ข่าว

'สุเทพ'ท้า'ปึ้ง'สอบถกลับเขมรปิโตรเลียม

'สุเทพ'ท้า'ปึ้ง'สอบถกลับเขมรปิโตรเลียม

03 ก.ย. 2554

'สุเทพ'พร้อมทำหนังสือถึงเขมรขอความชัดเจนหลังกล่าวหาร่วมถกลับ'ซก อาน'เจรจาธุรกิจพลังงาน ท้าปึ่งตรวจสอบถึงที่สุด เหน็บแค่รมว.ต่างประเทศ มือใหม่ไม่เข้าใจมารยาทคุยนอกรอบ ยันไม่มีลับ เรียกหน่วยงานร่วมถกเพียบ

        3 ก.ย.54 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเตรียมสอบสวนเรื่องการเจาจาลับเพื่อแลกผลประโยชน์ทางทะเลกับประเทศกัมพูชาว่า อยากให้นายสุรพงษ์พูดให้ชัด ตนจะได้ตอบให้ชัด ที่พูดไม่ได้ท้าทาย แต่อยากขอการสนับสนุนให้รัฐบาลช่วยสอบเรื่องนี้ และแถลงผลสอบออกมาให้ประชาชนได้ทราบว่าที่กล่าวหาว่ามีการเจรจาลับนั้น ลับอย่างไร หรือถ้าบอกว่าเป็นการเจรจาเพื่อหาประโยชน์ จะหาประโยชน์ตรงไหน ตนจะได้ทราบข้อมูลและต่อไปหากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ไปเจรจาเรื่องนี้ ตนจะได้รับทราบและซักไซ้ได้ ดังนั้นหากจะกล่าวหาว่าตนเจรจาลับแปลว่าอะไร

        นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นายสุรพงษ์ อาจจะเพิ่งมาเป็น รมว.ต่างประเทศ จึงไม่เข้าใจมารยาทการติดต่อกับต่างประเทศว่าเขามีขั้นตอนการเจาจากันอย่างไรบ้าง ซึ่งการพบปะกันระหว่าง ตนกับ นายซกอาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชานั้น ตนได้รับการมอบหมายจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจน และตนได้มีการเจากับนายซกอานอย่างไม่เป็นทางการใน 3 ประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือ 1.นายซกอาน บอกว่าจะไม่เจรจาเรื่องเขาพระวิหาร 2.เรื่องพื้นที่เกาะกูด นายซกอาน เสนอว่าจะไม่เจรจาซึ่งตนบอกว่าไมได้เพราะการจะแยกพื้นที่ทางบกและน้ำ เป็นหลักการที่ทำได้ แต่จะแยกเกาะไมได้ เพราะเขมรได้ลากเส้นผ่าเกาะกูด และจะเอาเกาะกูดไป ซึ่งนายซกอาน อ้างว่าเรื่องนี้ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิน ชินวัตร ได้มีการเจาก้าวหน้าไปมาก และจวนจะเสร็จอยู่แล้ว แต่ตนก็ไม่ได้ดูรายละเอียดว่าเขาเจรจากันอย่างไร และ 3.เรื่องการพัฒนาแหล่งทรัพยากรในทะเล ซึ่งทางนายซก อานมีข้อเสนอให้มีการแบ่งพื้นที่ด้วยวิธีการตีตารางหมากรุก

        “ทั้งหมดไม่มีการเจรจาลับ มีคนรู้เรื่องเหล่านี้ 30 - 40 คน เพราะหลังจากที่ตนหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนายซกอานได้มาร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมตัวเจาจากับคณะของนายซกอานอย่างเป็นทางการต่อไป โดยมีทั้ง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงานในขณะนั้น รวมถึงผู้ว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยร่วมหารือเพื่อเตรียมการเจรจา แต่การเจรจาอย่างเป็นทางการกับนายซกอานไม่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนั้นประเทศเกิดปัญหาเกี่ยวกับคนเสื้อแดงพอดี”นายสุเทพ กล่าว

        เมื่อถามว่า นายซกอาน เป็นผู้ประสานให้มีการหารือนอกรอบแต่เหตุใดจึงมีเอกสารกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยเสนอให้มีการเจรจาลับ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเทคนิค แต่เรื่องนี้เป็นแถลงการณ์ของการปิโตรเลียมของกัมพูชาไม่ใช่แถลงการณ์ของ นายซกอาน ขณะนี้จึงไปต่อว่าเลยยังไม่ได้ แต่เร็ว ๆ นี้ตนจะทำหนังสือสอบถามไปว่าทำไมจึงปล่อยให้หน่วยงานในความรับผิดชอบกระทำอย่างนี้ ขอให้ดูเรื่องกิริยามารยาทกันด้วย ส่วนการทำหนังสือสอบถามโดยตรงไปยังการปิโตรเลียมของกัมพูชานั้นตนขอดูความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน

        นายสุเทพ ยังกล่าวปฏิเสธถึงกรณีข้อกล่าวหา ที่ระบุว่าร่วมตั้งบริษัททางพลังงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม เพื่อหาประโยชน์เกี่ยวกับพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

        เมื่อถามว่า แล้วที่ผ่านมาเคยมีการตั้งบริษัทร่วมกับใครหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีการตั้งบริษัทร่วมกันตั้งแต่ในอดีต แต่เป็นการตั้งบริษัทเลี้ยงกุ้งในประเทศ ยืนยันไม่มีเรื่องพลังงานอย่างแน่นอน และหากใครหาข้อเท็จจริงว่าตนไปจดทะเบียนตั้งบริษัทจะชื่อคนอื่นหรือชื่อตน หรือใครที่เกี่ยวข้องกับตช่วยกรุณานำมาเปิดเผยกับสาธารณชน ตนยินดีจะยกกิจการทั้งหลายให้กับโรงเรียนคนตาบอด คนหูหนวก คนปัญญาอ่อน

        ส่วนกรณีที่นายนพดลเคยระบุว่าถ้าใครพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไปลงทุนเกี่ยวกับน้ำมันจะให้เงิน 20 ล้านบาทนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สิ้นเปลืองกับนายนพดล ไปเยอะแล้ว ตนไม่มีอะไรจะไปเกทับขนาดนั้น

        “ผมไม่แปลกใจกับพฤติกรรมของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เพราะเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาตนก็ตั้งหลักแล้วว่าต่อไปนี้ คนพวกนี้ต้องหาเรื่องผมสารพัดชนิด ผมพร้อมตั้งรับอยู่แล้ว”นายสุเทพ กล่าว

        นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อเสนอของนายซกอาน ในการขีดเส้นแบ่งพื้นที่ผ่าเกาะกูด จ.ตราด เพื่อเอาพื้นที่บางส่วนเป็นของประเทศกัมพูชาว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะผิดสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสปี ค.ศ.1907 ที่ระบุว่าเกาะกูดเป็นของไทย