
มอเตอร์เวิลด์:น้ำเข้าเครื่อง
ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมรถส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง
ตอนที่แล้วผมเขียนถึงความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมรถ (หมายถึงรถดับเครื่อง) และการบรรเทาค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองได้ครึ่งค่อนก่อนที่จะลากรถหรือขับเข้าอู่ซ่อม แต่ในกรณีที่ขับรถไปแล้วรถเกิดตกน้ำจมน้ำ เรื่องค่าใช้จ่ายในการกู้คืนรถจะต้องเพิ่มมากขึ้นกว่ารถถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องยนต์
รถยนต์ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเบนซินดีเซลเครื่องเล็กเครื่องโตเป็นเครื่องที่มีอัตรากำลัง (แรงม้าแรงบิด) สูงกว่ายุคก่อน และส่วนประกอบที่สำคัญก็คือ เครื่องอัดอากาศ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ (กำลังอัดของอากาศ) ให้เครื่องยนต์ทั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ คอมเพรสเซอร์ หรือซูเปอร์ชาร์จเจอร์ ตัวอัดหรือตัวดูดอากาศเหล่านี้ทำงานด้วยพลังสูง (ตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์) เพื่อที่จะดูปริมาณอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ให้มากที่สุด
การที่ต้องดูดอากาศเข้ามากและเร็วเมื่อปากท่อไอดีจ่อหรือจุ่มในน้ำก็จะดูดเอาน้ำเข้าไปแทนที่อากาศ เมื่อน้ำเข้าเครื่องในลักษณะนี้ก็บอกได้ว่าเสียหายใหญ่หลวงตั้งแต่ ฝาสูบ วาล์ว ลูกสูบก้านสูบ เรียกว่าลากเข้าอู่กันอย่างเดียว ส่วนเกียร์ออโต้ในแบบใดไม่ว่าจะเป็นขับหน้าหรือขับหลัง เมื่อรถพ้นน้ำแล้วควรจะทำตามกรรมวิธี ถ่ายน้ำออกจากห้องเกียร์ (ตามที่ได้บรรยายไปแล้วในตอนที่ผ่านมา)
ก่อนๆ ที่จะซ่อมเครื่อง ไม่ว่าจะน้ำท่วมรถหรือรถตกน้ำโดยทั่วไปแล้วน้ำจะเข้าไปในห้องเกียร์ได้ในสองช่องทางคือเข้าทางปลอกก้านวัดน้ำมันเกียร์ แลพท่อหายใจที่ห้องเกียร์ถ้ากู้คืนเร็วน้ำเข้าไม่มาก ไม่พยามทำให้เกียร์หมุน (ก่อนเดรนน้ำออก) เกียร์ก็จะเสียหายไม่มาก
ในอีกกรณีหนึ่งที่น้ำเข้าเกียร์แล้วทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นจนถึงขั้นต้องเปลี่ยนเกียร์ทั้งลูกเกิดขึ้นได้สาเหตุเดียวคืออาการ น้ำในหม้อน้ำหาย โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ รถกินน้ำ ข้อบ่งชี้ของสาเหตุเกียร์พังเพราะน้ำหายก็คือต้องเติมน้ำกันทุกเช้าวันละนิดละหน่อยหาสาเหตุเท่าไรที่ไหนก็หาไม่เจอ
จากที่เขียนมาแล้วน้ำมันเกียร์ออโต้ต้องอาศัยหม้อน้ำของเครื่องยนต์เป็นตัวระบายความร้อนโดยมีท่อเข้าท่อออกและตัวกักน้ำมันเกียร์ (ให้ความร้อนคลายออก) แช่น้ำในส่วนหนึ่งของหม้อน้ำ เมื่อใช้งานไปนานเข้าตัวกักน้ำมันเกียร์ (ส่วนมากเป็นทองเหลือง) นี้จะผุกร่อนเป็นตามด
เมื่อเครื่องยนต์ทำงานน้ำมันเกียร์มีแรงดันมากกว่าแรงดันในหม้อน้ำน้ำจะไม่เข้าเครื่องแต่น้ำในหม้อน้ำจะมีคราบน้ำมันเพราะแรงดันที่สูงกว่าจะทำให้น้ำมันเกียร์ซึมออกตามรูพรุนของตัวระบายความร้อนแม้จะไม่มากก็ออกอาการ ใครที่ตรวจดูน้ำเป็นประจำแล้วเห็นคราบน้ำมันในหม้อน้ำหรือในถังพักน้ำก็อย่าเพิ่งคิดว่าเครื่องพังให้ตรวจสอบดูสีดูระดับ (ปริมาณ) น้ำมันเกียร์ที่ถูกต้องถ้าน้ำมันเกียร์มีปริมาณสูงกว่าปกติ สีของน้ำมันเริ่มผิดไปจากเดิมก็ให้ตรวจสอบดูระบบระบายความร้อนของเกียร์ด้วย
น้ำมันเบากว่าน้ำ เมื่อดับเครื่องหรือเครื่องเย็นน้ำมันซึ่งเบากว่าน้ำจะให้น้ำเข้ามาทางตามดหรือรูพรุนของตัวระบายความร้อน เรียกว่า ผุมากก็เข้ามาก อันนี้ทำให้เกิดอาการน้ำของเครื่องหายโดยไม่ทราบสาเหตุ และน้ำมันเกียร์มีมากกว่าปกติ (ระดับบนก้านวัดจะอยู่สูง) และเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน เกียร์ทำงาน น้ำที่เข้าไปผสมกับน้ำมันเกียร์มากขึ้นระดับน้ำมันเกียร์จะสูงสีของน้ำมันเกียร์จะเปลี่ยนเป็น สีกาแฟใส่นม น้ำมันเกียร์จะเหนียวข้น ถ้าถึงขั้นนี้แล้วบอกไดว่ายากที่จะกู้คืนโดยการซ่อม ส่วนมากจะต้องเปลี่ยนทั้งลูกพร้อมทอร์คคอนเวอเตอร์หรือ ลูกฟักทอง
อย่างที่ทราบแล้วว่าในเกียร์ออโต้มีชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนชิ้นเล็กชิ้นน้อยช่องทางเดินน้ำมันเหมือนเขาวงกบ เมื่อน้ำมันเกียร์เปลี่ยนสภาพกลายเป็นกาวเหนียวข้น ยากครับที่จะมีใครล้างทุกชิ้นส่วนให้สะอาดได้เหมือนเดิม โดยเฉพาะลูกฟักทองจะกระทำไม่ได้เลยนอกจากผ่าออกเป็นสองซีกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วต้องเชื่อมต่อให้ติดกันด้วยการเชื่อมด้วยระบบไฟฟ้าและที่สำคัญเมื่อเชื่อมเสร็จแล้วต้องทดสอบการรั่ว (จากรอยเชื่อม) และต้องนำไป ถ่วงหาจุดสมดุล เมื่อลูกฟักทองหมุนด้วยความเร็วสูงแล้วจะไม่สั่นไม่กระพือ เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ เปลี่ยนทั้งลูกจะคุ้มค่ากว่า
หม้อน้ำผุได้รั่วได้ ท่อระบายความร้อนหรือตัวกักน้ำมันเกียร์ในหม้อน้ำก็ผุได้ น้ำเข้าเครื่องได้ น้ำก็เข้าเกียร์ได้ เมื่อใดที่พบว่าน้ำในหม้อน้ำหายไปจากระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อใดที่พบว่าระดับน้ำมันเกียร์เพิ่มสูงขึ้น เมื่อนั้นต้องรีบตรวจระบบระบายความร้อนของเกียร์ออโต้ไปด้วย เรื่องเกียร์ออโต้ก็ว่ากันหมดไส้หมดพุงแล้วเอวังก็มีด้วยประการฉะนี้



