
แกะเงินบริจาคไขคำตอบ'ชูวิทย์'?
ตรวจสอบเงินบริจาค 'พรรครักประเทศไทย' ของ 'ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์' 8.2 ล้าน ท่ามกลางปมปริศนาวางมือจากธุรกิจแล้ว?
หากพลิกยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองประจำเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2554 พบข้อมูลนอกจากพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก มียอดเงินบริจาคจำนวนมาก พรรครักประเทศไทย ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้รับบริจาคถึง 8,270,000 บาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็น
เดือนมิถุนายน จำนวน 4,800,000 บาท
1.บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด 2,800,000 บาท
2.บริษัท ต้นตระกูล จำกัด 1,000,000 บาท
3.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 1,000,000 บาท
เดือนกรกฎาคม 3,170,000 บาท ผู้บริจาคเงินหลัก
1.บริษัท ต้นตระกูล จำกัด 1,970,000 บาท
2.บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด 1,200,000 บาท
เท่ากับ 2 เดือน บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด บริจาค 4,000,000 บาท
บริษัท ต้นตระกูล จำกัด 2,970,000 บาท
คำถามที่น่าสนใจบริษัททั้ง 2 แห่งใครถือหุ้นใหญ่ ?
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท ต้นตระกูล จำกัด จดทะเบียนวันที่ 10 พฤษภาคม 2533 ทุน 170 ล้านบาท ประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ตั้งเลขที่ 909 ซอยสุทธิพร ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ
ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2553 นายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ นางสาวตระการตา กมลวิศิษฎ์ ด.ช.ต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์ บุตรทั้ง 4 คนของนายชูวิทย์ถือหุ้นคนละ 24.7% หรือคนละ 42 ล้านบาท ปี 2552 สินทรัพย์ 489.3 ล้านบาท รายได้ 43.7 ล้าน บาท ขาดทุนสุทธิ 19.1 ล้านบาท
บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด จดทะเบียนวันที่ 12 มีนาคม 2536 ทุน 170 ล้านบาท กิจการโรงแรม ที่ตั้งเลขที่ 88 ซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2554 นายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ นางสาวตระการตา กมลวิศิษฎ์ ด.ช.ต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์ ถือหุ้นคนละ 24.7% หรือ คนละ 42 ล้านบาท ปี 2553 รายได้ 82.1 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 43.7 ล้านบาท สินทรัพย์ 407.5 ล้านบาท ปี 2552 รายได้ 95.9ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 46.6 ล้าน บาท สินทรัพย์ 417.1 ล้านบาท
ทั้งสองบริษัทมีชื่อ นายชูวิทย์ เป็นกรรมการ
และยังเป็นกรรมการบริษัทในเครืออีก 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์ สตาร์ จำกัด ,บริษัท ภาติฌาน จำกัด ,บริษัท เดวิส ซิลเวอร์ สตาร์ แมเนจเมนท์ จำกัด , บริษัท ทรัพย์สินตระการตา จำกัด และ บริษัท บุญต่อตระกูล จำกัด (ข้อมูล ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2554)
ทั้ง 7 แห่งมีสินทรัพย์รวมประมาณ 1,400 ล้านบาท
การมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทผู้บริจาคเงินให้พรรคที่ตนเองเป็นหัวหน้า คงพอมองออกว่า เสี่ยจอมแฉวางมือจากธุรกิจแล้วหรือไม่?
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเปิดโปงเรื่อง“บ่อน”หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
..................
(หมายเหตุ : ที่มา : http://www.tcijthai.com/)



