
'บัณฑูรย์'เบรกขรก.ถลุงงบ7ล.ดูงาน
เลขาฯนายกฯ สั่งเบรกขรก.ทำเนียบ ใช้งบ 7 ล. บินดูงานจีน-เยอรมัน ระบุ เงินส่วนรวม ไม่สนข้ออ้างงบฯเดิม-ขู่ถูกปรับ ลั่น ยินดีถูกฟ้อง ชี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนไม่ได้ไปก็ไม่ตาย
สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้จัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการองค์กรและปฏิบัติงานของ สลน.ประจำปี 54 โดยจัดให้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 1 สัปดาห์ ในระหว่างวันที่ 31 ส.ค.ถึง 4 ก.ย.นี้
โดยโครงการดังกล่าว เป็นมติของคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ สลน. ในการประชุมครั้งที่ 5/2554เมื่อวันที่ 19 พ.ค.54 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการนี้ ได้มีการเซ็นอนุมัติในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เซ็นอนุมัติหลักการการจัดโครงการใช้งบประมาณ ในส่วนของค่าใช้จ่ายการสัมมนา และฝึกอบรม ซึ่งมีงบประมาณ 1.8 ล้านบาท แต่งบไม่เพียงพอต่อรายจ่าย
ดังนั้น นางอัญชลี จึงได้อนุมัติงบในส่วนของรายจ่ายอื่น ในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีงบอยู่ 80,672,000 บาท โดยแบ่งออกมาเพื่อสมทบงบในการใช้จ่ายของโครงการเพิ่มอีก 6 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าว ใช้เงินทั้งสิ้นประมาณกว่า 7 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้สั่งเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด
นายบัณฑูรย์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า กำหนดการเดิมที่จะเดินทางไปดูงานต่างประเทศ จะมีขึ้นในวันที่ 31 ส.ค.54 แต่เขาเพิ่งได้รับทราบรายงาน เพื่อให้เซ็นอนุมัติ ในคืนวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.30 น. ซึ่งเขาตกใจมากว่า ทำไมเรารู้เรื่องช้าจัง และเขาเพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาล จึงไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อน อยู่ ๆ จะมาขอเดินทาง จึงได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาถามถึงที่มาที่ไปเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ ได้มีการชี้แจงว่า เรื่องนี้ต้องรีบด่วน เพราะต้องเดินทางในวันรุ่งขึ้น เขาจึงย้อนถามกลับไป 5 ข้อว่า 1.ทำไมจึงต้องมากำหนดเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ 2.การกำหนดงาน เตรียมงานสถานที่ต่าง ๆ ยังไม่เสร็จสิ้น
3.ทำไมจำนวนคนที่ไปจึงมากขนาดนี้ กว่า 100 คน คือแบ่งออกเป็น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศเยอรมัน 4.ถ้าจะไปสามารถแบ่งเป็นกลุ่มได้หรือไม่ และ 5.ทำไมจึงไม่เลือกระยะเวลาที่ว่าง ๆ ไป ความสำคัญของการดูงานคืออะไร ทั้งหมดนี้ เพื่อเขาจะได้ตัดสินใจ
"มาตอบผมแบบง่าย ๆ ว่า เป็นการอนุมัติวงเงินเดิม แล้วยังไง ถ้าไปงานผมจะเสีย ผมก็เห็นใจ เด็ก ๆ ที่จะไป เพราะมีการเตรียมงานแล้ว แต่ในเมื่อตอบคำถามไม่ได้ ก็อนุมัติให้ไม่ได้ จึงให้กลับไปดูว่า สามารถเลื่อนการเดินทางได้หรือไม่ แต่กลับถูกบอกว่า ถ้าเลื่อนก็จะถูกปรับ ผมจึงบอกว่า ถ้าเสียก็เสีย แต่จะไม่ยอมให้งานรัฐบาลเสีย เงินแค่ล้านกว่าบาทจะปรับก็ปรับไป เพราะงานรัฐบาล ความรับผิดชอบผมมากกว่านี้ และผมได้สั่งระงับการจ่ายเงินแล้ว ถ้าเจรจาไม่ได้ให้มาฟ้อง"
นายบัณทูรย์ กล่าวว่า เรื่องของระเบียบการจ่ายเงินจากคลังเป็นเรื่องที่รู้เรื่องดี เพราะเขาเป็นหัวหน้าส่วนราชการมาก่อน ดังนั้น ให้เขาฟ้องมาเลย แต่ถ้างานรัฐบาลเสีย คนที่ฟ้องจะรับผิดชอบได้หรือไม่ ดังนั้น จะฟ้องก็ฟ้องไป จะไปไม่ว่า แต่มาตกลงกันใหม่ จะทำให้การเดินทางไปต่างประเทศ ไม่เสียหายต่อการปฏิบัติงาน ในการรับผิดชอบของเขา มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรไม่ตายหรอก กับการเดินทางไปดูงาน
“ใครจะมาขู่ผมไม่ได้ อยากปรับก็ปรับไป ยินดีที่จะถูกฟ้อง เพราะนี้คือเงินส่วนรวม ต้องเป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม ในเมื่อเรามาอยู่ตรงนี้ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะนี้ไม่ใช่เงินของข้าคนเดียว ผมไม่ได้แกล้งใคร ซึ่งผมก็เห็นใจข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่เตรียมตัวกันหมดแล้ว แต่ถ้าไม่สามารถบอกประโยชน์ได้ จำเป็นยกเลิกก็จะยกเลิก ข้าราชการทำเนียบมีอยู่ 300 คน แต่ไปเป็นร้อย งานรัฐบาลเสียหายใครจะรับผิดชอบ"
เขาบอกว่า เท่าที่ทราบเป็นการอนุมัติงบฯ ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งของรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ก็ไม่อยากให้มองเป็นประเด็นการเมือง และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นโครงการเร่งด่วนอะไร เพราะรัฐบาลชุดนี้ ทำงานอยู่ถึง 4 ปี



