
สิงห์บุรีท่วมหนัก!สั่งปิดร.ร.18แห่ง
ผอ.สนง.เขตพื้นที่การประถมศึกษาสิงห์บุรีปิดโรงเรียน 18 แห่ง หลังประสบน้ำเอ่อท่วม'ส.ส.อยุธยา' เร่งติดตามสร้างฝายกันน้ำท่วมย่าน ศก.เมืองกรุงเก่า ทต.บางคูวัดเร่งเสริมคันกั้นน้ำเข้าเขตพระราชฐาน
3 ก.ย.54 นายทวีศักดิ์ นุ่มฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสิงห์บุรี กล่าวว่า เนื่อจากสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตะลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนวัดและโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใก้ลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี 5 ตำบล 1 เทศบาล 18 โรงเรียนปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำไหลหลากมาจากจังหวัดภาคเหนือตอนล่างจะทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยาเหนือเขื่อนมีระดับสูง จึงต้องเร่งระบายลงท้ายเขื่อนและเตือนให้ระวังน้ำเอ่อล้นตะลิ่งในเขต อ.เมืองสิงห์บุรี อ.พรหมบุรี ในระยะ 2-3 วันนี้
ส.ส.อยุธยาเร่งติดตามสร้างฝายกันน้ำท่วมย่าน ศก.เมืองกรุงเก่า
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้นอีกประมาณ 30 ซ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำต่ำกว่าถนนรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 30 ซ.ม. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างฝายป้องกันน้ำท่วมที่บริเวณสะพานคลองบ้านม้า ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีการตั้งชิบพลายขวางลำคลองชะลอการไหลเข้าท่วมของน้ำ และที่สะพานข้ามคลองกะมัง ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งสองจุดจะทำการป้องกันน้ำท่วมในย่านเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองอโยธยา และถนนสายสำคัญ โดยใช้เวลาสร้างฝายทั้งสองแห่งประมาณ 7 วัน คาดว่าจะทันป้องกันน้ำท่วม ขณะเดียวกันเมื่อน้ำผ่านฝายทั้งสองแห่งเข้าไป ก็จะมีประตูระบายน้ำอีกสองแห่งเพื่อสูบน้ำกลับไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา
นายเกื้อกูล เปิดเผยว่าในอนาคตทั้งสองจุดนี้จะใช้งบประมาณ 120 ล้านบาทเพื่อสร้างประตูระบายน้ำถาวร ขณะที่ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ได้ระดมเครื่องจักรสร้างคันดินตลอดแนวถนนอู่ทอง เรียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา รอบเกาะเมืองมีความสูง 1 เมตร เนื่องจากพบว่าระดับน้ำต่ำกว่าถนนเพียง 30 ซ.ม. ซึ่งหากไม่กั้นน้ำท่วมถนนก็จะทะลักเข้าท่วมเกาะเมืองทันที คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วันจะแล้วเสร็จ
ทางด้านการป้องกันโบราณสถานวัดธรรมาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา มีการสร้างแนวป้องกันด้วยบังเกอร์คอนกรีต สูงประมาณ 1.80 เมตร พบว่าขณะนี้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 60 ซ.ม.และอยู่ต่ำกว่าขอบบังเกอร์ 1.20 เมตร มีน้ำซึมเข้าตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าอย่างใกล้ชิด โดยมีเครื่องสูบน้ำอัตตโนมัติสูบออกทันที
ในส่วนวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง มีการตั้งแนวบังเกอร์คอนกรีตป้องกันเอาไว้ โดยมีกระสอบทรายก่อเรียงประกบทับผืนผ้าใบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พบว่าระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาได้สูงกว่าตลิ่งกว่า 60 ซ.ม.แล้ว เหลืออีกประมาณ 1.60 ซ.ม.จะถึงขอบบังเกอร์ ซึ่งมีความสูงรวม 2.10 เมตร และพบว่าน้ำได้ซึมผ่านตามแนวรอยต่อลงไปในท่อพักน้ำ ซึ่งทางกรมศิลปากรยืนยันว่าเมื่อระดับน้ำในท่อพักมีปริมาณที่ควมคุม เครื่องสูบน้ำอัตตโนมัตจะทำการสูบออกทันที และมั่นใจว่าจะรับมือได้ อาจจะต้องมีการเสริมกระสอบทรายหลังบังเกอร์ในทุกจุด โดยขณะนี้ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2,320 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจุดวิกฤตอยู่ที่ 2,300 ลบ.ม./วินาที
ทต.บางคูวัดเร่งเสริมคันกั้นน้ำเข้าเขตพระราชฐาน
นายพสิษฐ์ มะลิ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานีได้นำเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำดินและกระสอบทรายเสริมแนวกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเส้นเริ่มแนวติดต่อที่ตั้งแต่เขตตำบลบางขะแยงตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงติดเขตตำบลคลองข่อย อ.ปากเกร็ด เนื่องจากขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำเพิ่มสูงมากขึ้นทุกวันโดยเฉพาะเมื่อคืนนี้น้ำขึ้นถึง 30 ซม.แต่ขณะนี้น้ำได้ลดลงไปเพียง 10 ซม.และในช่วงเย็นน้ำก็จะเพิ่มขึ้นทุกวัน จึงต้องป้องกันแบบถาวรเพื่อไม่ให้หมู่บ้านชั้นในได้รับความเดือดร้อน และจะต้องป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมในพื้นที่เนื่องจากมีเขตพระราชฐานจักรีบงกช ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ
ทางด้านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้เรียกประชุมนายก อบต.นายกเทศบาล และนายอำเภอเมืองและสามโคก ที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมนอกแนวคันกั้นน้ำสั่งให้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อน.



