
'เฉลิม'โวนัด'ตู่'ทานข้าว4ก.ย.นี้
'เฉลิม'ไม่รู้ขบวนการล้มรบ. เผย 4 ก.ย.นัด 'ตู่'กินข้าวที่บ้าน ฉะยาเสพติดระบาดในเรือนจำ เพราะรบ.ที่แล้วทำงานไม่เป็น เตรียมดึง ตชด.ร่วมงาน เล็งเปิดตู้ปณ.ร้องทุกข์
2 ก.ย.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดประเด็นว่าจะมีกระบวนการล้มรัฐบาลหลังจากวันที่ 5 ธันวาคมว่า ยังไม่ได้รับข้อมูล แต่ในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. จะมีการนัดรับประทานอาหารที่บ้านของตน ดังนั้นต้องขอคุยกันก่อน
เมื่อถามว่า มีการเปิดเผยว่ามีทั้งกลุ่มการเมืองเก่ากับอำนาจนอกระบบ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพราะยังไม่ทราบ
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการเลือกตั้งถูกต้องตามกระบวนการแล้วปัญหาการเลื่อยขาเก้าอี้ ทำไมยังเกิดขึ้นอีก รองนายกฯกล่าวว่า " ลำบากเพราะพรรคประชาธิปัตย์ยังทำใจไม่ได้ แพ้เยอะ ผมคิดว่าจะชนะแค่ 30 ที่นั่ง แต่นี่โอ้โห! แพ้เป็นร้อย ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายที่จะสร้างอำนาจทางราชการ และไม่มีนโยบายไปแทรกแซงสื่อ เพราะเรารู้ว่าถ้าทำอย่างนั้นจะแพ้ เราต้องสร้างผลงานแก้ไขปัญหาความยากจน และยาเสพติด” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ข่าวที่ตนอ่านแล้วไม่สบายใจ ไอ้พวกบุกรุกป่า ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ดำเนินคดีไม่ได้ อีกทั้งเรื่องของยาเสพติด ตนก็จะปฏิบัติการเชิงรุกควบคู่ เมื่อปราบปรามแล้วต้องมีมาตรการยึดทรัพย์ และพวกค้ายาเสพติดเมื่อฟังข่าวแล้วให้เลิกซะ นอกจากนี้ตนจะเปิดตู้ปณ.ร้องทุกข์ ฉะนั้นตำรวจหน่วยไหนที่หย่อนยาน ตนทราบและมีวิธีการเช็ค และหลังจากที่ตนไปกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแล้ว จะให้ตำรวจตระเวนชายแดนเป็นพระเอกในยุคที่ตนรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะตชด. ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ทำผิดกฎหมาย
ดังนั้นจึงอยากจะเอาเขามาทำงาน และนำมาแก้ปัญหายาเสพติด แนวชายแดน แรงงานต่างด้าว และเรื่องของการขโมยรถยนต์ไปขายต่างประเทศ ส่วนพวกตำรวจที่ทำความผิด คงหนาว ๆ ร้อน ๆ มาตามกัน ส่วนพวกตำรวจที่ทำดีก็อยู่สบาย
เมื่อถามว่า ปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ยังค้ายาเสพติดอยู่ในเรือนจำจะสามารถปราบได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้คุยกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้ว เราจะเชิญผู้ค้ายาเสพติดมาอยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วก็ตัดสัญญาณโทรศัพท์ เท่านั้นก็จบรัฐบาลที่แล้วทำไม่เป็น
“เฉลิม”มั่นใจไม่ผิดหวังเลือกเพรียวพันธ์นั่งผบ.ตร.
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพราะนายถวิลเป็นเลขานุการศูนย์อำนวยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ซึ่งหากใช้เหตุผลนี้ต้องโยกย้ายคนที่เกี่ยวข้องกับศอฉ.ทั้งหมดหรือไม่ว่า ไม่ใช่ คนละเรื่อง ต้องดูลักษณะงาน เพราะนายถวิลเป็นเลขาธิการสมช. ต้องนั่งทำงานในคณะรัฐมนตรี ส่วนที่หากวันนี้นายถวิลอยู่กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มาจะเปลี่ยนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า มันคนละเรื่องอย่าไปคิดหรือโยงถึงแม่ทัพนายกอง ตนไม่ได้คิดอย่างนั้น เอาเฉพาะว่าเลขาธิการสมช.นั่งทำงานกับประชาธิปัตย์ พอเราเป็นรัฐบาลมานั่งทำงานกับเราอีก ในความเป็นไปได้มันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่าไปคิดมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายถวิลระบุว่าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนักการเมืองก็เหมือนกัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เราต้องปรับเปลี่ยนให้พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เพื่อเอา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.มาปราบยาเสพติดและปราบอาชญากรรมคู่กับพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.ไม่ได้มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น
เมื่อถามว่าในอดีตที่ผ่านมาเลขาธิการสมช.ไม่เคยมีตำรวจมาทำงานนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อันนี้ไม่จำเป็น แล้วแต่รัฐบาลมีนโยบายที่จะไขปัญหาส่วนรวมของประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะให้ความเป็นธรรมกับนายถวิล อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯจะพิจารณา เพราะตนได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้เสนอ ตนก็เสนอ
เมื่อถามว่าจะย้ายเลขาธิการสมช.ไปตำแหน่งใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องทำให้ดูดี แต่ถ้าตนเป็นนายถวิล ตนจะทำบันทึกขอย้ายตัวเอง ตรงนี้พูดกันตรงไปตรงมา
ต่อข้อถามที่ว่า จากเดิมที่จะให้ พล.ต.อ.วิเชียร ไปเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วทำไมจึงเสนอให้มาเป็นเลขาธิการสมช. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่เหมาะสมกับ พล.ต.อ.วิเชียร เพราะเป็นนักวางแผน นักการข่าว เขียนหนังสือเก่งและจบปริญญาโทจากนิด้า แต่เรื่องปราบปรามไม่ถนัด
เมื่อถามว่าถ้าอย่างนั้นข้าราชการที่เป็นตำแหน่งสำคัญที่ทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ จะถูกโยกย้ายทั้งหมดหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงไม่ จะย้ายทั้งหมดได้อย่างไร ย้ายไปย้ายมาก็อยู่ที่เก่า พวกกันทั้งนั้น
เมื่อถามถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญดูเรื่องการสอบสวนจำเป็นต้องโยกย้ายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ได้รับผิดชอบกระทรวงยุติธรรมโดยตรง ได้แต่กำกับดูแล ต้องถามพล.ต.อ.ประชา พรมนอก รมว.ยุติธรรม
ส่วนขั้นตอนที่จะให้ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ตช.) เสนอชื่อพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นผบ.ตร.ตัวจริงอีกนานหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าพล.ต.อ.วิเชียร มาเป็นเลขาธิการสมช.ต้องดูว่าตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ คือ หาก พล.ต.อ.วิเชียรพ้นตำแหน่งมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ในฐานะรองผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ต้องรักษาการโดยหลักปฏิบัติหลังจากนายกฯในฐานะประธานต้องเรียกประชุมซึ่งเมื่อไหร่ก็สุดแต่นายกฯ รับรองได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ทำอะไรฝืนกฎประเพณีและกฎระเบียบ อย่างที่รัฐบาลที่แล้วทำ
“อย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าโยกย้าย ผบ.ตร.ต้องชี้แจงสังคมได้นั้น ผมชี้แจงได้ ให้เรียบร้อยผมชี้แจงได้ หากนายอภิสิทธิ์อยากทราบขั้นตอนเป็นอย่างไรก็ตั้งกระทู้สดถามผม”รองนายกฯ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า "มีคนโทรศัพท์บอกตนว่ามีนายแพทย์คนหนึ่งไปให้สัมภาษณ์ ทวงความเป็นธรรมให้ดาบยิ้มก็หมายกระทบตน เหตุเรื่องนี้เกิดปี 2544 ศาลยกฟ้องปี 2547ด้วยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ว่าลูกชายตนไม่ผิด คดีจบมา 7 ปี หมอไปอยู่ไหนมาเพิ่งมาทวงความเป็นธรรม เหตุเกิด 10 ปี คดีเกิด 7 ปี มาทวงความเป็นธรรมช้าไป ถ้าหมอมีข้อมูลก็ไปให้ประชาธิปัตย์ เขาจะได้ถามตนในสภา หมอไม่น่าเล่นการเมืองนอกสภา เพราะตนผ่านการเลือกตั้ง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดบ่อนในประเทศจะหมดไปหรือไม่ ถ้ามีการโยกย้ายแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มานั่งตำแหน่ง ผบ.ตร. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า วันนี้ก็หมดแล้ว ยังเหลืออีก 3 บ่อนที่เล่นคือ บ่อนบางซื่อ บ่อนลอยฟ้า และบ่อนกิ่งเพชร ที่จับยากเพราะว่ามีความสลับซับซ้อนโดยเฉพาะบ่อนบางซื่อ ที่มี 8ชั้น 9 ชั้น และมีชาวบ้านเป็นเกาะกำบัง ส่วนบ่อนลอยฟ้าและบ่อนกิ่งเพชรก็จับยาก แต่ไม่ต้องห่วงถ้าจับไม่ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถเล่นได้ เพราะเราตั้งด่านสกัด ตนเข้าใจดีว่าวิธีการควรจะทำอย่างไร แต่ 3 บ่อนนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งขณะนี้ตู้ม้าเรียบร้อยหมดแล้วทั้งประเทศ และไม่ได้หมดเพียงชั่วคราวถ้าตนยังทำหน้าที่ตรงนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อุปกรณ์ตู้ม้าที่จับมาได้ทำไมไม่นำไปทำลายให้หมด รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องแล้วแต่ศาลสั่ง ตำรวจจับแล้วไม่สามารถนำไปทำลายได้ ต้องมีการร้องให้ศาลสั่งทำลาย และเจ้าของสามารถเรียกร้องคัดค้านได้ เพราะตู้เหล่านี้ถ้านำไปวางไว้โดยไม่เสียบปลั๊กจะไม่มีความผิด
เมื่อถามต่อว่า หาก ผบ.ตร.คนใหม่ ไม่สามารถทำงานได้ตามนโยบายของรัฐบาลจะจัดการอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า ท่านต้องรับผิดชอบต้องทำให้ดีกว่าที่ตนคิดไว้ เพราะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นตำรวจที่ไม่รับเงิน และเป็นตำรวจมือปราบ อีกทั้งยังเติบโตมาจากยุทธจักรของนักเลง ส่วน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ก็เช่นกัน ตนคิดว่าใช้คนถูกกับงานแล้ว บ้านเมืองจะดีขึ้นแน่



