ข่าว

 ปปท.แนะสปก.สอบ'วังน้ำเขียว'

ปปท.แนะสปก.สอบ'วังน้ำเขียว'

03 ก.ย. 2554

ปปท.แนะสปก.เร่งสอบเอกสารสิทธิ์วังน้ำเขียวพบเปลี่ยนมือต้องยึดที่ดินคืน ปล่อยถือครองต่อเจ้าหน้าที่จะมีความผิด พร้อมรับข้อมูลส่วยจากเอ็นจีโอ

       3 ก.ย.54 นายอำพล  วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนวังน้ำเขียวว่า  ในส่วนของป.ป.ท.ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนรอการตรวจสอบเอกสารสิทธิของผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของที่จากหน่วยงานหลักคือกรมป่าไม้และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เช่น การออกเอกสารสิทธิจากส.ป.ก.จำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนมือเจ้าของหรือไม่ หากเปลี่ยนมือแล้วผู้ครอบครองคนใหม่ไม่มีคุณสมบัติ ส.ป.ก.มีหน้าที่ต้องยึดคืน  ไม่ใช่ยังปล่อยให้มีการครอบครองโดยไม่ถูกต้องต่อไป ซึ่งถือว่ามีความผิด 
       อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่าในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง แต่มีการอ้างเป็นเจ้าของด้วยการแสดงหลักฐานการเสียภาษี(ภบท. 5) ซึ่งไม่ใช่เอกสารที่สามารถแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้องตามกฎหมายได้  ดังนั้น เรื่องดังกล่าวถือว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิเท่านั้น  หากพบว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบป.ป.ท.จึงจะประสานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิเหล่านั้น

       นายอำพล ยังกล่าวถึงการกรณีที่มีกลุ่มเอ็นจีโอออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ในเขตพื้นที่วังน้ำเขียวเป็นเงินเดือนละ 1 ล้านบาทว่า การกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน  ไม่เช่นนั้นอาจถูกฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทได้ พร้อมแนะนำว่าหากมีข้อมูลสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริงก็ควรนำมามอบให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบเชิงลึก โดยเฉพาะการเช็คเส้นทางการเงินหาหลักฐานมัดตัวนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

       ขณะนี้ ป.ป.ท.ได้เดินหน้าตรวจสอบปัญหาการบุกรุกป่าอย่างต่อเนื่อง และในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน  แถบตำบลโป่งแยง เป็นเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ที่จำเป็นต้อนถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ เพราะตรวจสอบแล้วที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนจริง ส่วนโฉนดที่มีการอ้างนั้นพบว่าเป็นชื่อของนอมินีโดยการสอบถามผู้ที่มีชื่อในเอกสารสิทธิให้การยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของ แต่เจ้าของที่แท้จริงคือกำนันซึ่งใช้ชื่อลูกบ้านแทน  อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสมบูรณ์ยังไม่ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์อื่น