
น่าจะลองดูสักตั้ง
น่าจะลองดูสักตั้ง : ทางข่าว โดย ศรายุทธ สายคำมี
วันแถลงนโยบายรัฐบาล ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กลายเป็น "ฮีโร่" เป็นดาวสภาไปแค่ชั่วข้ามคืน แต่พอข้ามคืน เสียงก็กระหึ่มมาเช่นกันว่า ทำไมชูวิทย์ ถึงได้สิทธิพิเศษอภิปรายไม่ไว้วางใจตำรวจ ที่ปล่อยให้มีบ่อนในพื้นที่เมืองหลวง
เรื่องราวถูกโยงไปที่การเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ตอนนั้นเป็นเพียงถูกวางตัวให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจตำรวจอย่างชัดเจน
หะแรกชาวบ้านก็คิดว่า จะเอาแค่เฉพาะตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบ แต่ไม่กี่วันเรื่องนี้ก็บานปลายกลายเป็นเรื่องจ้องจะปลด ผบ.ตร. มีการบอกว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ แล้วก็ชื่นชม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ญาติอดีตเมียของ ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย อย่างออกนอกหน้าว่าปราบยาเสพติดเก่ง
เรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ คงตอบยาก แต่ที่แน่ๆ ฮีโร่ ที่ชื่อ ชูวิทย์ ไม่ได้รับการเชื้อเชิญจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิป) ให้ร่วมประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
เข้าใจว่าที่ไม่เชิญ ไม่ใช่เพราะว่า ชูวิทย์ ประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระ แต่วิปฝ่ายค้านบางคนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะท่าทีของชูวิทย์ ในกรณีนี้ ก็เลยทำให้ไม่มีใครกล้าจะร่วมงานด้วย
ยิ่งได้ยินการให้สัมภาษณ์อวดโอ้ว่า ตามข้อมูลบ่อนมาปีครึ่งแล้ว ก็ยิ่งชวนให้คิดว่า ชูวิทย์ ที่น่าจะเชี่ยวชาญเรื่องอ่างเหตุใดถึงมีข้อมูล-คลิปบ่อนเมืองหลวง แต่ถ้าเป็น ร.ต.อ.เฉลิม พูดก็คงไม่มีใครสงสัย
จะน่าสงสัยก็อีตรงที่ว่า ยังไม่ทันไร ทำไมเอาเป็นเอาตายกับการจะเด้ง ผบ.ตร. เพื่อเอา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นรับตำแหน่ง เพียงเพราะเชื่อว่าปราบยาเสพติดเก่ง ทั้งที่ความรู้ระดับ "ดอกเตอร์" ก็น่าจะรู้ดีว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งบริหาร มากกว่าการลงไปสั่งการตรง ซึ่งน่าจะเป็นการมอบหมายงานให้ระดับ รอง ผบ.ตร. หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ถึงแม้เรื่องเด้ง ผบ.ตร.จะสามารถใช้คำสั่งทางปกครองได้ แต่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็น่าจะลงไปลุยด้วยสักตั้ง เพื่อพิสูจน์กันว่า คำสั่งนั้นมันถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
ที่สำคัญจะได้เป็นตัวอย่างให้บรรดาตำรวจทั้งหลายได้เห็นแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ พ้นจากการตกอยู่ใต้อำนาจของนักการเมือง



