พ.ต.ท.สมิง'ลุยแหลก'
'ลุยแหลก' : ขอดเกล็ดดาวเงิน : พ.ต.ท. สมิง รอดรัตษะ รอง ผกก.ป. สน.ห้วยขวาง
นายตำรวจหนุ่มหุ่นสมาร์ท หน้าตาคมเข้ม พูดจาสำเนียงทองแดง ท่าทางใจดี กำลังเดินอยู่บนโรงพักห้วยขวาง กระจอกข่าวรีบปรับโฟกัสเลนส์สายตาเพ่งมองระยะประชิด
อ้าวนึกว่าใคร!! พ.ต.ท.สมิง รอดรัตษะ หรือ "พี่หมิง" รอง ผกก.ป. สน.ห้วยขวาง นั่นเอง
เคยได้ยินกิตติศัพท์ว่าเป็น นายตำรวจประเภทขาลุย "ลุยแหลก" เมื่อสบโอกาสกระจอกข่าวรีบปรี่เข้าไปคาดคั้นเอาความ(อิอิ)
"ไม่ลุยมากหรอก แค่กลางๆ การทำงานพี่ยึดหลักคุณธรรม ทำในสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ควร มีความจริงใจในทำงาน" พี่หมิงถ่อมตัว
กว่าจะมาเป็นนายตำรวจขาลุย พี่หมิง จบจากโรงเรียนตำรวจนครบาล (บางเขน) พร้อมดีกรีปริญญาตรีจาก ม.รามคำแหง ผ่านการอบรมอีก 1 ปี เริ่มงานเป็น "พลตำรวจ" ประจำกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ก่อนย้ายมาเป็น "สายตรวจ" ที่ สน.ชนะสงคราม ระหว่างนั้นก็เรียนต่อปริญญาโทไปด้วย
พอปี 2537 มีการเปิดฝึกอบรมข้าราชการตำรวจผู้มีวุฒิปริญญาตรีแต่งตั้งเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร รุ่น 6 (กอน.6) จึงได้บรรจุเป็นรอง สว.จร.สน.พญาไท จนกระทั่งขยับขึ้นมาเป็น สว.สส.สน.พญาไท ได้ 2 ปี เจอมรสุมเล็กน้อยย้ายลงใต้ไปเป็น สวป.สภ.หัวไทร ระหว่างนั้นก็ได้ไปช่วยราชการอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยงานสืบสวนคดีสำคัญ ช่วยงานในศูนย์ควบคุมน้ำมันเถื่อน, เกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมมาสารพัดม็อบ จนได้ย้ายขึ้นมาเป็น สว.สส.สน.ชนะสงคราม แล้วก็ขยับเป็น รอง ผกก.ป สน.ดินแดง และโยกมาอยู่ที่ สน.ห้วยขวาง
"ตอนที่อยู่ภาคใต้ก็เข้าไปช่วยปิดล้อมตรวจค้น สืบสวน ค้นหาแบบปะฉะดะ ซึ่งเป็นการตรวจค้นที่ต้องรวดเร็ว ต้องประสานกับทุกฝ่าย ทำให้เห็นถึงความยากลำบากของเพื่อนข้าราชการตำรวจที่อยู่ใต้ และเห็นความจำเป็นในการพัฒนาการสร้างแนวร่วมภาคประชาชน "เขารู้เรา แต่เราไม่รู้เขา" ทำให้ได้ประสบการณ์หลายอย่างจากผู้บังคับบัญชา นอกเหนือความรู้ด้านกฎหมายและยุทธวิธีตำรวจที่ต้องมีอยู่แล้ว" พี่หมิง สะท้อนประสบการณ์ และหลักการทำงานด้านปราบปรามจะต้องยึดหลักผู้นำที่เป็นผู้ทำและเป็นผู้ให้ ผู้ตามก็จะทำตามและเป็นหนึ่งเดียว เปรียบเหมือนเอาต้นไม้เล็กๆ มามัดรวมกันใครก็ไม่หักทำลายไม่ได้
โดยเฉพาะงานป้องกันปราบปราม "สายตรวจ" ถือเป็นหัวใจของโรงพัก หากตำรวจปรากฏกายในเครื่องแบบ คนร้ายก็ไม่มีโอกาสที่จะก่ออาชญากรรม แต่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลยเป็นโอกาสที่จะก่อให้เกิดได้
"ตอนนี้ มีโครงการ "สายตรวจห้วยขวาง 3 นาทีถึงที่เกิดเหตุ" เพียงได้ยินเสียงพี่ ว.4(ปฏิบัติหน้าที่) ก็ตื่นตัวกันหมดแล้ว" พี่หมิงเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ
"ได้ข่าวว่า ชอบแอบเช็กลูกน้อง..." กระจอกข่าวแซว
"เคยเช็กตั้งแต่สมัยอยู่ สน.ดินแดง ต้องการเช็กว่าสายตรวจไปถึงที่รับแจ้งเกิดเหตุกี่นาที เป็นการเช็กลูกน้องไปในตัวด้วย แต่ที่ สน.ห้วยขวาง ก็คิดๆ จะทำอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ทำสักที" พี่หมิง เผยวิธีตรวจสอบลูกน้องว่าทำงานเต็มร้อยหรือไม่
"สายตรวจ สน.ห้วยขวาง"... ทราบแล้วเปลี่ยน (อิอิ)



