
แพทย์ชี้สุนัขด่านกักกันตายอย่างต่อเนื่อง
สัตวแพทย์ชี้ น้องตูบทรุดหนักเหตุไม่ได้กินข้าว เพราะส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นบ้านไม่คุ้นเคยกับอาหารเม็ด อยู่รวมกันติดเชื้อ เพราะไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน ขณะมีหมาตายทุกวัน ล่าสุดเหลือเพียง 800 กว่าตัว
1 ก.ย.54 ความคืบหน้ากรณีสุนัขกว่า 2 พันตัวได้รับการช่วยเหลือ ขณะกำลังถูกลำเลียงเตรียมส่งข้ามโขงไปขายที่ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสุนัขทั้งหมดถูกนำมาไว้ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม มีสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือเพื่อช่วยชีวิตสุนัขเหล่านี้ แต่เนื่องจากแต่ละตัวอยู่ในสภาพทรุดโทรมจากการแออัดยัดเยียด ประกอบกับเมื่อถูกขังรวมกันทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคหัดสุนัขและลำไส้อักเสบ ทำให้มีสุนัขตายอย่างต่อเนื่องทุกวัน
ล่าสุดวันนี้ สัตวแพทย์หญิงจักราภรณ์ สุวัธนะเชาว์ เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ลาดพร้าวสัตวแพทย์ หนึ่งในผู้ใจบุญที่บริจาคเงินและอาหารเพื่อช่วยเหลือสุนัขที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ได้เดินทางมาดูสภาพของสุนัขที่บริเวณคอกสุนัข พร้อมเปิดเผยว่า ปัญหาใหญ่ที่พบในขณะนี้คือมีสุนัขบางส่วนทยอยตายวันละ 10 กว่าตัว สืบเนื่องจากทุกตัวมาในสภาพที่บอบช้ำมาก แทบทุกตัวเป็นสุนัขป่วย
ดังนั้นเมื่อนำสุนัขเหล่านี้มาฟื้นฟูสุขภาพ สิ่งสำคัญอันดับแรก ๆ คือเรื่องอาหารสุนัข ที่ผ่านมามีการบริจาคอาหารสำเร็จรูปเป็นเม็ดมาเป็นจำนวนมาก และนำมาให้สุนัขเหล่านี้กิน แต่เนื่องจากสุนัขส่วนใหญ่เป็นสุนัขตามบ้านเรือนที่ปกติจะได้รับเศษอาหารที่เจ้าของคลุกกับข้าวให้กิน เมื่อมาเจอกับอาหารเม็ดจึงไม่คุ้นเคย ประกอบกับสภาพร่างกายที่เจ็บป่วย ทำให้สุนัขเหล่านี้ไม่กินอาหาร กว่า 20 วันแล้วที่สุนัขถูกนำมาไว้ที่นี่ และมีแต่อาหารเม็ดทุกวัน ตัวไหนที่กินได้ก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดแต่หากตัวไหนปรับตัวไม่ได้ ไม่ยอมกินอาหารก็จะต้องตายไปในที่สุด
สัตวแพทย์หญิงจักราภรณ์ กล่าวว่า อีกประการหนึ่งคือการบริหารเงินกองทุนช่วยเหลือสุนัข ไม่คล่องตัว เนื่องจากคณะกรรมการจะมีการประชุมอนุมัติการเบิกจ่ายเงินเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ทำให้การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการรักษาสุนัขไม่ทันการณ์ โดยบางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อนแล้วจึงนำใบเสร็จมาเบิกทีหลัง
ล่าสุดมีสุนัขคงเหลืออยู่ 863 ตัว ตายเพิ่มจากเมื่อวานอีก 12 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งให้วัคซีนและคัดแยกสุนัข ออกใส่คอกใหม่ที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ยังเหลือเพียงปรับปรุงระบบระบายน้ำเสียออกจากคอกซึ่งหากแล้วเสร็จก็สามารถย้ายสุนัขเข้าอยู่ได้ทันที
ส่วนยอดเงินบริจาคเข้ากองทุนช่วยเหลือสุนัขล่าสุดอยู่ที่ 20,704,511.88 บาท โดยมียอดใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงคอกสุนัขไป 457,720 บาท ค่าอาหารและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ 104,300 บาท ค่าเวชภัณฑ์และกรงแยกสุนัขป่วยอีก 49,250 บาท รวมใช้จ่ายไปแล้ว 611,270 บาท
เพิ่มเมนูข้าวคลุกเนื้อสับให้หมาด่านกักกัน
หลังจากที่หลายฝ่ายออกมาท้วงติงเรื่องการช่วยเหลือสุนัขที่ด่านกักกันสัตว์จังหวัดนครพนม เรื่องอาหารสุนัขที่ส่วนใหญ่ไม่กินอาหารเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปถึงแม้จะมีสารอาหารครบถ้วน และการเบิกจ่ายเงินเป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันการณ์นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เริ่มหุงข้าวพร้อมคลุกกับเศษเนื้อสับเพื่อให้สุนัขกินแล้ว แต่เนื่องจากเป็นวันแรก ข้าวที่หุงถูกส่งมาช้าเกินไปไม่ทันมื้อเช้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เพื่อให้เป็นมื้อเย็นต่อไป
ขณะเดียวกันคอกสุนัขที่ต้องใช้เวลาสร้างกว่าสองสัปดาห์ ก็เสร็จแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมคัดแยกสุนัขออกมาเพื่อลดความแออัดโดยคอกใหม่ที่สร้างเสร็จ มีจำนวน 6 คอก เจ้าหน้าที่จะคัดแยกสุนัขมาไว้คอกละประมาณ 30 ตัว โดยอันดับแรกจะแยกตัวผู้และตัวเมียออกจากกันก่อนพร้อม ๆ กับแยกตามขนาดตัวเล็กและตัวใหญ่ คาดว่าหากสามารถลดความแออัดของสุนัขลงได้สุนัขคงจะตายน้อยลง โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาพบสุนัขตายเพิ่มอีก 12 ตัวยังคงเหลือ 863 ตัว
เจ้าหน้าที่ประจำคอกสุนัขคนหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกสงสารสุนัขมากจึงมาทำงานที่นี่ โดยได้ค่าแรงเดือนละ 7,000 บาท จากที่คลุกคลีอยู่กับสุนัขมาตั้งแต่ต้นสังเกตพบว่าเวลาให้อาหารสุนัขส่วนใหญ่จะมาดม ๆ และเดินหนีไปไม่ยอมกิน มีเพียงสุนัขพันธ์ดีส่วนน้อยที่คุ้นเคยกับอาหารสำเร็จรูปเท่านั้นที่เข้ามากินอาหาร ทำให้กว่ายี่สิบวันตัวที่ไม่ยอมกินอาหารเม็ดจะผอมโซเหลือแต่กระดูก เมื่อมีข้าวคลุกกับเศษเนื้อมาเสริม พบว่าสุนัขแทบทุกตัวมาแย่งกันกินด้วยอาการหิวโซอย่างมาก
นายชูศักดิ์ พงษ์พานิชย์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์นครพนม กล่าวว่า หลังจากมีเสียงท้วงติงเรื่องสุนัขไม่กินอาหารเม็ดสำเร็จรูป ทางเจ้าหน้าที่ได้เริ่มปรับเปลี่ยนการให้อาหารแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลองให้ข้าวคลุกเศษเนื้อแล้ว พบว่าแทบทุกตัวมาแย่งกันกินจนต้องเพิ่มปริมาณเพิ่มขึ้นให้มากกว่าเดิม สุนัขทุกตัวตอบรับกับข้าวที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี คาดว่าหากทุกตัวได้กินอาหารทั่วถึงคงสามารถฟื้นฟูสุขภาพสุนัขเหล่านี้ให้แข็งแรงขึ้นได้ในเร็ววัน
ล่าสุด คณะกรรมการดูแลเงินกองทุนช่วยเหลือสุนัขได้เรียกประชุมด่วนเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ โดยมีมติให้เร่งเปลี่ยนอาหารสุนัข โดยกำหนดให้ต้องให้ข้าวคลุกเนื้อ ทุกวันเช้าและเย็น เพื่อเร่งฟื้นฟูสุนัขป่วยเหล่านี้ให้แข็งแรงโดยเร็ว ในขณะเดียวกันก็ยังมีมติให้สามารถเบิกจ่ายเงินจากกองทุนได้ทุกวัน เพื่อให้ภารกิจฟื้นฟูสุขภาพสุนัขเป็นไปอย่างคล่องตัวและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคเงินช่วยเหลือสุนัข โดยประธานกรรมการมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกิน 5 แสนบาท หากจะเบิกเกินกว่านั้นจะต้องเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด



