ข่าว

'มาร์ค'ชี้รบ.จ้อเหตุเด้ง'วิเชียร'.

'มาร์ค'ชี้รบ.จ้อเหตุเด้ง'วิเชียร'.

02 ก.ย. 2554

'อภิสิทธิ์' ชี้ รัฐบาล ย้าย 'วิเชียร - ถวิล' ไม่พลิกความคาดหมาย แต่ต้องแจงสังคมให้ได้

        2 ก.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรอยู่เหนือความคาดหมายว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแต่การกระทำเช่นนี้ กระทบกับตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในปัจจุบัน

         "เรื่องดังกล่าวต้องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันอังคารนี้ ตนเองยังไม่ทราบว่า นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาฯสมช. คนปัจจุบัน จะไปนั่งในตำแหน่งใด ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงเหตุผลการโยกย้ายทั้งหมดให้ชัดเจน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

"สาธิต" ขอ ก.ต.ช. ออกมาปกป้อง "วิเชียร"

           นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกาารปลด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง และดัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มานั่งแทน ว่า รัฐบาลมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อเห็นว่าบุคคลใดที่สามารถทำงานสนองนโยบายของรัฐบาลได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าว แต่ตนอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ออกมาปกป้อง หรือเรียกร้องเพื่อหาความยุติธรรมให้เกิดขึ้น

          "เพราะที่ผ่านมาเวลามีการแต่งตั้งโยกย้าย ก็ไม่อยากให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง โดยตำรวจควรที่จะออกมาปกป้อง พล.ต.อ.วิเชียร เพราะไม่มีความผิด เพราะไม่เช่นนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ หรือเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ไม่พ้นต้องเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่อยไป" สาธิต กล่าว

 

 

"หมอตุลย์"แถลงค้านปลด"วิเชียร"ถาม"ชูวิทย์"แฉบ่อนให้"เฉลิม"รับลูก

        นายแพทย์ ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดิน อ่านแถลงการณ์คัดค้านการปลดพล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.โดยไม่มีเหตุผลอันควร พร้อมชูป้ายไม่เอาระบอบทักษิณ และให้กำลังใจว่า การที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการปลดผบ.ตร.คนปัจจุบันออกตำแหน่งดังกล่าว โดยอ้างคำอภิปรายของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย กรณีที่มีการปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนในเขตนครบาล

        อีกทั้ง ยังมีการพิจารณาแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ถือว่าเป็นการใช้อำนาจแทรกแซงข้าราชการประจำโดยไม่มีเหตุอันควร อันเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และพรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

        “การจะปลดออกต้องโอนย้ายไปหน่วยงานอื่น ตามมาตรา 62 พรบ.ตำรวจแห่งชาติ 47 เจ้าตัวต้องสมัครใจและส่วนราชการส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการรับโอนผู้นั้น ซึ่งการโยกย้ายตำแหน่งพล.ต.อ.วิเชียร ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว มิได้เกิดจากความเต็มใจ หากไม่ถูกดันจากร.ต.อ.เฉลิม คงไม่คิดจะขอย้ายออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องบ่อนที่เปิดในเขตนครบาล ล้วนเปิดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.อยู่ขณะนั้น หากเป็นความผิดจริงขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถือเป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล เพื่อแต่งตั้งคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว” นายแพทย์ตุลย์ กล่าว

        นายแพทย์ตุลย์ กล่าวต่อว่า การกระทำของ ร.ต.อ.เฉลิม ถือว่าเป็นการขัดต่อกฎหมาย มาตรา 266 (2) ประกอบมาตรา 268 ยกเว้นให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำ ซึ่งต้องเป็นไปตามนโยบายและกฎหมายบัญญัติ ที่ระบุว่าการตั้งแต่งโยกย้ายต้องเป็นธรรม อีกทั้งการตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งมีความเกี่ยวดองเป็นเครือญาติของนายกรัฐมนตรี ฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ย่อมถือว่าได้ผลประโยชน์ทางอ้อม ขอเสนอให้ พล.ต.อ.วิเชียร ฟ้องร้องศาลปกครองในกรณีดังกล่าว

        นายแพทยตุลย์ กล่าวต่ออีกว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอ้างว่า เป็นการคืนความเป็นธรรมให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ที่เคยถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นธรรมหลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 เป็นการอ้างไม่ครบถ้วน โดยมิได้พูดถึงการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ข้ามอาวุโสหลายลำดับ ครั้งเมื่อดำรงตำแหน่ง ผบช.ปส. จนกระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.และรองผบ.ตร.

        ส่วนการที่นายชูวิทย์ ออกมาอภิปรายนโยบายต่อรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ส.ค.นั้น ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการอภิปรายนอกประเด็น หลงเวลา แต่กลับได้รับความสนใจจากรองนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ประชาชนสงสัยในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้ง 2 เนื่องจากว่า การอภิปรายดังกล่าวเป็นการเปิดประเด็นเพื่อให้ ร.ต.อ.เฉลิม นำไปใช้กดดัน ผบ.ตร.ให้ลาออก ซึ่งยังไม่ได้พูดถึงบ่อนบริเวณ ถนนพระราม 3 ซอย 66 น่าติดตามว่าใครเป็นเจ้าของบ่อนนี้

        "เครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินขอคัดค้านการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายราชการประจำ โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจอย่างไม่มีเหตุผล ถือเป็นการทำรายระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาล เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล จึงได้มีการโยกย้ายพวกพ้องเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างไม่มีวันสิ้นสุด สมควรหยุดระบบอันเลวร้ายนี้เสียที ไม่ใช่สร้างเรื่องข่าวกดดันให้ออกจากตำแหน่งอย่างที่เป็นอยู่ หวังว่าต่อไปนี้จะไม่มีการย้ายข้าราชการล้างบางอย่างที่มีผู้ใช้อำนาจปัจจุบันประกาศไว้ อันเป็นการขัดต่อคำมั่นที่นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ว่า "แก้ไขไม่แก้แค้น"" นายแพทย์ตุลย์ กล่าว

 

 

"ชทพ."ชี้โยก'บิ๊กน้อย' เข้ากรุสมช.ธรรมชาติการเมือง ชมสปิริตเยี่ยม
 
        นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา  แถลงว่า พรรคชาติไทยพัฒนารู้สึกเห็นใจทั้งสองฝ่ายกับกรณีโยกย้ายพล.ต.อ.วิเชียร พจนโพธิ์ศรี ผบ.ตร.ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือ พล.ต.อ.วิเชียร ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร .ถ้าไม่มีความเป็นสายล่อฟ้าและความเป็น ดามาพงศ์ ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเชื่อว่าคงได้เป็น ผบ.ตร.ไปนานแล้ว

        "การโยกย้ายข้าราชการเป็นเรื่องธรรมดาเพราะที่ผ่านมาไม่ว่ายุคสมัยไหนก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นทุกครั้ง สำหรับตำแหน่งผบ.ตร.เป็นตำแหน่งสำคัญเพราะต้องควบคุมกำลังตำรวจจำนวนมาก และเชื่อว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์จะสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้เป็นอย่างดีทั้งในด้านการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม จึงอยากให้โอกาสทำงานพิสูจน์ฝีมือก่อน อย่างไรก็ตาม ขอยกย่องความเป็นตำรวจมืออาชีพของพล.ต.อ.วิเชียร ด้วยเพราะที่ผ่านมาไม่เคยแสดงการอาการอะไรออกมาและตลอดสมัยของการดำรงตำแหน่งก็สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี" นายวัชระ กล่าว

        นายวัชระ  กล่าวต่อว่า  จากผลสำรวจของตำรวจที่ออกมาก็ให้การยอมรับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และประชาชนรู้อยู่แล้วว่าตำแหน่งผบ.ตร.ไม่มีความมั่นคงเพราะเปลี่ยนไปตามการเมือง จึงไม่คิดว่าจะมีผลต่ออายุของรัฐบาล เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับการทำงานของ พล.ต.อ.เพรียวกพันธ์ เองโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติดถ้าทำได้ดีและไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเชื่อว่าจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างดี