ข่าว

'ชูวิทย์'ยันบริสุทธิ์ใจแฉบ่อนสุทธิสาร

'ชูวิทย์'ยันบริสุทธิ์ใจแฉบ่อนสุทธิสาร

02 ก.ย. 2554

"ชูวิทย์" โพสผ่าน facebook แฉบ่อน "สุทธิสาร" ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แช่งคนกล่าวหาให้วิบัติ จเรตำรวจเรียก 7 รอง ผบช.น.+โฆษก บช.น.ให้ข้อมูลบ่อน "นครบาล" ตั้งคณะทำงานสอบสวน"เอาผิด" ตำรวจสุทธิสาร

           2ก.ย.2554 เมื่อเวลา 19.17 น.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้ารักประเทศประเทศ โพสข้อความผ่านเว็บไซต์ facebook  ชื่อ "ชูวิทย์ รักประเทศไทย"  เรื่อง  "ใครได้ประโยชน์"  ความว่า 

            "เมื่อผมอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 ประเด็นหลักของผมในวันนั้นที่จะอภิปรายคือ “อบายมุข” เพราะผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลพูดถึงเรื่องอบายมุขน้อยเต็มที แค่บรรทัดครึ่ง ในขณะเดียวกันรัฐบาลนำเรื่อง “ยาเสพติด” เป็นวาระแห่งชาติโดยถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่จะจัดการภายในปีแรก

             ผมนำเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่ส่งให้ผมเกี่ยวกับ “บ่อนการพนัน” แห่งหนึ่ง ตรงถนนรัชดาฯ ใจกลางกรุงเทพฯ นี่เอง มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอบายมุขมาเป็นจำนวนมากแต่ผมเลือกเอาบ่อนการพนันแห่งนี้เพราะว่ามันใหญ่โตมโหฬารและชัดเจน ผมได้ให้ “สายลับ” ของผมแฝงตัวเข้าไปเป็นนักเล่นและทำการถ่ายวีดีโอคลิปโดยใช้อุปกรณ์พิเศษเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเข้าไปถ่ายในคืนวัน ศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2554 ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยสามารถถ่ายภาพบรรยากาศภายใน นักเล่น ตู้สล็อตแมชชีน รวมทั้งการพนันชนิดต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมาก โดยนักเล่นการพนันขณะนั้นมีจำนวนหลายร้อยคน มีอาหารเครื่องดื่มเสิร์ฟ มีพนักงานใส่ชุดยูนิฟอร์ม มีการตกแต่งอย่างหรูหรา ประการสำคัญ

            บ่อนนี้อยู่ใจกลางเมือง อยู่บนถนนรัชดาฯ ห่างจากถนนใหญ่ไม่เกิน 100 เมตร ทางเข้าสะดวกสบายใกล้เคียงสี่แยกห้วยขวาง เปิดการพนันเล่นกันอย่าง “เย้ยฟ้าท้าดิน” ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ และเปิดมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว โดยย้ายมาจากสถานบริการชื่อ โคลอนเซ่ หัวมุมพระราม 9 ตัดรามคำแหง ซึ่งที่นั่นเปิดมาร่วมปี ยิ่งใหญ่ขนาดไหนและมีอิทธิพลขนาดไหน เอาเป็นว่ามีการพิมพ์โบรชัวร์แจกสถานที่ตั้ง มีวินแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์ และรถรับส่งผู้เล่น การเข้าออกก็สะดวกสบายเพราะไม่มีการสอบถาม โดยจะเล่นแบบเสรี ทั้งแม่จูงลูกเข้าไปเล่น เยาวชนนักศึกษา ที่สำคัญ เปิดกันอยู่ตรงข้ามโรงเรียนกุนนที และยังแอบอ้างว่าใครเป็นเจ้าของบ่อน

             พอผมอภิปรายเรื่องนี้จบ ก็เกิดความวุ่นวายระส่ำระสายอย่างหนักในตำแหน่ง ผบ.ตร. และผู้รับผิดชอบในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนบ่อนการพนันทั่วไปในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก็ได้ปิดไป รวมทั้งบ่อนอิทธิพลแห่งนี้ มีการขนย้ายของอุปกรณ์ของบ่อนการพนันแห่งนี้ภายหลังจากวันอังคารที่ผมอภิปราย โดยคืนวันอังคาร คืนวันพุธ คืนวันพฤหัส มีการขนย้ายกันตลอดในช่วงเวลากลางคืน ส่วนทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ท่านก็ใจถึงบอกว่าสอบสวนแล้วไม่ปรากฏว่ามีบ่อนแต่อย่างใด ผบ.ตร. ก็รีบแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” โดยให้รายงานผลภายใน 7 วัน อย่างไรก็ดี การตรวจสอบเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขนาดว่าผมพูดวันอังคาร วันศุกร์ตอนเช้าตำรวจถึงจะไปดูสถานที่ เมื่อตำรวจไปถึง บ่อนการพนันซึ่งเคยยิ่งใหญ่ หรูหรา มโหฬาร ก็ไม่เหลือสิ่งใดเลย แม้กระทั่งฝ้า พรม และสิ่งต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์ได้ถูกขนย้ายออกไปจนหมดสิ้น

             การพูดของผมได้รับการโหวตว่ามีประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยยกย่องให้ผมเป็นถึงดาวสภาฯ ในการอภิปรายวันนั้น พรรคของผมที่มี ส.ส. เพียง 4 คน และการอภิปรายโดยใช้เวลา 15 นาทีของผม ส่งผลสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วประเทศ จนกระแสทำให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องออกมายอมรับว่ามีบ่อนการพนันในพื้นที่ สน.สุทธิสาร ตามที่ผมอธิบายไว้จริง สังคมสนันสนุนชื่นชมการทำงานของผมหรือพรรครักประเทศไทยมากกว่า นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะหรือพรรคประชาธิปปัตย์ ซึ่งมุ่งโจมตีทางการเมืองเป็นหลัก 

            หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ผบ.ตร. ได้รับแรงกดดันในการรับผิดชอบ และตำแหน่งซึ่งฝ่ายการเมืองต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง

            การณ์กลับกลายเป็นว่า ผมกลายเป็นผู้ “ชงเรื่อง”  หรือเป็น “สุนัขรับใช้” ผมกลายเป็นผู้ทำคุณบูชาโทษ สื่อมวลชนที่คิดว่าผมล้ำลึกถึงขนาดวางแผนร่วมกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โดยการเปิดประเด็นบ่อนการพนันเพื่อโยกย้าย ผบ.ตร.  ผมได้กลับกลายเป็น “จำเลยของสังคม” ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

            โดยที่สื่อมุ่งประเด็นทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของสังคม พวกเขาเหล่านั้นโต้แย้งผมโดยบอกว่า

            ทำไมผมไม่พูดถึงบ่อนอื่น ทำไมต้องเป็นบ่อนนี้?

            ทำไมผมไม่พูดถึงเรื่องนโยบาย แต่มาพูดเรื่องบ่อนการพนัน?

            หากท่านได้ฟังการอภิปรายของผมในวันนั้น จะเห็นว่าผมพูดในเรื่องนโยบายของรัฐเรื่องอบายมุขซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งบ่อนนี้อยู่ใจกลางเมือง อยู่ตรงข้ามสถานศึกษา เปิดกันโจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวอิทธิพล แอบอ้าง บ่อนการพนันเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมซึ่งแน่นอนว่าเป็นบ่อเกิดของอบายมุขและยาเสพติดทุกชนิด แทบทุกคนแม้แต่สื่อมวลชนก็ทราบว่ามีบ่อนการพนันแห่งนี้อยู่ แต่ไม่มีใคร “กล้า” เพียงพอที่จะพูด เมื่อผมนำมาอภิปรายในสภาฯ ในวาระสำคัญ คือการแถลงนโยบายของรัฐ ผมกลับกลายเป็นมือไม้ให้กับรัฐบาล ทั้งๆ ที่ผมอยู่ฝ่ายค้าน หน้าที่ผมคือตรวจสอบรัฐบาล เมื่อท่านเห็นว่าผมมีเบื้องหลัง มีวาระแอบแฝง ท่านต้องดูด้วยว่าประโยชน์ของสังคมมีหรือไม่ ผมได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมหรือไม่จากการอภิปรายของผม มากกว่าที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไปแบบไม่มีหลักฐาน และไม่สร้างสรรค์ ผมเสนอเรื่องนี้มาเพื่อให้ปรับปรุงการทำงานซึ่งเห็นอยู่ว่ามีหลักฐานและเป็นข้อมูลใหม่เนื่องจากผมได้นำหนังสือพิมพ์ มีวันที่ระบุ มีหัวพาดข่าวชัดเจนว่าเป็นวันใด ในวีดีโอคลิปขณะที่ถ่ายทำในบ่อนด้วย

            แต่เปล่าเลย สื่อมวลชนซึ่งทุกวันนี้แบ่งข้างแบ่งสีกันชัดเจน มุ่งตรงไปที่ประเด็นการเมือง การโยกย้าย มากกว่าประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม กล่าวหาผมอย่างไร้จริยธรรม

            ท่านแน่ใจหรือ? ว่าผมรับงานเปิดประเด็นเรื่องนี้เพื่อโยกย้าย ผบ.ตร. หากผมไม่ได้แม้แต่จะคิดแล้วท่านมากล่าวหาผมแบบนี้ ท่านไม่คิดว่าท่านได้ทำลายความตั้งใจในการทำงานของผมลงไปอย่างหมดสิ้น แต่ในเมื่อ “สันดาน” ของพวกท่านเป็นอย่างนั้น ท่านอยู่ใกล้กับสิ่งสกปรกโสมมและอาจรมจนกระทั่งท่านคุ้นเคยกับกลิ่นเหล่านี้ มันแทรกซึมอยู่ในทุกอณูในหัวสมองของท่าน ท่านไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากกลิ่นเหล่านี้และคิดอะไรที่สร้างสรรค์ได้ ผมไม่ใช่คนที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ขอบอกว่า ที่ท่านกล่าวหาผมว่ารู้เห็นเป็นใจ มีเบื้องหลัง ขอบอกว่าท่านมีสิทธิ์คิด แต่ท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะผลักให้ผมเป็นแบบนั้น ผมมีศักดิ์ศรีของผมเช่นกัน

            วันนี้ท่านไม่แน่ใจไม่เป็นไร เมื่อท่านตราหน้าผมไว้ วันข้างหน้าความจริงต้องปรากฏว่าผมทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจและเพื่อประโยชน์ของสังคม ผมขอสาปแช่ง หากผมมีใจคิดปฏิบัติแม้แต่น้อยในการวางแผนในการเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร. หรือทำงานรับใช้ด้วยความไม่จริงใจกับประชาชน ขอให้ผมวิบัติไม่มีความสุขความเจริญทั้งครอบครัวผม แต่หากผมได้ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมขอให้ท่านที่กล่าวหาผมจงวิบัติฉิบหายอย่างที่ผมได้สาปแช่งไว้ ทุกประการ"

 

เรียก7รองผบช.น.-โฆษกให้ข้อมูลบ่อน          

 

            ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ ฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบบ่อนการพนันในย่านรัชดาฯ ได้เรียก รอง ผบช.น. จำนวน 7 นาย และโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เข้าให้ปากคำกรณีบ่อนในท้องที่สุทธิสาร ตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย นำมาเปิดเผยในสภาฯ ซึ่ง รอง ผบช.น.ทั้ง 7 นายประกอบด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว และพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.

            พล.ต.อ.สถาพร กล่าวว่า วันนี้ได้เรียก รอง ผบช.น. ทั้ง 7 นาย และโฆษก บช.น. รวมทั้งสิ้น 8 นาย เข้ามาให้ปากคำ ซึ่งมีเพียงพล.ต.ต.อำนวย เท่านั้นที่ไม่ได้เดินทางมา ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า นายตำรวจที่เรียกมาทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับอบายมุข ในฐานะที่ บช.น.เป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ แต่จะมากน้อยอย่างไรต้องทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยในวันนี้จะสอบปากคำในประเด็นความรับผิดชอบของแต่ละคนในการควบคุมดูแล และการเข้มงวดกวดขันในการลงพื้นที่ โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่ และผู้ที่รับผิดชอบงานด้านอบายมุข ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลและรายงานให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ทราบได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งในส่วนของ บช.น.อาจจะมีความผิดฐานปล่อยปละละเลย จะต้องตรวจสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

            พล.ต.อ.สถาพร กล่าวอีกว่า ได้ประสานขอข้อมูลเรื่องบ่อนการพนันจาก ป.ป.ท. แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นความลับ จึงต้องมีการสืบสวนกันต่อไป รวมถึงบ่อนพระราม 9 ด้วย เนื่องจากได้รับข้อมูลมาว่าเป็นการย้ายมาจากสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ บช.น.ได้ตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องนี้อีกชุดหนึ่ง เพื่อตรวจสอบความผิดทางอาญา ว่ามีใครที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และใครที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบ โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ซึ่งจะปฏิเสธความผิดไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่รับผิดชอบดูแลปราบปรามด้านอบายมุข โดยสัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่ บช.ก.ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการลงมา

            เมื่อถามว่า พล.ต.ต.ปิยะ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร พล.ต.อ.สถาพร กล่าวว่า การที่โฆษก บช.น. ออกมาแถลงข่าวว่าในพื้นที่ บช.น.ไม่มีบ่อนการพนัน จะทำการสอบถามว่าได้รับข้อมูลมาจากไหนอย่างไร พร้อมทั้งสอบถามว่าได้มอบอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบให้กับใครไปบ้าง นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าจะเรียกเจ้าหน้าที่ของ บช.ก. มาสอบสวน ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการลงมา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(กก.ดส.บช.น.) ได้เรียกมาสอบสวนไปแล้ว ได้ข้อมูลมาพอสมควรแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

            “ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการขนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนันไปในย่านพื้นที่จ.ปทุมธานี ผมได้ให้ตำรวจ สภ.องครักษ์ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นไม่พบตามที่มีการนำเสนอข่าวไป พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มีการถมดินและเป็นพื้นที่ว่างเปล่า แต่ก็ไม่ได้ละเลยต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับเจ้าของอาคารสถานที่จะต้องให้บช.น.เป็นผู้เชิญตัวมาสอบปากคำ ผมดูแลในส่วนของตำรวจเท่านั้น แต่ถ้าเจ้าของอาคารสถานที่มีส่วนรู้เห็นหรือเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย” พล.ต.อ.สถาพร กล่าว

 

ตั้งคณะทำงานสอบเอาผิดตร.สุทธิสาร       

 

           เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 กันยายน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนพนันในพื้นที่ว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนของสน.สุทธิสาร ขอข้อมูลที่จะดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ปล่อยให้มีการเล่นพนัน โดย ผบช.น.มอบหมายให้กำกับดูแลการสอบสวน พร้อมทั้งวางมาตรการในการดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ สน.สุมธิสาร และท้องที่อื่นๆ ที่มีบ่อนพนัน

           “การตั้งชุดสอบสวนครั้งนี้จะไม่ซ้ำซ้อนกับการสอบสวนของจเรตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นการดำเนินการเอาผิดทางอาญา ซึ่งในส่วนของจเรตำรวจแห่งชาติจะสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง " พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวและว่า

           เรื่องนี้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร.มีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว จึงเร่งสั่งการให้สอบสวนเพื่อเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งสนับสนุนให้เล่นการพนัน ส่วนข้อมูลในเบื้องต้น ยังคงต้องรอให้ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ส่งหลักฐานรายละเอียด ทั้งนี้ ไม่ได้มีการวางกรอบระยะเวลาแต่จะดำเนินการสอบสวนให้เร็วที่สุด