
โฆษก ทบ.-มทภ.1จวกฝ่ายค้านหากินกับศพพลทหาร
ผบ.ทบ.พร้อมให้แพทย์ตรวจสอบศพพลทหารเพื่อพิสูจน์ความจริง เผยเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดี โฆษกทบ.ระบุแม่ทัพภาค 1 รักเหมือนลูกหลานไม่คิดทำร้าย เชื่อแพทย์สามารถพิสูจน์ความจริงได้ จวกฝ่ายค้านนำคนตายไปเป็นประเด็นการเมือง โฆษก ทบ.ย้ำกองทัพไม่มีเจตนาสลายการชุมนุม กกต.แ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีพลทหารอภินพ เครือสุข พลทหารที่เสียชีวิตในบ้านพักของ พล.ท. คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ว่า เรื่องนี้แม่ทัพภาคที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว เขาเป็นผู้บังคับบัญชาและเคยมีความรู้สึกที่สูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุเช่นกัน ขอยืนยันว่ากองทัพดูแลทหารประจำการอย่างดี ทุกคนอยู่ภายใต้กฎ ระเบียบ วินัย และความผูกพัน โดยเฉพาะพลทหารที่ได้รับคัดเลือกไปปฎิบัติงานใกล้ชิดผู้บังคับบัญชา อย่างกรณีพลทหารอภินพ ได้รับการคัดเลือกให้ปฎิบัติภารกิจใกล้ชิดแม่ทัพภาคที่ 1 ลองคิดดูว่าเอกสารข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับงาน เขาจะต้องเป็นผู้นำจากรถยนต์เข้าบ้าน และอำนวยความสะดวกผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นเรื่องความไว้วางใจที่สุด
“การเสียชีวิตของพลทหารอภินพ รายนี้กองทัพยินดีที่จะให้มีการผ่าศพพิสูจน์ได้ จะเป็นที่ไหนก็แล้วแต่ เพราะข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง รวมถึงปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ มีการชันสูตรศพอย่างละเอียดชัดเจนสามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นอะไร อยากให้รอผลการพิสูจน์จะเหมาะสมกว่า “พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่าส่วนกรณีที่มารดาของพลทหารที่เสียชีวิต เราก็เข้าใจในความรู้สึกของมารดาและญาติๆ หากว่ามีคนหนึ่งคนใดที่มีข้อมูลในลักษณะที่ต้องสงสัยหรือควรต้องตรวจสอบซ้ำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ที่ทางญาติต้องทำอย่างนั้น ทางกองทัพก็เข้าใจหัวอกของความเป็นแม่ ถ้าจะพิสูจน์ที่โรงพยาบาลไหนกองทัพก็ยินดี ทางกองทัพขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบวินัย แต่ก็มีความพยายามของนักการเมืองบางกลุ่มบางคนที่ต้องการนำเรื่องเสียชีวิตของพลทหารคนนี้มาผูกโยงกับทางด้านการเมือง กองทัพขอทำความเข้าใจว่าทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้โดยหลักฐานทางแพทย์
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมสรุปข่าวประจำวันได้รายงานถึงเรื่องการเสียชีวิตของพลทหารอภินพ หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ได้บอกว่าทุกสิ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยความคิดเห็นของแพทย์ สำหรับสิ่งที่สังคมตั้งข้อสงสัยกรณีที่นายกรัฐมนตรีเข้าไปปฎิบัติภารกิจแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและไปพักที่บ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 และมีพลทหารส่งข้อความเอส.เอ็มเอส. ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เป็นใครก็รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเป็นใครก็ต้องทำอย่างนั้นเป็นปกติ เพียงแต่เป็นประเด็นที่นักการเมืองบางคนอาจจะพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเอาการเสียชีวิตของพลทหารอภินพไปผูกโยงกับเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งกองทัพขอชี้แจงว่าไม่ใช่อย่างนั้น
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการลอบทำร้ายเพื่อปิดปากพลทหารอภินพ หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า พลทหารทุกนายอยู่กับแบบเป็นครอบครัวถ้าไม่มีกฎกติกา ไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีความผูกพันก็อยู่กันไม่ได้ โดยเฉพาะพลทหารที่คัดเลือกไปอยู่ใกล้ชิดผู้บังคับบัญชาแสดงว่าบุคคลิกลักษณะเป็นที่ต้องการของผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าจรรยาบรรณทางแพทย์จะเคลียร์กันได้ว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในเมื่อแม่ทัพภาคที่ 1 ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านรับรอง ความผูกพันกับพลทหารอภินพ จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การคัดเลือกพลทหารไปประจำตัวแม่ทัพภาคที่ 1 ต้องมีภารกิจอย่างอื่นด้วย เพียงแต่ภารกิจตรงนี้ให้ไปดูแลบ้านรับรองสำหรับนายกรัฐมนตรีที่เข้ามาพักในการปฎิบัติภารกิจ อย่าไปเข้าใจเป็นประเด็นอย่างอื่น
“ผมเป็นทหารมาตลอดชีวิต ดังนั้น พลทหารไม่ใช่ว่าจะเก็บกวาดเช็คถูบ้านเท่านั้น แต่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวลึกซึ้งโดยแบ่งมอบภารกิจใครทำอะไรอย่างไรใครถือกระเป๋าถือเอกสารมีความสัมพันธ์ส่วนตัวจึงเกิดความรู้สึกรักเหมือนลูกเหมือนหลาน”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าการเสียชีวิตของพลทหารอภินพฯ ฝ่ายค้านโยงเข้ามาเป็นประเด็นทางการเมือง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่อยากพูดว่ากลุ่มไหน เดี๋ยวจะเกิดความรู้สึกที่คิดเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เอาเป็นว่า มีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามที่จะทำอย่างนั้น แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักทางการแพทย์
โฆษก ทบ.ย้ำกองทัพไม่มีเจตนาสลายการชุมนุม
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวถึงกรณีที่ทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมาว่า จริงๆ แล้วทหารไม่ได้สลายการชุมนุม การชุมนุมของกลุ่มทางการเมืองบริเวณข้างทำเนียบรับบาลมีผู้ชุมนุมมากพอสมควร ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางกับทางกับกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ที่มีทั้ง ผบ.ทหารสูงสุด และผบ.ทบ. ซึ่งทางกอฉ.ได้ยืนยันมาตลอดว่า ไม่ต้องการสลายการชุมนุมเพราะเป็นสิทธิที่ถูกต้องในการชุมนุมได้ แม้ว่าอาจจะมีบางสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่น การจราจร แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้เดือดร้อนประชาชนส่วนใหญ่
แต่พื้นที่ที่เราควบคุมคือบริเวณ ดินแดน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจุดอื่นๆที่ไม่ใช่การชุมนุนม แต่เป็นบางส่วนของบุคคลที่เข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย และมีการนำรถแก๊สมาวาง และเผารถเมล์ ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร จึงจำเป็นต้องคลี่คลายสถานการณ์ และปฎิบัติภารกิจจากเบาไปหาหนัก ซึ่งเราขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสลายการชุมนุนม แต่เป็นการคลี่คลายสถานการณ์ในจุดที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
กกต.แนะหากทำประชามติต้องเร่งผ่านกม.สามวาระรวด
นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะทำประชามติเพื่อสอบถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองว่าเรื่องนี้โดยข้อกฎหมายแล้วสามารถทำได้ อีกทั้งกกต.ก็เคยจัดทำประชามติเพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มาแล้ว แต่การทำประชามติในส่วนที่รัฐบาลจะมีแนวคิดดังกล่าวนั้นก็ต้องถามว่าแก้ไขหรือไม่แก้ไขเท่านั้นหรือหากต้องการจะแก้ไขมาตราใดก็ต้องถามจุดประสงค์ของรัฐบาล เพราะหากระบุว่าแก้มาตรานั้นมาตรานี้ก็ไม่ถือว่าเป็นประชามติแต่หากมีคำถามว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะเข้าหลักเกณฑ์การจัดทำประชามติได้ ส่วนการนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้คืนสิทธิเลือกตั้งแก่นักการเมืองนั้น ก็สามารถทำได้ หากมีคำถามให้เลือกว่าจะนิรโทษกรรมหรือไม่
อย่างไรก็ตามขณะนี้กฎหมายประชามติยังอยู่ในกระบวนการของรัฐสภา ดังนั้นจึงต้องเร่งให้สภาเร่งกฎหมายดังกล่าวออกมาก่อนจึงจะจัดทำประชามติได้ หากรัฐบาลยังต้องการสอบถามประชามติในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือนิรโทษกรรมคดีการเมืองนั้นก็ต้องให้สภาเร่งผ่านสามวาระรวด ซึ่งหากรัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอก็สามารถดำเนินการได้ทันที
นางสดศรี ยังกล่าวถึงกรณีที่นายนพดล พลซื่อ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินซึ่งถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) และอาจมีผลให้พรรคถูกยุบพรรคตามมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญว่า คาดว่าในวันที่ 29 เมษายนนี้จะเข้าที่ประชุมกกต.เพื่อพิจารณาสถานภาพความเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดินของนายนพดลก่อนว่าจะมีผลให้พรรคเพื่อแผ่นดินต้องถูกยุบหรือไม่ จากนั้นกกต.ต้องดูข้อกฎหมายมาตรา 237 และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าการกระทำผิดของนายนพดลมีผลต่อการยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีการแก้ไขมาตราดังกล่าว



