทำไม่ได้ก็ให้ชดเชยรายละ 1.5 แสนบาท
ทั้งนี้ข้อเรียกร้องดังกล่าว ให้ทางรัฐบาลพิจารณาตามที่เหมาะสมข้อใดข้อหนึ่ง และหากรัฐบาลสามารถทำได้ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนถาวร โดยชาวบ้านขอคำตอบภายใน 7 วัน หากยังไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านจะมีมาตรการกดดันโดยการปิดทะเล ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เรือจากต่างประเทศที่รับส่งสินค้าไม่สามารถเข้าออกในทะเลได้ และยังทำให้เศรษฐกิจของ อ.กันตัง หยุดชะงักด้วย
นายยงยุทธ กล่าวว่า จะสะสางปัญหาให้ และเรื่องนี้สามารถแก้ปัญหาได้ ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงพอใจและสลายการชุมนุมในที่สุด



