
จับตำรวจนอกรีตตั้งแก๊งกรรโชกทรัพย์
พ่อค้าตัวนิ่มเมืองตรัง ถูกแก๊งตำรวจอ้มรีดเงิน 1.4 ล้านแลกอิสระภาพ ต่อรองเหลือ 8 แสน เมียเหยื่อซ้อนแผนตร.พื้นที่รวบยกแก๊ง ด้าน ด.ต.อ้างแก๊งค้าตัวนิ่มหักหลังกันเองแล้วโทรหลอกให้ติดกับ
เวลา 22.00 น.พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อม พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.เมืองตรัง พ.ต.ต.เอกพงษ์ ทั่งจันทร์แดง สว.สส.สภ.เมือง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม ด.ต.พงษ์ศักดิ์ คุ้มยิ้ม อายุ 39 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สน.ธรรมศาลา กทม.,นายศักดิ์ชัย ชาตรี อายุ 42 ปี ตำรวจชุมชน อ.ทุ่งสง ,นายกวีวัฒน์ นักคุ่ย อายุ 47 ปี,นายนิพนธ์ นะมะณี อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนพกสั้น รีวอลเวอร์ ขนาด.38 กระสุนปืน ขนาด.38 จำนวน 5 นัด กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 4 นัด และเงินสด จำนวน 300,000 บาท
พล.ต.ต.สาคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก น.ส.ดวงนภา มะนะโสว่า นายวิโรจน์ เลือดทหาร อายุ 34 ปี สามีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 6 คน บุกรุกเข้าไปภายในบริเวณบ้าน และอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบปราม โดยไม่ได้แสดงบัตรประจำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูแต่อย่างใด และข่มขู่ว่าจะเข้าทำการจับกุมตัวนิ่มซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว และหากจับกุมแล้วจะนำตัวพร้อมของกลางไปแถลงข่าวที่กรุงเทพ ฯ แต่หากนายวิโรจน์ ยินยอมจ่ายเงินให้ จำนวน 1.4 ล้านบาท จะไม่ทำการจับกุมตัวนายวิโรจน์ และจะไม่ตรวจยึดของกลางนำส่งดำเนินคดี
จากนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้บังคับพาตัวนายวิโรจน์ ออกมาจากบ้าน เพื่อไปทำการเบิกถอนเงิน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จึงได้วางแผนจับกุม โดยได้ติดตามกลุ่มชายดังกล่าว ซึ่งได้รับแจ้งจาก น.ส.ดวงนภา ว่า ได้ใช้รถยนต์ กระบะ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว ทะเบียนป้ายแดง จ.สมุทรปราการ เป็นยานพาหนะ และได้บังคับพาตัวนายวิโรจน์ ออกมาจากบ้านตั้งแต่เวลา 07.00 น. ไปรอเบิกถอนเงินที่ห้างโรบินสัน แต่เป็นช่วงเวลาที่ห้างยังไม่เปิดทำการ กลุ่มชายดังกล่าวจึงได้พาตัวนายวิโรจน์ ไปที่ร้านต้นนุ่น สาขา 2 ถ.พัทลุง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามไป และพบว่า รถคันดังกล่าวได้จอดอยู่บริเวณหน้าร้าน จนกระทั่งเวลา 10.00 น. ได้มีชายฉกรรจ์ จำนวน 2 คน พาผู้เสียหายไปที่ห้างโรบินสันอีกครั้งเพื่อทำการถอนเงิน แต่ไม่ได้ถอนเงินแต่อย่างใด และได้เปลี่ยนสถานที่ถอนเงินที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาห้างเทสโก้โลตัสแทน และมีการต่อรองจาก 1.4 ล้านบาท เหลือ 8 แสน โดยเบื้องต้นให้ผู้เสียหายเบิกเงินสดให้ก่อน 3 แสนบาท ซึ่งเมื่อผู้เสียหายเบิกเงินสดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตกลงวางแผนกับผู้เสียหายให้นัดกลุ่มชายดังกล่าวมารับเงินที่บริเวณหน้าร้านเอ็มเคสุกี้ ภายในห้าง จนสามารถจับกุมนายศักดิ์ชัยได้ดังกล่าวพร้อมเงินสด จำนวน 3 แสนบาท
ต่อมา ได้ขยายผลเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือที่บ้านผู้เสียหาย เลขที่ 97/2 หมู่ 10 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง และเมื่อมาถึงปากทางเข้าบ้านของผู้เสียหาย ได้พบรถยนต์กระบะมีท่าทางพิรุธขับออกมาจากทางบ้านผู้เสียหาย จึงได้เรียกให้หยุด เพื่อตรวจค้น ซึ่งเมื่อรถคันดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ คนขับได้หยุดรถ และวิ่งลงมาจากรถ แสดงตัวให้ตรวจค้น ทราบชื่อคือ นายสัมฤทธิ์ เลือดทหาร ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียหายและถูก ด.ต.พงษ์ศักดิ์ นายกวีวัฒน์ และนายนิพนธ์ บังคับให้ไปส่งที่ อ.ห้วยยอด จึงได้จับกุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ในระหว่างตรวจค้น จ.ส.ต.อดุลย์ กัลยาประสิทธิ์ และนายพิสูตร อินทรสุวรรณ ได้หลบหนีไปพร้อมกับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวน ด.ต.พงษ์ศักดิ์ ให้การปฏิเสธว่าตนไม่ได้กรรโชกทรัพย์ตามที่ผู้เสียหายกล่าวหา แต่ยอมรับว่า ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า จะมีขบวนการลักลอบค้าตัวนิ่ม จะนำตัวนิ่ม 400-500 กก.จากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาส่งให้กับผู้เสียหายที่บ้านหลังดังกล่าว จึงได้ร่วมกับนายศักดิ์ชัย นายกวีวัฒน์ นายนิพนธ์ จ.ส.ต.อดุลย์ และนายพิสูตร เข้าตรวจค้นและจับกุม แต่ในระหว่างนั้นทางนายวิโรจน์ ได้ขอเคลียร์จ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม กระทั่งมาถูกนายวิโรจน์หักหลังซ้อนแผนแจ้งตำรวจจับกุมดังกล่าว
ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหา ด.ต.พงษศักดิ์ ว่า เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็น ผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 กล่าวหาว่า “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันกรรโชกทรัพย์”
ผู้ต้องหาที่ 4 กล่าวหาว่า “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันได้ร่วมกันจับกุมผู้เสียหายพร้อมของกลางตัวนิ่ม 25 ตัว โดยสารภาพว่า มีพ่อค้านำตัวนิ่มมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรับซื้อมาในราคา กก.ละ 3,500 -4,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ผบก.ภ.จว.ตรัง ยังได้ฝากเตือนไปยังประชาชนหากมีตำรวจนอกพื้นที่เข้ามาจับกุมคดีในท้องที่ และสงสัยว่าจะมีพฤติกรรมที่กระทำผิดกฎหมาย ก็ขอให้แจ้งมายังตำรวจท้องที่ เพื่อที่จะได้เข้าไปตรวจสอบได้ เพราะถ้าหากเป็นตำรวจจริง เมื่อมีการจับกุม ก็จะนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน



