ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ดัน'วิทวัส'นั่งปลัดกห.

'ยุทธศักดิ์'ดัน'วิทวัส'นั่งปลัดกห.

01 ก.ย. 2554

“รมว.กห.-ผบ.เหล่าทัพ” ร่วมถกโผทหาร "ยุทธศักดิ์" โชว์พาวดัน "วิทวัส" นั่งปลัดกระทรวงฯ อ้างต้องการคนรู้มือ “ดาว์พงษ์” ไม่โดนย้ายข้ามห้วยขึ้นรองผบ.ทบ. ด้าน“อิทธพร” ยังนั่ง ผบ.ทอ. ส่วนตำแหน่งอื่นตามคาด “ธนะศักดิ์”ผงาดผบ.สส. “สุรศักดิ์” ผบ.ทร.

          เมื่อเวลา 14.00 น.  วันที่ 2 ก.ย.  พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เจ้ากรมเสมียนตรา ประชุมเพื่อหารือถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมแต่ละเหล่าทัพได้มีการเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง เพื่อให้ รมว.กลาโหม พิจารณา โดยรมว.กลาโหมได้มีการสอบถามความเห็นและเหตุผลจากผบ.เหล่าทัพถึงการเสนอแต่ละบุคคลขึ้นมา  โดยในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมที่ว่างลงเนื่องจากพล.อ.กิตติพงษ์ จะเกษียณอายุราชการนั้น ทาง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังคงเสนอชื่อของ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ (ตท.11) รองปลัดกระทรวงกลาโหมขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ทาง พล.อ.ทรงกิตติ ส่งรายชื่อ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ (ตท.11) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพไทย ให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เนื่องจากมีอาวุโสอันดับ 2 รองจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (ตท.12) เสนาธิการทหาร ที่จะขยับมาดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดตามที่ พล.อ.ทรงกิตติเสนอ ส่วน พล.อ.วิทวัส มีความอาวุโสเป็นอันดับ 3 อย่างไรก็ตามพล.อ.ยุทธศักดิ์ ยืนยันว่า ต้องการให้ พล.อ.วิทวัส ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพราะต้องการคนใกล้ชิดเข้ามาทำงาน เนื่องจากรู้มือ และเคยทำงานร่วมกันมา

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนในตำแหน่งอื่นๆที่สำคัญยังคงเป็นไปตามที่มีการเสนอข่าวก่อนหน้านี้ โดยพล.อ.ยุทธศักดิ์ ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นไปตามที่แต่ละเหล่าทัพได้มีการเสนอขึ้นมา โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ จะได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผบ.สส. ส่วนตำแหน่งผบ.ทร. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.เสนอให้พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ (ตท.13) ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร.ตามคาด เพื่อสานต่อโครงการเรือดำน้ำต่อไป ขณะที่ตำแหน่งของพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยนออกจากตำแหน่งตามที่เป็นกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด เนื่องจากพล.อ.ยุทธศักดิ์ มองว่า พล.อ.อ.อิทธพร ไม่ได้ทำผิดอะไร

           ส่วนในตำแหน่ง 5 เสือทบ.ที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการโยกย้าย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ (ตท.12) เสธ.ทบ.ออกจากตำแหน่งไปเป็นรองผบ.สส.นั้น แต่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ปล่อยให้เป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ เสนอมา คือ ให้พล.อ.ดาว์พงษ์ ขึ้นมาเป็นรองผบ.ทบ. ส่วนพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน(ตท.11) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก และ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร (ตท.12)แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. และ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก

           ด้านพล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวผ่านทางโทรศัพท์ภายหลังหารือกับผบ.เหล่าทัพเสร็จสิ้นว่า การพิจารณาวันนี้ทุกอย่างเป็นเอกฉันท์เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา และตนจะนำบัญชีรายชื่อเรียนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างช้าไม่เกินวันศุกร์ที่ 9 ก.ย.นี้ จากนั้นจะเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะนำบัญชีรายชื่อขึ้นทูลเกล้า ฯ ส่วนตำแหน่งผบ.ทอ.ที่มีข่าวว่าจะมีการปรับย้ายออกจากตำแหน่ง เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจ หลังจากที่ พล.อ.อ.อิทธพร ได้นำเครื่องขับไล่แบบ เอฟ-16 บินสกัดกันในระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาเมื่อช่วงปี 2553 ที่ผ่านมานั้น ขอยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งผบ.ทอ.แต่อย่างใด เพราะ พล.อ.อ.อิทธพร สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง รวมถึงบทบาทของ พล.อ.อ.อิทธพร ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไร อยู่เงียบ ๆ ไม่จำเป็นจะต้องมีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง ไม่เหมือนกับตำแหน่งของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำหรับตำแหน่ง 5 เสือ ทบ.ก็เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เสนอขึ้นมา

           ผู้สื่อข่าวถามถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมที่มีปัญหา พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า “ผมเคยบอกแล้วว่า ผมจะเสนอ พล.อ.วิทวัส ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะต้องสำเร็จตามที่ผมได้ตั้งใจไว้ ถ้าหากยังมีปัญหาก็คงจะต้องลองกันสักตั้ง มาลองน้ำหนักหมัดกันว่าหมัดใครจะหนักกว่ากัน เห็นผมยิ้ม ๆ แบบนี้ ผมก็หมัดหนักเหมือนกัน”

           ขณะที่ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ละเหล่าทัพได้ข้อคิดเห็นและไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ โดยทิศทางได้มองไปถึงอนาคตว่าจะต้องทำงานร่วมกัน หากทำงานไม่ได้จะเป็นส่งผลกระทบต่อประเทศ และประชาชน ทั้งนี้การทำงานในอนาคตจะสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน