
"พ่อ..เลือดเนื้อเชื้อไขเป็นตำรวจอาชีพ"
สมใจตระกูล "ดามาพงศ์" เมื่อ "บิ๊กอ๊อบ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะขึ้นเป็น ผบ.ตร.
"บิ๊กอ๊อบ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. รอเวลามา 4 ปี จึงได้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมตามความมุ่งมาดปรารถของบิดา- พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
ในยุทธจักรโล่เงินเมื่ออดีต พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ ถือว่าเป็นนายตำรวจมีผลงานการปราบปรามและการสืบสวนที่โดดเด่นหนึ่ง
สำหรับประวัติ พล.ต.อ.เสมอนั้น ได้เลือดตำรวจมาจากบิดา คือ ร.ต.อ.จำปา ดามาพงศ์ เมื่อเรียนจบหลักสูตรเตรียมทหารบกปีที่ 2 เสมอ ในฐานะสายเลือดตำรวจ จึงได้เลือกเรียนหลักสูตรนายร้อยทหารบกสายตำรวจ
ปลายปี 2488 เสมอเรียนจบหลักสูตรนายร้อยทหารบกสายตำรวจ ติดยศร้อยตำรวจตรี และท่านได้สมรสกับ พจนีย์ ณ ป้อมเพชร มีบุตร-ธิดา คือพงศ์เพชร ดามาพงศ์, พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์, พล.ต.ต.น.พ.พีระพงศ์ ดามาพงศ์, คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (บุตรบุญธรรม)
ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ "ลูกอ๊อบ" ได้เขียนคำไว้อาลัยถึงบิดาว่า
0 0 0
พ่อ...
ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินรอยตามพ่อของข้าพเจ้า พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ พ่อมีวิญญาณและเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นตำรวจอาชีพอย่างแท้จริง พ่อรักอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและอดทน เห็นประโยชน์สูงสุดของประชาชนและหน้าที่การงานเหนือความสุขส่วนตัว
ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ ก็เห็นพ่อทำงานหนัก พ่อไม่เคยย่อท้อแม้บางครั้งจะพบอุปสรรค พ่อรักตำรวจเป็นอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่มีคดีเกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบของพ่อ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการจับกุมคนร้าย พ่อจะต้องพยายามสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้ พ่อสอนข้าพเจ้าเสมอให้อ่อนน้อมถ่อมตน อย่าดูถูก และอย่ารังแกผู้อื่น
พ่อภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นราชองครักษ์พิเศษของกรมมหาดเล็กรักษาพระองค์ และได้มีโอกาสถวายอารักขาองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถตลอดชีวิตรับราชการ พ่อบอกว่าสมใจ เมื่อข้าพเจ้าและน้องชายได้เจริญรอยตามพ่อ และน้องสาวข้าพเจ้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 'จตุตถจุลจอมเกล้า' เป็นคุณหญิง ตามที่พ่อปรารถนา
พ่อเป็นผู้มองการณ์ไกล ฉลาด และรอบคอบ พ่อรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร คนไหนดีหรือไม่ดี พ่อวางรากฐานให้ลูก เมื่อปฏิบัติตามพ่อแล้วไม่มีพลาด ข้าพเจ้าจำได้ไม่มีวันลืม และรู้ว่าสิ่งใดที่พ่อต้องการพ่อชอบจะปฏิบัติตามและเชื่อฟังพ่อตลอดไป
รักและคิดถึงพ่อเสมอ
อ๊อบ
0 0 0
วันนี้บนถนนสายตำรวจ พล.ต.ท.เพรียวพันธ์ เดินทางตามรอยบิดามาจนใกล้ถึงฝั่งฝันแล้วคือตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"
แต่กว่าจะถึงจุดนี้ได้ 'นายพลอ๊อบ' ได้พิสูจน์ตัวเองตั้งแต่ในสถาบันการศึกษา และองค์กรตำรวจ ให้ผู้คนได้ประจักษ์แล้วในผลงาน
ปี 2527 ขึ้นเป็น รอง ผกก.2 ป. ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็ติดยศ 'พ.ต.อ.' เป็นผกก.ประจำ กอ.รมน. ก่อนจะไปเป็น ผกก.ประจำ ป. ในปี 2535 เป็น รอง ผบก.ทท. และรอง ผบก.ป. ในปีเดียวกัน
ปี 2537 ได้รับการติดยศเป็น 'นายพล' ที่ บช.ศ. และอยู่ได้เพียงปีเดียวก็ย้ายไปเป็น ผบก.สตม. ต่อมาอีก 2 ปีขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบช.ก. ในปี 2541 เป็น รองผบช.ก.นั่งเก้าอี้ได้เพียง 2 ปี ก็ได้ติดยศ พล.ต.ท. ในตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)
ในตำแหน่ง ผบช.ปส. นี่แหละที่ทำให้คนไทยได้รู้จักชื่อ 'เพรียวพันธ์' ในบทบาทมือปราบยาบ้า ที่สร้างผลงานอันลือลั่นไว้หลายคดี
คนสีกากียอมรับว่าเขาเป็นนายตำรวจสายบู๊คนหนึ่ง และเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิปรมาจารย์สืบสวนสอบสวน คือ พล.ต.อ.ประยูร โกมารกุล ณ นคร อดีตกรมวังผู้ใหญ่ และ พล.ต.ท.ธนู หอมหวล อดีต ผบช.ก.
แต่หากมองย้อนกลับไปที่ตัวบิดา 'บิ๊กอ๊อบ' ก็ต้องถือว่าเขาถอดแบบ 'มือปราบ' มาจาก พล.ต.ท.เสมอ อย่างมิต้องกังขา
เส้นทางของ 'บิ๊กอ๊อบ' ผ่านทั้งนครบาล กองปราบปราม ท่องเที่ยว ตรวจคนเข้าเมือง สอบสวนกลาง และปราบปรามยาเสพติด หากวันข้างหน้า เขาจะก้าวขึ้นเป็น ผบ.ตร. ก็น่าจะมาจากประสบการณ์และความสามารถที่ฝากไว้ในยุทธจักรโล่เงิน
อย่างไรก็ดี มิอาจปฏิเสธคำครหาที่ว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้มาเพราะบารมีลูกสาวคนสุดท้องของ พล.ต.ท.เสมอ ที่ชื่อคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร!!



