
ครูเดือดถูกห้ามกู้ล่าชื่อปลดวรวัจน์
ขรก.ครูทั่วประเทศ เดือดจัด คำสั่ง รมว.ศึกษาธิการ สั่งระงับการกู้เงินทุกโครงการ ชุมชนครูในเน็ตร้อนฉ่า เปิดประเด็นเรียงหน้าวิจารณ์ยับ พร้อมเดินหน้าล่าชื่อ ถอดถอน รมว.ศธ. ด้าน'วรวัจน์'พลิกลิ้นไม่ได้สั่งระงับกู้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุโดยอ้างข้อมูลที่ได้รับรายงาน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) พบว่า ข้าราชการครูฯมีหนี้สินรวมประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นวิกฤติอย่างมาก และต้องลงไปจัดการแก้ไข โดยนายวรวัจน์ ได้ประกาศว่า จะไม่ให้มีการปล่อยกู้เพิ่มเติมแก่ข้าราชการครูฯโดยเฉพาะการปล่อยกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 87 แห่ง ที่ได้ปล่อยกู้อย่างอิสระให้กับข้าราชการครูฯมาโดยตลอด ซึ่งต่อไปจะต้องเข้าไปดูไม่ให้ปล่อยกู้เพิ่ม และทุกโครงการต้องระงับด้วย รวมทั้งโครงการปล่อยกู้ของกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ด้วยนั้น
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากหลายฝ่าย แสดงความไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในส่วนของข้าราชการครู ที่มีความเคลื่อนไหว โดยมีการตั้งกระทู้ และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ผ่านเวบไซต์สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (http://www.otep.go.th/)
ทั้งนี้ ในเวบบอร์ดมีการตั้งกระทู้หลายกระทู้ และมีข้าราชการครูเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด มีการตั้งกระทู้ เพื่อให้ร่วมเสนอชื่อ ถอดถอน รมว.ศึกษาธิการ ออกจากตำแหน่ง และกระทู้อื่น ๆ อีกจำนวนมาก อาทิ
กระทู้ “ร่วมเสนอชื่อถอดถอน รมต.ศธ.” http://www.otep.go.th/index.php?option=com_ccboard&view=postlist&forum=2&topic=702&Itemid=93 มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้
“ครูไทยเรา หากใครเห็นด้วยในการเสนอชื่อพิจารณาถอดถอน รมต.ศธ คนนี้ออกโดยเร็ว เข้ามาไม่เท่าไหร่ สร้างความเดือดร้อนให้ครูเรา ไม่พิจรณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจหยุดการกู้ทุกอย่างของครู กรุณาออกไป”
“หนูเป็นบุคลากรทางการศึกษา ที่เฝ้ารอโครงการนี้อยู่เหมือนกัน เนื่องจากภาระหนี้สิ้นมีจำนวนมากเพราะสภาพครอบครัวไม่มีฐานะ มีรายได้จากแค่เงินเดือนประจำ ไม่ได้โกงกินเงินภาษีบ้านเมืองจนรวยล้นฟ้าเหมือนกับพวกนักการเมืองและรัฐมนตรีบางท่าน เงินเดือนที่ได้มาก็ใช้จ่ายไปกับการอุปโภค บริโภคไปเดือนๆๆหนึ่งเท่านั้น ภาระหนี้นอกระบบที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนๆสูงมาก
แค่ค่าดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยล่ะ 20 บาทต่อเดือน เงินเดือนหนูก็หมดแล้ว ก็ได้แต่เฝ้ารอโอกาสที่สำนักคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาเปิดโครงการเงินกู้โครงการล่าสุดที่กำลังจะเปิด แต่พอมาเห็นประกาศของรัฐมนตรีศึกษาธิการคนใหม่บอกจะไม่ให้มีการเปิดโครงการนี้ หนูเหมือนหมดความหวังในชีวิตไปเลยค่ะ
หนูจะทำอย่างไรกับหนี้นอกระบบที่หนูต้องเผชิญกับการทวงหนี้ที่หน้ากลัวอย่างมาก ท่านรัฐมนตรีศึกษา จะรับผิดชอบกับชีวิตของหนู ครอบครัวหนู และพ่อแม่ ของหนูหรือเปล่า ถ้าหนูต้องเป็นอะไรไปจากการถูกทวงหนี้นอกระบบ ฝากท่านกลับไปใช้สมองที่อาจจะมีอยู่บ้างคิดสักนิดนะค่ะอย่าทำร้ายพวกหนูโดยการปิดกั้นโอกาสในโครงการนี้เลยค่ะ”
กระทู้ “เชิญชวนครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกลุ่ม faebook มั่นใจครูไทยเกินแสนคนอยากให้เปิด ชพค. 7” http://www.otep.go.th/index.php?option=com_ccboard&view=postlist&forum=2&topic=697&Itemid=93
“เชิญชวนครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกลุ่ม faebook มั่นใจครูไทยเกินแสนคนอยากให้เปิด ชพค. 7
ด้วยการค้นหาคำว่า มั่นใจครูไทย ใน facebook หรือคลิก มั่นใจครูไทยเกินแสนคนอยากให้เปิด ชพค. 7 http://www.facebook.com/pages/มั่นใจครูไทยเกินแสนคนอยากให้เปิด-ชพค-7/231553070224716?sk=wallryyn
“ถ้ามีการรวมตัวกันถอดถอนชื่อเมื่อไรบอกข่าวผ่าน facebook ด้วยนะคะ จะร่วมด้วยค่ะ แค่แถวที่ทำงานก็ไม่ต่ำกว่าร้อยแล้ว”
“เหนื่อยใจกับ รมต.ศธ. มากค่ะ มาทำลายขวัญและกำลังใจของครู อยากร่วมลงชื่อถอดถอนค่ะ ครูทุกคนอยากกู้กันทั้งแหละค่ะ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”
“อยากให้มีการรวมตัวเพื่อยื่นหนังสือ ถึงรัฐมนตรี ให้ทราบถึงความเดือดร้อน ดัวยเจตนาดี”
“คลำให้ถูกที่ นะครับท่าน จะได้รู้เครือข่ายครู/บุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่น้อย มากพอที่จะเฉือนได้ตลอดเวลา 1.อย่ามาตัดท่อน้ำเลี้ยงของครูเลย (ท่อน้ำเลี้ยงยังคงอยู่) เงินก็เงินตัวเองที่พึ่งได้อยู่แล้ว 2.เพิ่มสวัสดิการต่างๆ ให้ดีกว่า(อันไหนดีก็เพิ่มไป) ชีวิตครูดีขี้น หนี้สินก็หมดเอง (ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ตลอดชีวิตแน่ๆ) 3.ศึกษาชีวิตครูและบุคลากรการศึกษาดีพอแล้วหรือยัง คิด วิเคราะห์ ผลได้ ผลเสีย ระยะสัน - ยาว แล้วหรือยัง คิดให้ถ้วนถื่ ครบวงจร”
“จริงด้วยค่ะ ทำไมท่านไม่นึกถึงใจเขาใจเราบ้างล่ะค่ะ ว่าคนที่กู้เขาก็ต้องมีเหตุผล ไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกค่ะ แต่เงินกู้ก้อนนี้ก็สามารถชุบชีวิตคนได้นะค่ะ”
“มากมายนะ ท่าน อยู่ๆก็มาระงับโครงการนั้นโครงการนี้ มากมายนะคะ ไม่ได้ว่าถ้าคุณจะระงับโครงการแต่ทำไมไม่บอกกันก่อนล่วงหน้าว่าไม่มีแล้วแต่นี้อะไร”
“กวนหนอ รอมาทั้งปีทั้งชาติ บอกเดือนนั้นเดือนนี้ไปเรื่อยสุดท้ายคุณบอกว่าจะไม่ให้กู้ คุณเอาความคิดของตัวเองมากเกินไปหรือป่าวถามความสมัครใจของครูยัง ที่สำคัญนะที่เขาสมัคร ช.พ.ค. นั้น ก็เพื่ออยากกู้เงินมาสร้างอนาคตให้กับครอบครัว อยากสร้างความมั่นคงนะ ไม่ใช่ว่าตายก่อนจะได้เงินมาใช้ถามหน่อยถึงตอนนั้นใครได้ใช้เงิน คุณคิดว่าลูกเมียเหรอ
ผมว่าคงเป็นเจ้าหนี้นอกระบบละครับ เพราะไม่มีเงินหมุนให้ครอบครัวไม่มีเงินสร้างชีวิตก็กู้มาจากข้างนอก เพื่อความอยู่รอด ในชีวิตนี้ไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกครับ แต่มันเลือกไม่ได้แล้ว สู้มาทั้งชีวิตแล้วนิ อะไรก็แพงขึ้นมากมาย แม้แต่ค่านม ขนมลูก ค่าเทอม ค่าสอบ ค่าครองชีพ หนี้ที่ดอกแพงขึ้น ที่เราคิดที่จะกู้มานะมาสร้างอนาคตนะครับไม่อยากเป็นหนี้อีกนะ อยากทำธุรกิจ อยากวางรากฐานให้ลูกดีๆๆ”
กระทู้ ‘วอนท่านรัฐมนตรี ศธ.’ http://www.otep.go.th/index.php?option=com_ccboard&view=postlist&forum=2&topic=689&Itemid=93 ที่มีผู้แสดงความคิดเห็น ดังนี้
“ขอความเมตตาจากท่านได้โปรดปล่อยกู้ ช.พ.ค.เพื่อให้ครู้แก้ไขหนี้อื่นๆ มารวมที่เดียวด้วย เพราะนี่คือความหวังของครูผู้น้อย ถ้าไม่ปล่อยกู้แล้วท่านจะทำประการใด”
“รอคอยความหวังกู้ ชพค.7 มานานมาก แต่พอรู้ข่าวว่า จะไม่ปล่อยเสียใจมาก ๆ คงต้องอดตายแน่ ๆ ขอความกรุณาปล่อยกู้เถอะนะคะท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย”
“ที่ท่าน รมต.ศธ. บอกว่า ครูเป็นหนี้แล้วจะไม่มีสมาธิสอนหนังสือนักเรียน แต่ถ้าท่านไม่ปล่อยให้กู้ ช.พ.ค. ครูที่กำลังเดือนร้อนก็ต้องหาวิธีกู้อย่างอื่นทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก”
กระทู้ “ขอความคิดเห็นจากสมาชิก” http://www.otep.go.th/index.php?option=com_ccboard&view=postlist&forum=2&topic=690&Itemid=93 มีผุ้แสดงความเห็น ดังนี้
“เมื่อก่อนยังมีความหวัง แต่ 31 ส.ค54 สิ้นหวังเพราะ รมต.ศธ ไม่ปล่อยกู้ ช.พ.ค.”
“ขอความคิดเห็นจากสมาชิก ช.พ.ค. (ผู้มีหนี้) เห็นด้วยหรือไม่ และมีแนวทางขอความเมตตาผู้เป็นใหญ่ให้ปล่อยกู้ แก้หนี้เก่าได้ใหม ใครช่วยได้ช่วยเจรจากับท่านผู้มีอำนาจบามี(รมต.ศธ)ได้หรือไม่ โปรดช่วยที”
“รู้สึกผิดหวังมากเลยคะ หวังว่าจะแก้ปัญหาหนี้สิน ให้เบาลง แต่ถ้าไม่ปล่อยกู้ ก็ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ ชีวิตก็ต้องตกต้ำลงไปอีก อย่าว่าแต่จิตใจ ทำงาน เลยคะ จิตใจจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ยังยากเลย”
“ผมไม่ชอบ รมต.นี้แล้ว อุตส่าห์ลงคะแนนให้ มาทำอย่างนี้ มีหวังอยู่ไม่ครบ...”
“ถ้าจะรวมตัวประท้วงกันก็แจ้งด้วยนะครับ ไปด้วย ผมว่า คนคงไปกันไม่น้อย เก้าอี้จะได้ร้อนกันมั่งล่ะ เผลอ ๆ จะทำสถิติ รมต. อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์”
“เกลียดพวกได้ดีแล้วกร่าง”
“แล้วทีนี้จะทำยังไงกันล่ะคะ ความหวังพังทลายถือเป็นข่าวร้ายที่สุด ท่านมีเงินมากมายไม่เดือดร้อนนี่คะ ถึงมองปัญหาคนจนแบบเราเล็กน้อย แค่เพิ่มเงินเดือนแค่พอกินไปวัน ๆ จะมีเงินก้อนก็แสนลำบาก ตัดสินใจให้ดีนะคะ เพราะนั่นหมายถึงอนาคตทางการเมืองของคุณ คุณวรวัจน์”
“อยากให้มีการรวมตัวกันเพื่อเข้าไปคุยกับกับรัฐมนตรี”
“เป็นการพูดที่ใช้ความคิดส่วนตัว ที่ว่า "ครูมีหนี้ แล้ว จะเสียสมาธิสอน" ผมว่าไม่ได้กู้เนี้ย เสีย ทั้งสมาธิ ความคิด อุดมการณ์ และสามัญสำนึกที่ว่า " เลือกเบอร์ 1 มาแก้ปัญหาไม่ใช่ให้มาสร้างปัญหา"
“ผมตั้งข้อสังเกตุว่า 1.รีบเร่งให้คนสมัครทำไม ???? 2.เอาเงินไปทำไรกันแน่ ถ้าไม่ให้ครูกู้ กรณี รมต. บอกว่า จะปิดให้หมดทุกโครงการ ไม่ว่า สหกรณ์ หรือ ทางอื่นๆ หรือเป็นการเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในทางอื่นเช่น อุดน้ำมัน อุด 15000 อุด พรม ที่ปูในห้องทำงาน !!! 3.ถึงไม่ให้กู้ ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหา การกู้ เราไม่ได้หนีหนี้ไปไหนเพราะเราต้องทำงานสอนนักเรียน แล้วใครจะบ้ากู้เงินเป็นหนี้ เพื่ออยากมีล่ะ ถ้าไม่ใช่ การกลบหนี้ที่ตัวเองสร้าง เพิ่มเติมในสิ่งที่ขาด ถึง ช.พ.ค.ไม่ให้กู้ก็ต้องเดินหานอกระบบ นั้นมันฆ่าครูทั้งนั้น
4.ครูที่กู้เพราะไม่มีอาชีพ เปิดบ่อน ขายยาบ้า หรืออาชีพเหมือนนักการเมือง ที่โกงกินประเทศ เออถ้าทำได้เหมือนอาชีพอื่นๆก็คงไม่มากู้หรอก เงินเดือนไม่ใช่ว่าน้อยหรือมาก แต่ ค่าใช้จ่ายสูง เช่น การไปประชุม ผอสั่ง ก็ใช่ว่าจะได้งบ บางคน มือเปล่าแต่ก็ต้องทำ ต้องยอมเสียเงินเดือนที่ตนได้รับเพียงเพื่อคำเดียว "อนาคต" 5.ถ้าไม่ให้กู้ ก็เอาตังค์คืนมา เพราะ 80 เปอเซนต์ หวังว่า สมัคร เพื่อกู้ บ่งบอกถึงความหลอกลวงของผู้บริหาร มิน่า คนเก็บเงิน ปากจัดกันทั่วพื้นที่
6. นี่คือการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง การรีดเอาเลือดปู นิสัยไม่ดี โกงกันชัดๆ เออถ้าบอกว่าสมัครแล้วกู้ไม่ได้ เขาก็จะได้มุ่งเป้าหมายมาเพื่อประกันชีวิต แต่ก็น่าแปลก ตายเดือนละ 400 กว่า คนทุกเดือน ตายได้บาลานซ์มาก 7 .การปิดการกู้แบบนี้ จะทำให้ คนจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ เพราะเหมือนโดนหักหลัง เอา สามล้านมาล่อ เหมือนโกหกหมาน้อยขึ้นดอย เห็นครูเป็น ควายรึไง อุตสาห์เลือก เบอร์ 1 ต่อสู้เพื่อ สีแดง แต่วันนี้ โดนหักหลัง รมต เจอกันแน่ !!!”
“ท่านรัฐมนตรีกรุณาปล่อยกู้นะคะ เพราะครุเป็นหนี้จะตายอยู่แล้วคะ เงินเดือนเหลือ ไม่กี่พัน จะอยู่จะกินยังไม่พอ หวังและรอ ชพค.7 ทุกวัน แต่วันนี้ท่านได้ทำลายความหวังครูทั่วประเทศคะ กรุณาเถอะค่ะ”
“ผมเข้ามาอ่าน กระทู้ รู้สึกว่าครูนั้นมีแต่คนอยากจน ไม่มีเงินจะกิน ไม่มีบ้านจะอยู่ มีแต่การกู้ยืมนอกระบบ ในระบบ เรียกร้องให้รัฐช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่เงินเดือนก็มากกว่าราชการประเภทอื่น ๆ ถ้าเด็กรุ่นใหม่ มาอ่านก็คงไม่อยากประกอบอาชีพนี้ ผมอยากถามสาเหตุที่จน เพราะอะไรครับ...ไม่ใช่เหน็บแนมน่ะ อยากทราบจริง ๆ...”
“ครูไม่ได้เรียกร้องหรืออ้อนวอนนะครับ คือว่าการที่เราจะมาสมัคร ชพค มีสองกรณีคือ ประกันชีวิต และนำเงินประกันนั้นมาใช้ก่อน โดยแท้จริงแล้วครูไม่ได้จนแต่มันเป็นความต้องการร่วมกันโดยมาจากการประชุมและลงความเห็นร่วมกัน เงินตัวนี้ก็เป็นเงินในระบบไม่ไปไหนครับ”
“ทำเป็นบอกว่าเพิ่มเงินให้ครูแล้วครูจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เงินแค่ไม่กี่พัน มันไม่เหมือนท่านหรอกนะ ที่มีเงินถุงเงินถัง เงินเดือนเป็นแสนๆ ไม่ได้เกิดเป็นลูกคนรวยที่จะไม่ต้องกู้ เบื่อไอ้ รมต. บ้าอำนาจ กร่างไม่เข้าเรื่อง ถ้าไม่กู้แล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน เห็นใจกันบ้างเถอะ สอนนักเรียนหรือทำงานทุกอย่างก็ต้องออกเงินเอง รอมาตั้งนาน ติดตามข่าวทุกวัน แล้วมาบอกจะปิดทุกโครงการ ที ท่าน รมต. นโยบายแรกท่าน ท่านทำเกี่ยวกับการศึกษาคือ ใช้เงิน 300,000 ไปตกแต่งห้องทำงานของท่านเหรอ นโยบายเร่งด่วนมากนะท่าน ไม่เปิดให้กู้ เพราะครูเป็นหนี้เยอะจะทำให้เสียสมาธิในการสอน ถ้าท่านไม่เปิดกู้สิ ปัญหาตามมาอีกเยอะ ครูไม่มีสมาธิสอนแน่ สงสัยจะอยู่ได้ไม่นาน รมต.”
“ทำแบบนี้ฆ่ากันชัด ๆ เลยยกตัวอย่างบ้านผมดอกเบี้ย 8.55%ต่อปีถ้ากู้มาโปะได้ผมก็เสียดอกนิดเดียวละมันไม่ช่วยตรงไหนจะซื้อรถกู้มาซื้อเงินสด ดอกนิดเดียวถ้าผ่อนไฟแนนซ์ ล่ะเท่าไหร่ คิดดูนี่แค่ยกตัวอย่างเองนะครับ และปัญหาของคนอื่นๆ ล่ะ บอกว่า ช่วยๆๆ ก็คุณไมได้มาเดือดร้อนกับพวกเรานี่อยู่ได้ไม่นานแน่ครับ ขอบอกถ้าไม่ทบทวนใหม่ในเร็ววันนี้”
“อย่าปล่อยไว้นานกว่านี้ อย่ารอคนมาอ่านแล้วจะรู้ เราจะต้องเป็นฝ่ายรุก บอกเพื่อนๆๆๆที่มีความหวังกับโครงการนี้คิดว่า จะทำไงต่อไป ไม่มีก็เหมือนหมดหวังทำทุกอย่างอย่างสุจริตครับกลับเป็นอย่างนี้ เฮ้อ
จะขึ้นเงินเดือนก็ขึ้นแต่ราชการ เอกชนเขาจะอยู่อย่างไรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ประท้วงบ้างดิ ให้เขาเห็นบ้างว่า ครู จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ไม่ใช่เดินบนพรม มีรถประจำตำแหน่งเหมือนพวกรัฐมนตรี ต้องกินต้องใช้ เงินเดือนไม่ใช่ เป็นแสนเหมือนพวกท่าน ทำเป็นมาบอกว่า หนี้สินเยอะ ไม่มีสมาธิสอน ใช้อะไรคิด โดนสั่งมาป่าว ว่าเงินต้องเอาไปทำอย่างอื่น เอาเงินพวกเราไปทำอะไร ก็ไม่บอกไม่กล่าวสักคำ ทำงี้ได้ไง”
“ทราบข่าววันนี้แล้ว ความหวังพังทลายล้มลงมาราวกะถูกฟ้าผ่า โดนน้ำกรดราดบนตัว ทุกคนคงมีความหวังกับโครงการใหม่....ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นได้ หากใช้เงินที่ได้รับให้เกิดประโยชน์ แต่หากมาปิดระบบโดยอ้างว่าครูเสียสมาธิในการสอนเพราะเป็นหนี้ (ไม่ได้กู้น่าจะเครียดกว่านะ) คงไม่ใช่ตรรกะที่ดีพอ เพราะว่าทุกคนไม่ว่าจะประกอบธุรกิจอะไร เชื่อว่า ต้องมีการทำธุรกรรมทางการเงิน การกู้สินเชื่อ แต่เป็นการกู้เพื่อก่อผลประโยชน์ในอนาคต แล้วถ้าบอกว่า กู้ไม่ดี แล้วอย่างงี้นักศึกษา กยศ. ที่กู้ก็คงไม่มีสมาธิในการเรียนนะสิ”
“ไหนนายกบอกจัดคนให้ถูกกับงานไม่ทราบว่าถูกกับงานตรงไหนไม่เห็นใจครูจน ๆ ปรับเงินเดือนไม่กี่บาทแต่ค่าครองชีพโค - ตรแพงเงินเดือนน้อยนิดยังจะมาปิดโครงการต่าง ๆ อีก จะเอาเงินที่ไหนมาใช้ถ้าไม่ปล่อยกู้อุตส่าห์ เลือกให้เข้ามาทำงานนึกว่าจะช่วยครูจน ๆ ไม่เห็นช่วยตรงไหนเลยครูหวังกู้เพราะจะทำชีวิตให้ดีขึ้นมาทำอย่างนี้มันบั่นทอนกำลังใจครูมาก ๆ ห่วย...........แตก”
“ทุกวันจิตใจก็จะแย่แล้ว มาเป็นอย่างนี้แย่กว่า จะประท้วงที่ไหนบอกด้วยจะกู้เงินไปร่วมด้วย เงินเดือนเหรอจะพอกิน คนรวยไม่เข้าใจคนจนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆหรอกนัดกันบอกด้วย”
“ไม่ทราบว่า ครูที่เขาเลือกพรรคนี้เข้ามาบริหารประเทศจะเดือดร้อนหรือเปล่านะ ที่คนที่เขาเลือกมาปิดทางกู้กันแบบนี้ เขาคงจะเห็นดีเห็นงาม และดีใจที่ตนเองไม่สามารถกู้ได้เพราะเขาคงจะไม่เดือดร้อน และไม่ต้องการกู้เงินหรอกเนอะ รับตำแหน่งได้ไม่ถึงเดือนสั่งหยุดการกู้เงิน ช.พ.ค. ในขณะที่บรรดาครู ๆ ทั้งหลายตั้งตารอให้เปิดโครงการมาเป็นปี ๆ ท่าน รมต.ศธ. คนนี้เก่งมากเลยเนอะ วิสัยทัศน์กว้างไกลมาก บรรดาครู ๆ ที่เลือกท่านมาคงจะเป็นปลื้มกับการทำงานของท่านมากเลยค่ะ”
“เรารอการเปิดโครงการ 7 มานาน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ แต่นี่ต้องแบกภาระไปหาเงินที่อื่นอีกหรือนี่”
“รอมานานทุกอย่างพังหมด คิดว่า จะได้ปลดหนี้ทำให้มีเงินพอใช้ทุกเดือนไม่ต้องวิงหน้าวิงหลัง พังๆๆๆๆๆแล้วจะอยู่ต่อได้อย่างไร”
“สมาชิก ชพค ยอดล่าสุด จะเก้าแสนคนแล้ว แค่ถอดถอน ไอ้...นี่ ห้าหมื่นชื่อ เรื่องจิ๊บๆ”
“เงินกู้ ชพค. ที่สมาชิกรอความหวังต้องพังทลายลงไป เงินก็ไม่ใช่เงินของมัน มันจะระงับทำไม ไอ้..... ทำอย่างนี้คิดว่า สมาชิก ชพค. จะยอมได้หรือ สมาชิกมีเกือบล้านคนที่รอความหวัง อย่างนี้ถ้าลงชื่อถอดถอน ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน สิทธิที่ควรได้กลับไม่ได้ ไอ้.... สมาชิก ชพค. ทุกท่านอย่ายอม เงินกู้ ชพค. โครงการที่ผ่านมา ก้อได้รับการอนุมัติหมด มีแต่ไอ้.. นี่ แระ ที่มาระงับ มันใช้.... อะไรคิดของมัน ออกไปเตอะ เสียแรงที่ลงคะแนนเลือกเบอร์ 1 ไปตายซะไอ้....”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายวรวัจน์ ได้ประกาศที่จะดำเนินการเรื่องนี้ และมีการเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเสนอของบประมาณปี 55 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการปลดหนี้ครู ซึ่งตามรายงานล่าสุด ของ สกสค. สำรวจพบว่า ยอดหนี้สินครูทั้งหมดสูงถึง 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขหนี้สินครูแค่ 3 แสนล้านบาท เฉลี่ยแล้วครูมีหนี้สินประมาณคนละ 2 ล้านบาท ทั้งนี้ หนี้สินครูส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่กู้มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ มีความเคลื่อนไหวจากส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ประมาณ 30 คน ได้หารือกันนอกรอบ ถึงกรณีที่นายวรวัจน์ สั่งระงับครูกู้เงิน เนื่องจากเห็นว่า ครูเป็นฐานเสียงที่สำคัญของส.ส.ในภาคอีสาน และต่างก็โทรศัพท์เข้าสอบถามกับส.ส.เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ส.ส.บางคนในกลุ่มดังกล่าว ถึงกับพูดว่า เงินอยู่ในมือแล้ว กลับดึงออกจากมือ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิของครูที่จะกู้เงินตามโครงการ
มีรายงานด้วยว่า ในเบื้องต้นส.ส.อีสาน จะเข้าพบรมว.ศึกษาฯที่กระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจาก ส.ส.ได้ทยอยกลับพื้นที่กันแล้ว จึงเห็นว่า น่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามนายวรวัจน์ ในที่ประชุมส.ส.พรรค เพื่อขอให้ชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน และจะได้นำไปแจ้งต่อครูในพื้นที่ได้
ด้านนายเวียง วรเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า กลุ่มส.ส.ได้มีการหารือ ถึงกรณีดังกล่าว และเห็นว่า เป็นเรื่องที่จะต้องไปสอบถามรมว.ศึกษาธิการ ในที่ประชุมส.ส.พรรคว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่
'วรวัจน์'พลิกลิ้นไม่ได้สั่งระงับกู้
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มครูไม่พอใจเรื่องที่รมว.ศธ.จะไปสั่งระงับโครงการเงินกู้ต่างๆ ของ ศธ.เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูและเตรียมล่ารายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนออกจากการเป็น รมว.ศธ.ว่า ตนมีแนวคิดจะแก้ปัญหาหนี้สินครูเพราะก่อนหน้านี้ได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ว่ามีครูกว่า 6 แสนคนทั่วประเทศมีหนี้สินรวมกันกว่า 7 แสนล้านบาท จึงรู้สึกตกใจกับเรื่องนี้และคิดว่าหากปล่อยให้ครูกู้เงินโครงการต่างๆของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ต่อไปเรื่อยๆ จะมีผลกระทบต่ออนาคตของครูได้ ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้สำนักงาน สกสค.ไปสำรวจถึงความต้องการแก้ปัญหาหนี้สินครูของครูในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศเพื่อนำผลสำรวจดังกล่าวมาวางแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครู
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เมื่อได้ผลสำรวจข้างต้นของ สกสค.มาแล้ว ตนจะขอให้ สกสค.ช่วยแยกครูออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มแรกเป็นครูที่ต้องการเข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งการช่วยเหลือครูกลุ่มแรกนี้ จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาวางแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครู ทั้งนี้ แนวทางเบื้องต้นที่ตนคิดเอาไว้คือ การไม่ให้ครูกลุ่มนี้กู้เงินจากโครงการเงินต่างๆ ของ ศธ.อีก และจะนำหนี้สินของครูแต่ละคนมารวมไว้เป็นก้อนเดียว หลังจากนั้นก็หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ครูนำหนี้สินทั้งหมดมาไว้กับแหล่งเงินกู้นี้แล้วผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ
"กลุ่มที่สองเป็นครูที่ไม่ต้องการเข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครู จะยังคงสามารถกู้เงินโครงการต่างๆ ของ ศธ.ต่อไปตามปกติเพราะเป็นสิทธิ์ของครูแต่ละคนจะเข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูหรือไม่ก็ได้ ไม่มีการบังคับ แต่ขอให้แจ้งต่อ ศธ.ให้ชัดเจนว่าไม่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งครูกลุ่มนี้จะต้องดูแลรับผิดชอบหนี้สินเอง ศธ.จะไม่เข้าไปแก้ปัญหาหนี้สินให้แก่ครูกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่แนวคิดเบื้องต้นของผม อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพื่อจัดทำโครงการ และผมขอยืนยันว่ายังไม่ได้ไปสั่งการให้สกสค.และหน่วยงานต่างๆของศธ.ระงับโครงการปล่อยเงินกู้ให้แก่ครู และผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการ สกสค.และคณะกรรมการที่ดูแลโครงการปล่อยเงินกู้ให้แก่ครูของหน่วยงานต่างๆ ใน ศธ.ด้วย" นายวรวัจน์ กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มครูไม่พอใจเรื่องที่ตนจะไปสั่งระงับโครงการเงินกู้ต่างๆ ของ ศธ.เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู และเตรียมล่ารายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนออกจากการเป็น รมว.ศธ.นั้น การยื่นถอดถอนจะต้องมีเหตุมีผล แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้ทำอะไรผิด จึงขอถามว่าครูกลุ่มนี้มีเหตุผลอะไรที่จะมายื่นถอดถอน อยากให้เข้าใจถึงเจตนาของตนที่มุ่งช่วยเหลือครูโดยการวางระบบแก้ปัญหาหนี้สินครู และหากครูคนใดไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ก็ไม่ได้บังคับ แต่เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ก็ได้ ส่วนที่ กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาขอเข้าพบเพราะเกรงแนวคิดแก้ปัญหาหนี้สินครูของตนจะไปกระทบฐานคะแนนเสียงกลุ่มครูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้



