
'เฉลิม'ปัดดิสเครดิต'มาร์ค'เขมรพาดพิง
'เฉลิม'ปัดดิสเครดิตมาร์คเขมรพาดพิงปิโตรเลียม 'สุรพงษ์' เตรียมเยือนกัมพูชาเล็งถกช่วยวีระ-ราตรี จี้อภิสิทธิ์-สุเทพ แจงเจรจาลับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
2 ก.ย.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่การปิโตรเลียมของกัมพูชาออกแถลงการณ์โจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนทำให้รัฐบาลชุดนี้ถูกมองว่า พยายามที่จะดิสเครดิตรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น เพื่อปูทางนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการเองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา อยู่ที่ว่ามีการไปเจรจากันจริงหรือไม่
"อย่าไปคิดมองว่ารัฐบาลชุดไหนทำ คุณไปเจรจากันจริงหรือเปล่า ไปแล้วไปเจรจาอะไรหรือไม่ มันไม่ใช่การดิสเครดิต“ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า "กรรมคือการกระทำ กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ถ้าคุณทำจริง คุณจะปฏิเสธอย่างไร ถ้ารัฐบาลชุดนี้ทำก็ต้องเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่หลบซ่อน เพราะน้ำลดตอผุด ใครทำอะไรมันก็ต้องรู้”
เมื่อถามว่า การเจรจาครั้งนั้นเกิดความเสียหายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถาม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.กระทรวงพลังงาน แต่ถ้าเป็นเรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ค่อยมาถามตน เพราะตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นนอกขอบเขต
บัวแก้วจี้'เทพเทือก'แจงถกลับเขมร
นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า อยู่ระหว่างเตรียมทำหนังสือถึงรัฐบาลกัมพูชาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีที่องค์กรปิโตรเลียมแห่งกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวหารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีการเจรจาลับเรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล พร้อมทั้งเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้เกิดความชัดเจน
"การพูดคุยของนายสุเทพนั้น ถือว่าเป็นความลับทั้งหมด จึงอยากให้ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ออกมาชี้แจง แต่ในส่วนของตนได้รับมอบหมายให้ประสานกับทางกัมพูชาว่า สิ่งที่พูดคุยกันนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่ ซึ่งหลังจากวันนี้ตนจะทำหนังสือสอบถามไปทางกัมพูชา" นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนั้น ตนเองจะดำเนินการโดยเปิดเผย เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ แต่ขอตั้งข้อสังเกตุว่าช่วงที่ นายสุเทพได้รับมอบหมายให้ไปเจรจานั้น รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้มีมติยกเลิก MOU และการที่ตนเองเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการปูทางเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลชุดนี้ อีกทั้งกรณีที่ทางกัมพูชาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงเวลานี้ไม่น่าจะมีนัยสำคัญอะไร
"ตนเองจะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งได้เตรียมกำหนดการที่จะเดินทางไปเยือนกลุ่มอาเซียน เริ่มตั้งแต่ประเทศบรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา และลาว โดยการเดินทางไปเยือนกัมพูชาจะได้เจรจาเรื่องการช่วยเหลือ นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ สองคนไทยที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำประเทศกัมพูชาด้วย" นายสุรพงษ์ กล่าว
"ชวนนท์" ซัด "สุรพงษ์"สมัยรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ไม่เคยเจรจาลับกับเขมร
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีต่างประเทศ ในรัฐบาลก่อน กล่าวถึงกรณีองค์การปิโตรเลียมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลไทยในยุคของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการเจรจาลับเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น กับ นายซก อาน รองนายกฯกัมพูชา ว่า เรื่องดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยระบุว่า นายสุเทพ กับ นายซก อาน ได้พบกันจริง แต่เป็นการพบแบบไม่เป็นทางการ เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ซึ่งกัมพูชานัดเจอที่สิงคโปร์ เพราะว่า ลูกชายของ ซก อาน อยู่ที่นั่น แต่ นายสุเทพ ตอบว่าไปไม่ได้ แต่จะผ่าน ฮ่องกง จึงได้พบกันที่ดังกล่าว และเมื่อปี พ.ศ.2553 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้ากัมพูชา และไปเป็นที่ปรึกษาของ สมเด็จฮุนเซน รัฐบาล จึงได้ขอมติ ครม. ยกเลิก MOU ปี 2544 ไปแล้ว และไม่มีการหารือใหม่แต่อย่างใด จากนั้นภายหลัง นายสุเทพ ก็ได้พบกับ นายซก อาน อีกครั้ง ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน โดยบังเอิญ จากการเชิญประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประเทศต่าง ๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ก็ไม่ได้หารือเรื่องอะไรเลย
"กัมพูชา คงไม่เข้าใจว่า กฎหมายไทย ระบุว่า การเจรจาใด ๆ ของรัฐบาลไทย จะเจรจา หรือหารือกับใครต้องขออนุญาตรัฐสภาก่อน อีกทั้งระบุว่า ได้เห็นแถลงการณ์แล้ว ก็พอจะดูออกว่า เป็นเกมการเมืองที่พยายามจ้องเล่นงานดิสเครดิต พรรคประชาธิปัตย์ เพราะคงไม่มีองค์กรใด ทั้งในไทย หรือต่างประเทศ ที่จะออกมาแฉ หรือทำลายคนที่ให้ประโยชน์ ซึ่งประชาชนก็น่าจะดูออกว่า ใครที่ต้องการทำลายพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนการช่วยเหลือ นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ นั้น หากรัฐบาลชุดนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชาจริง ก็ควรทำ เพราะว่าที่สุดของกฎหมายกัมพูชา ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวเท่านั้น" นายชวนนท์ กล่าว



