ข่าว

'ปู'สั่งสอบ'เทพเทือก'ถกลับเขมร

'ปู'สั่งสอบ'เทพเทือก'ถกลับเขมร

01 ก.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์' สั่ง 'สุรพงษ์' ตรวจสอบ 'เทพเทือก' เจรจาลับผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับ 'กัมพูชา' ยันรัฐบาลนี้เดินหน้าโปร่งใส 'นพดล'จี้'มาร์ค'แจง

       1 ก.ย.54 นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ขององค์การปิโตรเลี่ยมกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่อ้างว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เคยไปเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาให้เร่งเดินหน้าเเผนสำรวจปิโตรเลียมในอ่าวไทยซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงว่าอาจเกิดเป็นข้อสงสัยกับประชาชน จึงสั่งให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไปว่า เรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร

       นางฐิติมา กล่าวต่อว่า เนื้อหาในแถลงการณ์ก็เป็นเรื่องของกัมพูชากับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่บ่งบอกว่าเป็นการเจรจาในลักษณะทางลับ โดยนส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่า การเจรจาใดๆ ของทุกรัฐบาล ควรจะมีขั้นตอนมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริงในหลักการ เเละนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชน ไม่มีความสงสัยในรัฐบาลชุดนี้

       ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดของรัฐบาลชุดนี้ จะไปเจรจามีลักษณะแบบเดียวกันหรือไม่ นางฐิติมา กล่าวว่า คงต้องเป็นการเจรจาลักษณะเปิดเผยแน่นอนเหมือนอย่างเช่นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เเละรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสด์ เคยทำ เพราะว่าความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ เราคงไม่ให้ไปทำในทางลับเหมือนอย่างกับที่รัฐบาลชุดที่แล้วตามที่ถูกกล่าวหากัน ซึ่งทางลับก็แสดงว่า มีอะไรหรือไม่

       ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกรอบเวลาในการตรวจสอบหรือไม่ นางฐิติมา กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการคุยกันในเรื่องเวลา แต่รมว.ประเทศบอกว่า จะต้องตรวจสอบในทันที เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับผลประโยชน์ประเทศชาติ  เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มที่จะดี

       ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีกระเเสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เจรจาเรื่องนี้ ในพื้นที่เดียวกัน นางฐิติมา กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าไม่ได้มีธุรกิจเรื่องนี้เลย ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคเพื่อไทย และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยด้วย

       นางฐิติมา กล่าวต่ออีกว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการที่จะไปเยือนกัมพูชาในเร็วๆนี้ รวมทั้งสปป.ลาว และประเทศอาเซียนต่างๆ แต่เนื่องจากว่าระยะเวลาในการบริหารงานรีบเร่ง และมีงานมาก คงไม่ได้มีการไม่ได้มีการค้างคืนแต่อย่างใด

 

"นพดล”จี้“มาร์ค”แจง

         นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ สร้างเรื่องเท็จเพื่อให้คนไทยเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชาในน้ำมันและแก๊สในอ่าวไทย ซึ่งตนเคยประกาศที่จะมอบเงิน 20 ล้านบาทพร้อมทั้งยกสัมปทานดังกล่าวให้กับผู้ที่มีหลักฐานว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีผลประโยชน์ดังกล่าว สุดท้ายก็ไม่มีเรื่องนี้

        ที่ผ่านมาการเจรจาใดๆ ของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่ปี 2548 นั้นเป็นไปอย่างเปิดเผยโดยผ่านกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และกองทัพ ไม่ได้เป็นการเจรจาลับๆ มีข้าราชการในหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมโดยตลอด ไม่ใช่การเจรจาระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อีกทั้งการเจรจานั้นก็ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เพราะตกลงในหลักเกณฑ์การแบ่งสัดส่วนน้ำมันและแก๊สไม่ได้

        ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือส่อไปในทางที่จะมีการหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทั้งนี้ ประเด็นที่พี่น้องคนไทยควรรับทราบคือ เมื่อประมาณปลายปี 2552 นั้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขู่กัมพูชาว่าจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย - กัมพูชา (MOU 2544) แต่ก็ยังไม่เคยเสนอต่อสภาฯ ให้ยกเลิกตามกฎหมายเลยจนกระทั่งหมดอายุของรัฐบาล

        ดังนั้นนับว่าเป็นการทำงานด้านต่างประเทศที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากคือ ได้แต่ขู่ แต่ไม่ทำจริงๆ ดังนั้นคำถามคือ ทำไมนายอภิสิทธิ์จึงส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชาในเดือนก.ค. 2553 และทำไมจึงเป็นการเจรจาหรือประชุมลับ ทั้งๆ ที่รัฐบาลอื่นๆ ทุกรัฐบาลเจรจาอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ดังนั้น เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ต้องตอบให้ประชาชนทราบ