ข่าว

ยธ.จี้ดีเอสไอแจงกรณีให้ศิริราชผ่าศพพลทหารซ้ำ

ยธ.จี้ดีเอสไอแจงกรณีให้ศิริราชผ่าศพพลทหารซ้ำ

27 เม.ย. 2552

"รองปลัดยุติธรรม"จี้ดีเอสไอรายงานกรณีส่งหนังสือให้ศิริราชชันสูตรศพพลทหาร"อภินพ"ทั้งที่คดียังไม่ถูกโอนเป็นคดีพิเศษ หลังชี้แจงเบื้องต้นว่าอำนวยความสะดวกตามหลักมนุษยธรรม และไม่อยากจะซ้ำเติมความรู้สึกญาติ คณะแพทย์ศิริราชแถลงขั้นตอนการผ่าชันสูตร "คปช." เรียก

(27เม.ย.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงถึงกรณีพ.ต.ท.จักรกฤษณ์ แดงสุรีย์ศรี พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทำหนังสือยธ.800 ลงวันที่ 26 เม.ย. 2552 ถึงโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้ผ่าพิสูจน์ศพพลทหารอภินพ เครือสุข ซึ่งเสียชีวิตในบ้านพักประจำตำแหน่งแม่ทัพภาคที่  1 ว่า ตนได้ตรวจสอข้อความในหนังสือเลขที่ ยธ.800 พิเศษ ซึ่งดีเอสไอส่งถึงโรงพยาบาลศิริราชพบว่า ข้อความในหนังสือดังกล่าวเป็นการขอความอนุเคราะห์ ให้แพทย์นิติเวชผ่าพิสูจน์ศพครั้งที่ 2

 จากนั้นตนได้สอบถามไปยังดีเอสไอและได้รับรายงานเบื้องต้นจากพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีดังกล่าวว่า พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ได้แจ้งว่าญาติผู้ตายประสงค์ให้ส่งศพไปให้แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชผ่าชันสูตร จึงอนุญาตให้ออกหนังสือประสานงานไปยังโรงพยาบาลศิริราช โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม เนื่องจากแม่ของผู้ตายแห่ศพมาร้องทุกข์ ดีเอสไอไม่ต้องการซ้ำเติมความทุกข์ของผู้เสียหาย จึงประสานขอความร่วมมือไปตามที่ญาติผู้ตายประสงค์ให้ผ่าชันสูตรศพซ้ำอีกครั้ง

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีอำนาจสอบสวนคดีตามกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ยังไม่มีมติรับโอนเป็นคดีพิเศษ ดังนั้น จึงได้สั่งการให้ดีเอสไอทำหนังสือชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ ถึงการออกหนังสือส่งศพไปให้โรงพยาบาลศิริราชผ่าชันสูตร ทั้งที่บอร์ดคดีพิเศษยังไม่มีมติรับเป็นคดีพิเศษ

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับคดีการเสียชีวิตของพลทหารอภินพมีการประสานงานโดยตรงจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย มายังผู้บริหารดีเอสไอ ต่อมาพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ มีคำสั่งตั้งพ.ต.อ.ณรัชต์ เป็นหัวหน้าคณะ ทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น แต่เมื่อมีข้อขัดแย้งที่ระเบียบไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ญาติ และไม่ใช่แพทย์นิติเวชเข้าร่วมสังเกตการณ์การชันสูตรศพ ทำให้มีความพยายามขอย้ายศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยดีเอสไอได้ออกหนังสือยธ.800 ให้กับญาติของพลทหารอภินพอย่างรวดเร็ว จนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริหารในกระทรวงยุติธรรม เพราะไม่ต้องการให้กระทรวงยุติธรรมถูกดึงไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง ที่สำคัญดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวนคดีฆาตกรรมหรือคดีอาญาทั่วไป จนกว่าบอร์ดคดีพิเศษจะมีมติรับโอนเป็นคดีพิเศษ

 ศิริราชแจงขั้นตอนการผ่าชันสูตรศพพลทหาร"อภินพ"

 อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 13.30 น. ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานฯ พร้อมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ และศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สมชาย ผลเอี่ยมเอก รศ.พญ.สมบูรณ์ ธรรมเถกิงกิจ ร่วมกันแถลงผลการตรวจชันสูตรศพของ พลทหารอภินพ เครือสุข ทหารรับใช้ในบ้านของ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร.1 รอ.) หลังเชื่อว่าเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

 นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า  ตามที่ทางคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ได้มีการนำศพของพลทหารอภินพฯ เข้ามาทำการตรวจศพ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวานนี้(26เม.ย.52) ตามคำขอร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ ยธ.0800/พิเศษ ลงวันที่ 26 เม.ย.2552 ทั้งนี้ทางคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบศพในครั้งนี้ ประกอบด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบุลย์ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.สมชาย ผลเอี่ยมเอก และ รศ.พญ.สมบูรณ์ ธรรมเถกิงกิจ ทำการผ่าพิสูจน์ศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

 นพ.ธีรวัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางและขั้นตอนการตรวจศพนั้น ทางคณะดำเนินการได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่า มีผู้เสียชีวิตสงสัยว่าจะเป็นการตายผิดธรรมชาติ ทางเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องจึงได้แจ้งมายังแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ในการชันสูตรพลิกศพเดินทางไปที่เกิดเหตุ และมีการชันสุตรพลิกศพร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนและคณะแพทย์ ทั้งกรณีการเสียชีวิตผิดธรรมชาติแบบธรรมดา และผิดะรรมชาติแบบพิเศษ(การตายอันเกิดจากเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และการตายอันเกิดขึ้นในขณะที่อยุ่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่) ซึ่งต้องเพิ่มพนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครองเข้าร่วมในการชันสูตรในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อการดำเนินการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นลง ทางคณะแพทย์ก็จะออกเอกสารตามกฎหมายให้ หากเป็นกรณีการตายผิดธรรมชาติ ให้นำศพกลับเข้ามาทำการตรจอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนจะนำหนังสือพร้อมกัยศพส่งมีที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 ดังนั้น เมื่อภาควิชานิติเวชศาสตร์ได้รับศพไว้ ก็จะดำเนินการตรวจตามขั้นตอน คือ ดูสภาพภายนอกทั่วไปพร้อมทั้งถ่ายรูปไว้ ภ่ายเอ็กซเรย์ กระโหลกศรีษะ ร่างกาย และเชิงกราน รวมทั้งทำการผ่าศพตามเกณฑ์มาตรฐานแห่งการผ่าศพตรวจ โดยมีการถ่ายภาพขณะที่มีการผ่าเป็นระยะ ๆ และเก็นบางส่วนของศพเพื่อทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 ทั้งนี้ จากผลการตรวจศพในเบื้องต้นพบว่า มีรอยช้ำที่บริเวณต้นคอด้านหลังค่อนมาทางซ้าย 1 แห่ง กระโหลกศรีษะด้านซ้ายส่วนหลังมีรอยแตกร้าวประมาณ 7-8 ซม. ฐานกระโหลกศรีษะด้านซ้ายส่วนหลัง ตำแหน่งที่ใกล้กับช่องไขสันหลัง ซึ่งต่อเนื่องกับรอยแตกร้าวมีรอยแตกยุบเล็กน้อย มีเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มไขสันหลังบริเวณส่วนคอ และเนื้อสมองกลีบซ้ายส่วนหลังมีรอยกดยุบสัมพันธ์กับเลือดที่ออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนาที่ยังคงค้างอยุ่ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต คือ กะโหลกศรษะส่วนหลังแตก เลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนาที่กดเนื้อสมอง

 ด้าน นพ.วิสูตร กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากคอหัก แต่เกิดจากกะโหลกศีรษะส่วนหลังแตก มีเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนาที่กดเนื้อสมอง ซึ่งไม่ได้ทำให้เสียชีวิตในทันที อย่างไรก็ตามการตายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการไหลซึมของเลือด แต่จากรอยแผลที่ต่อเนื่องนั้น เชื่อว่า เป็นการกระแทกอย่างรุนแรงหนึ่งครั้ง แต่แพทย์เจาะจงไม่ได้ว่าเกิดจากการซ้อม หรือลื่นหกล้มเอง บอกได้เพียงว่าเกิดจากการกระแทกกับของแข็ง หรือถูกของแข็งมากระแทก”

 นพ.วิสูตร กล่าวต่อว่า ทางคณะแพทย์ได้ตรวจสอบอวัยวะภายในแล้ว พบว่า ไม่มีส่วนใดผิดปกติหรือฉีกขาด แต่บาดแผลภายนอกที่พบเห็น ก็คือ มีรอยช้ำบริเวณแขนขา เป็นจุดเล็กๆ ซึ่งแพทย์ได้ตัดเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวไปสุ่มตรวจโดยการย้อมพิเศษซึ่งต้องรอผลอย่างน้อย 7 วัน และจะรวบรวมข้อมูลพร้อมแนบสาเหตุการเสียชีวิตให้กับเจ้าพนักงานเจ้าของคดี ทั้งนี้เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถระบุพฤติการณ์แห่งเหตุได้ แต่เชื่อว่าเมื่อพนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลแล้วจะสามารถสรุปสำนวนได้

 ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า แม่ของพลทหารอภินพ เชื่อใจ รพ.ศิริราช จึงขอย้ายให้มาชันสูตรศพที่นี่ และจากที่ตนได้ฟังผลการชันสูตรศพ ตนเชื่อว่า บาดแผลที่เกิดนั้นใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่พลทหาร อภินพ จะถูกของแข็งกระแทกที่ศีรษะ หรือถูกซ้อมสูงกว่าการลื่นล้มเอง อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ ส.ส.ได้หมดหน้าที่แล้ว ต่อจากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานสอบสวน

คาดปลายพ.ค.ได้ข้อสรุปเหตุการณ์สลายม็อบ
  
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการรวบรวมเเละประมวลเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่13เม.ย.2552 ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 101/2552 จาก คณะ อนุกรรมการ 5 คณะ ประกอบด้วย 1. คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นข้อเท็จจริงและศึกษาวิเคราะห์ประมวลข้อมูลเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีนายกิตติ ลิ้มชัยกิจ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

2. คณะอนุกรรมการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เป็นประธาน 3. คณะอนุกรรมการรวบรวมและประมวลข้อมูลจากส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยนายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ เป็นประธาน

4. คณะอนุกรรมการรวบรวมและประมวลข้อมูลจากสื่อมวลชน กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยนางปราณี สริวัฒน์ ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน 5. คณะอนุกรรมการรวบรวมและประมวลผลกระทบทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทั้งนี้ได้กำหนดปฏิทินการทำงานให้คณะกรรมการฯ มีการประชุมทุกวันจันทร์ เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป เมื่อเสร็จแล้วในภาคบ่ายจะประมวลข้อมูล เข้าที่ประชุมครม.ในวันอังคารได้รับทราบ คาดว่าการประชุมจะมีอีก 3 ครั้งก็จะเสร็จสิ้น แล้วสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ค.

เมื่อถามว่าการรวบรวมข้อมูลต้องสอบถามไปยังกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ นายนัที กล่าวว่า แล้วแต่อนุกรรมการแต่ละชุดจะไปวางกรอบการทำงานของเขา อันไหนที่คลุมเครือไม่ชัดเจนก็คงจะต้องสอบถามเพื่อให้ได้ความเป็นจริงที่สุดในฐานะที่ทุกฝ่ายก็เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งทุกส่วนรวมทั้งกลุ่มเสื้อแดงเอง ก็สามารถนำเสนอข้อมูลต่ออนุกรรมการได้ เพราะอนุฯมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องเป็นธรรมรวดเร็วที่สุด

ด้านนายวัลลภ พลอยทัพทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ครม.มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายฯ ซึ่งตัวเลขจากศูน์นเรนทรระบุมีผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด 135 ราย ขณะเดียวกันตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. เป็นต้นมา เราได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือเยียวยารับแจ้งเหตุตลอด 24 ชม. จนถึงบัดนี้มีผู้มาแจ้งที่ศูนย์ของเรา 62 ราย โดยใน 62 รายนี้มีความซ้ำซ้อนกับที่แจ้งกับศูนย์นเรนทร 21 ราย สรุปคือ จะมีตัวเลขผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด 135 + 41 = 176 ราย ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ทั้งหมด 17 ราย เป็นเงิน 1.5 ล้านบาท ประกอบด้วยผู้ที่เสียชีวิตจากชุมชนนางเลิ้ง 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 ราย

ผู้ต้องหาคดีเสื้อแดงล้มการประชุมอาเชียนเตรียมมอบตัว

นายศักดา นพสิทธิ์ ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า คดีการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ทางตำรวจได้ออกหมายจับตน พร้อมกับพรรคพวกจำนวนหนึ่งนั้น ครั้งแรกที่ยังไม่มอบตัว เพราะเชื่อว่าทางรัฐบาลยังแทรกแซงขบวนการยุติธรรม ต่อมาได้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวพร้อมกับ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) นายนิสิต สินธุภัย อดีตคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และยังมีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง มาให้กำลังใจอีกด้วย คาดว่าในการมอบตัวครั้งนี้ จะมีพรรคพวกมามอบตัวรวมแล้ว 7-8 คน

 "ผมยังคาใจในเรื่องของเสื้อสีน้ำเงิน มีการกระทำความผิดด้วยเช่นกัน มีทั้งภาพถ่ายวิดีโอ แต่ไม่เห็นตำรวจดำเนินคดี อยากให้ดำเนินการด้วย ไม่เช่นนั้นจะมองว่ามี 2 มาตรฐาน"

 นายศักดา กล่าวอีกว่า ภายหลังจากการมอบตัวแล้ว ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่จะขอประกันตัวทันที หลังจากเสร็จสิ้นคดีแล้ว ตนก็พร้อมที่จะทำงานการเมืองต่อไป โดยจะเชิญประชาชนเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจในเรื่องความรู้ทางการเมืองอย่างแท้จริง ที่สำคัญจะทำให้มีมุมมองทางการเมืองได้กว้างมากขึ้น