
ยิงเลเซอร์ขู่ฟ้า...ขอฝน
เวิลด์วาไรตี้ : ยิงเลเซอร์ขู่ฟ้า...ขอฝน : โดย...วัจน พรหโมบล
ตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักการทำเกษตรกรรมในยุคหินใหม่เมื่อประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว ก็รู้จักการสังเกตฤดูกาลในแต่ละช่วงของปี เพื่อเริ่มต้นการเพาะปลูกให้เหมาะสมตามฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าฝนที่เป็นช่วงเริ่มต้นของการเพาะปลูกพืชหลายชนิด เพราะในสมัยนั้นมนุษย์ยังไม่รู้จักเทคนิคชลประทานชักน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก ดังนั้นน้ำฝนจึงเป็นตัวกำหนดปริมาณผลผลิตของแต่ละปี
และด้วยความผูกพันกับฝนจากธรรมชาติที่เป็นปัจจัยกำหนดชะตากรรมในแต่ละปี ทำให้เกิดวัฒนธรรมในหลายอารยธรรมโบราณซึ่งเกี่ยวกับการขอฝน ไม่ว่าจะเป็การบูชาเทพเจ้าเพื่อขอฝนด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งพิธีกรรมการแห่นางแมวเพื่อขอฝนในกรณีที่ฝนตกช้ากว่าฤดูกาลเพาะปลูกของชาวบ้านชาวนาในเมืองไทย
แต่ในยุคศตวรรษที่ 21 แนวคิดของมนุษย์ได้เปลี่ยนไปจากการอ้อนวอนขอฝนจากฟ้า ไปเป็นการ "บังคับ" ฝนให้ตกลงมา ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งสามารถทำความคิดดังกล่าวเป็นจริงขึ้นมาได้แล้ว
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ทีมงานนักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเจนีวา นำโดยนายเจอโรม กาสปาเรียน ได้ทดลองยิงเลเซอร์พลังสูงขึ้นฟ้านาน 133 ชั่วโมงจากห้องทดลองริมฝั่งแม่น้ำโรนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และพบว่าแสงเลเซอร์ได้ก่อให้เกิดกรดไนตริก (HNO3) ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งทำหน้าที่เป็น "กาว" ประสานความชื้นในอากาศให้เกาะตัวเข้าหากัน ก่อตัวเป็นหยดน้ำขนาดเล็กกว่าสามส่วนพันมิลลิเมตร
ซึ่งตรวจจับได้จากเรดาร์ตรวจอากาศ แต่หยดน้ำขนาดดังกล่าวยังไม่สามารถก่อตัวกลายเป็นเม็ดฝนที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะตกลงมายังพื้นโลกได้ ซึ่งเม็ดฝนที่ตกลงมายังพื้นโลกจะมีขนาดใหญ่กว่าหยดน้ำที่กลุ่มนักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเจนีวาสร้างขึ้นได้นับร้อยเท่า
แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับเป็นแรงกระตุ้นให้นักฟิสิกส์กลุ่มนี้พัฒนาเทคนิคในการเรียกฝนด้วยแสงเลเซอร์ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ยังเชื่อด้วยว่า การยิงแสงเลเซอร์ขึ้นสู่อากาศที่มีความชื้นสูงจะช่วยทำให้ฝนตกได้จริง และสามารถกำหนดพื้นที่ให้ฝนตกลงมาได้อีกด้วย และในทางตรงกันข้ามก็สามารถ "ห้าม" ฝนไม่ให้ตกในพื้นที่ใดๆตามที่ต้องการได้อีกด้วย



